อาการปวดหัวไมเกรนกินยาไม่หาย มักเกิดจาก “ภาวะปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน (MOH)” และความไม่สมดุลของร่างกายที่กระตุ้นให้หลอดเลือดสมองอักเสบซ้ำๆ การรักษาที่ต้นเหตุตามศาสตร์แพทย์แผนจีนคือ การฝังเข็ม ครอบแก้ว และสมุนไพรจีน เพื่อทะลวงชี่และเลือดที่ติดขัด ลดไฟความร้อนของตับ และกระตุ้นสารระงับปวดตามธรรมชาติ ช่วยลดความถี่และระงับปวดได้อย่างยั่งยืนโดยไม่ต้องพึ่งยาเคมี
“ปวดก็กินยา พอหายก็ปล่อยผ่าน” จนไมเกรนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตหรือเปล่า?
ไมเกรนไม่ใช่เพียงอาการปวดศีรษะเป็นครั้งคราว แต่สำหรับคนที่เป็นบ่อย อาการปวดสามารถกระทบได้ถึงการทำงาน การเรียน การใช้ชีวิต คุณภาพการนอน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้อย่างมาก ทำให้อาจรู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด เครียด หรือกังวลเพิ่มมากขึ้น จนทำร้ายสุขภาพจิตได้โดยไม่รู้ตัว เมื่ออาการเกิดซ้ำ ผู้ป่วยบางคนจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดอยู่เป็นประจำ
ยาแก้ปวดบางกลุ่ม เช่น ยากลุ่ม NSAIDs อาจระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหารเมื่อใช้บ่อยหรือเป็นเวลานาน และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลหรือเลือดออกในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงอยู่แล้ว นอกจากนี้ ยากลุ่มนี้ยังอาจส่งผลต่อการทำงานของไตได้ โดยความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นในผู้ที่มีโรคไต ขาดน้ำ หรือใช้ยาบางชนิดร่วมกัน
ปวดหัวไมเกรนกินยาไม่หาย ซึ่งการใช้ยาบางชนิดต่อเนื่องหรือบ่อยเกินไปอาจมีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียง และในบางกรณีอาจทำให้เกิด “ปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน (Medication Overuse Headache)” ได้ ดังนั้น การดูแลไมเกรนจึงไม่ควรเน้นเพียงการ “กินยาเมื่อปวด” เป้าหมายสำคัญคือการควบคุมไมเกรนให้ได้ โดยใช้ยาอย่างเหมาะสมและลดผลกระทบที่มีต่อทั้งร่างกาย การนอนหลับ และสุขภาพจิตในระยะยาว
แม้ว่าการรับประทานยาบรรเทาอาการจะเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมแต่การฝังเข็มตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนกลายเป็นทางเลือกการรักษาที่มีจุดเด่นในเรื่องการดูแลร่างกายองค์รวม ไม่ใช่แค่บรรเทาอาการชั่วคราวแต่สามารถลดความถี่และความรุนแรงได้ในระยะยาว โดยไม่ก่อนให้เกิดผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารหรือการทำงานของตับไตอีกด้วย
ยิ่งกินยิ่งปวด “ปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน (Medication‑Overuse Headache; MOH)
ปวดศีรษะจากการใช้ยาเกิน (Medication‑Overuse Headache; MOH) คือภาวะปวดศีรษะที่เกิดขึ้น ≥ 15 วันต่อเดือน ในผู้ป่วยที่มีโรคปวดศีรษะปฐมภูมิอยู่ก่อน (เช่น migraine หรือ tension-type headache) และเกิดภายหลังการใช้ยาแก้ปวดหรือยารักษาอาการเฉียบพลันเกินความเหมาะสม ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน
การทานยาแก้ปวดส่วนใหญ่จะเน้นเป็นการปิดกั้นสารสื่อประสาทรับความเจ็บปวดหรือหดหลอดเลือดแบบฉุกเฉินซึ่งทำให้มีข้อจำกัดในการรักษา ไม่สามารถแก้ไขความไวต่อสิ่งกระตุ้นและไม่ได้ช่วยลดจำนวนครั้งในการกำเริบได้ และยังเสี่ยงต่อการมีภาวะดื้อยา การใช้ยาแก้ปวด เมื่อยาสิ้นฤทธิ์สมองจะเกิดอาการ “ถอนยา”หลอดเลือดจะขยายตัวตอบสนองกลับทำให้เกิดอาการปวดหัวซ้ำและถี่รุนแรงขึ้นได้ ทำให้ต้องทานยาซ้ำจนเป็นวงจร จนพัฒนาโรคกลายเป็นการปวดหัวชั่วคราวเป็นเรื้อรังได้

ปวดหัวไมเกรนกินยาไม่หาย มุมมองแพทย์ปัจจุบัน
กระบวนการที่ทำให้เกิดไมเกรนเริ่มต้นจากการส่งสัญญาณจากสมองส่วนไฮโปธาลามัสมายังแกนสมอง และส่งต่อไปยังเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 ซึ่งเป็นเส้นประสาทหลักที่มาเลี้ยงบริเวณศีรษะและใบหน้า เมื่อปลายประสาทนี้ถูกกระตุ้นจะเกิดการหลั่งสารสื่อประสาทที่บริเวณปลายเส้นประสาทรอบ ๆ หลอดเลือดสมอง ทำให้เกิดการอักเสบและหลอดเลือดสมองเกิดการขยายตัว รวมทั้งเกิดการส่งสัญญาณความปวดที่เพิ่มมากขึ้น
สัญญาณความปวดจากปลายประสาทสมองคู่ที่ 5 จะส่งสัญญาณกลับไปยังสมองส่วนรับรู้ความปวด ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้น นอกจากนี้สัญญาณความปวดยังสามารถส่งไปบริเวณต้นคอผ่านเส้นประสาทที่คอส่วนบน ทำให้เกิดอาการปวดตึงต้นคอ อีกทั้งมีการกระจายของสัญญาณความปวดไปยังสมองส่วนอื่น ๆ ทำให้เกิดการทำงานผิดปกติในสมองส่วนนั้น ๆ เช่น อาการแพ้แสง อาการแพ้เสียง ปัญหาคิดช้าหรือความจำไม่ดี เป็นต้น
ปวดหัวไมเกรนกินยาไม่หาย มุมมองแพทย์แผนจีน
สาเหตุและกลไกการเกิด ศีรษะ เป็น “ศูนย์รวมของหยาง” เป็นศูนย์รวมของชี่และเลือด
เนื่องจากเป็นอวัยวะส่วนบน จัดว่าเป็นตำแหน่ง หยาง ซึ่งง่ายต่อการกระทบของลมและไฟ ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะขึ้นได้ ซึ่งแพทย์จีนเชื่อว่าโรคนี้ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอารมณ์โกรธ หงุดหงิด ความตึงเครียด และไฟจากการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอได้ ส่งผลให้ตับสูญเสียการไหลเวียนขึ้นลงของลมปราณ เมื่อติดขัดจึงทำให้เกิดความร้อน เมื่อความร้อนสะสมเป็นเวลานานสามารถทำลายหยินได้ หรือความโกรธ หงุดหงิดทำให้หยางของตับอุดกั้น ทำให้ลมปราณวิ่งขึ้นด้านบน ลมและไฟวิ่งตามเส้นลมปราณตับและถุงน้ำดีขึ้นไปกระทบบริเวณศีรษะ
เช็กลิสต์ประเภทไมเกรนตามหลักแพทย์แผนจีน คุณเป็นแบบไหน?
| ประเภทกลุ่มอาการ | ลักษณะอาการปวดที่พบ | สาเหตุตามหลักแพทย์แผนจีน |
| ไฟตับกำเริบ (Liver Fire) 肝阳上亢 | ปวดตุ๊บๆ ข้างเดียว ร้าวออกเบ้าตา ตาแดง หงุดหงิดง่าย | ความเครียดสะสม พักผ่อนน้อย พลังตับร้อนเกิน |
| ลมเย็นอุดกั้น (Wind-Cold) 风寒 | ปวดท้ายทอย ร้าวขึ้นกระหม่อม เจอแอร์/ลมเย็นแล้วปวดเพิ่ม | ลมและความเย็นกระทบเส้นลมปราณกระเพาะปัสสาวะ |
| เสมหะความชื้นอุดกั้น (Phlegm-Dampness) 痰浊阻滞 | ปวดหัวหนักๆ เหมือนโดนรัด มึนเวียน คลื่นไส้ | ระบบย่อยอาหารอ่อนแอ สะสมความชื้นในร่างกาย |
| เลือดคั่งอุดกั้น (Blood Stagnation) 瘀血阻络 | ปวดจี๊ดๆ เหมือนเข็มทิ่ม ปวดจุดเดิมเป็นประจำ | ปวดเรื้อรังมานาน เส้นเลือดและลมปราณอุดกั้น |

การฝังเข็มรักษาไมเกรนตรงจุด ทำงานอย่างไร?
เมื่อแพทย์ฝังเข็มลงในตำแหน่งที่เหมาะสมที่ต้องการรักษา ร่างกายจะตอบสนองผ่านระบบประสาทและหลอดเลือด โดยจะมีการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการประมวลผล และการควบคุมความเจ็บปวดซึ่งจะไม่ได้ออกฤทธิ์เฉพาะจุดที่ฝังเข็มเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อกระบวนการรับรู้ความเจ็บปวดของทั้งระบบ ซึ่งสมองส่วนกลางนี้จะกระตุ้นให้หลั่งสารเอ็นโดรฟินและเซโรโทนินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ระงับปวดตามธรรมชาติ และปรับให้อารมณ์เครียดลดลง รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับไซโตไคน์ ที่ทำให้เกิดการอักเสบ ทำให้คลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งที่เป็นต้นเหตุของไมเกรน
ซึ่งทางแพทย์แผนจีนการฝังเข็มนั้นไม่ได้รักษาแค่อาการปวดหัวเพียงอย่างเดียวแต่จะมองไป สาเหตุที่ทำเกิดความไม่สมดุลภายใน ตัวกระตุ้นที่ทำให้เกิดการติดขัดของเลือดลม และจะลดสิ่งที่ทำให้เลือดลมผิดปกติโดยใช้การฝังเข็มกระจายพลังงานที่ติดขัด ขับไล่ลมและความร้อน ทำให้เลือดลมไหลเวียนได้สะดวกขึ้น เช่น การเลือกจุดไกลจุดปวด จุดไท่ชง (太冲; LR3) อยู่บริเวณหลังเท้าระหว่างง่ามนื้วโป้งและนิ้วชี้ ซึ่งเป็นจุดสำคัญของเส้นลมปราณตับ
ตามทฤษฎีแพทย์แผนจีน “ตับ” มีบทบาทในการกำกับให้ชี่ไหลเวียนอย่างราบรื่น และมีความสัมพันธ์กับการแสดงออกทางอารมณ์ เมื่อมีความเครียดหรือความหงุดหงิดสะสม แพทย์จีนอาจประเมินว่ามีภาวะชี่ตับติดขัด และในบางรูปแบบอาการอาจมีความร้อนหรือ “ไฟตับ” รบกวนขึ้นด้านบน การฝังเข็มจุดบริเวณไท่ชง จะเปรียบเสมือนการกระจายลมปราณตับให้ไหลลงด้านล่าง ลดความร้อน และช่วยลดอาการปวดศีรษะไมเกรนได้ ส่วนจุดใกล้จุดปวดที่นิยมอีกจุดคือ จุดเฟิงฉือ (风池; GB20) จะอยู่บริเวณรอยบุ๋มใต้ฐานกะโหลกศีรษะด้านหลังใกล้กล้ามเนื้อต้นคอ การฝังเข็มที่จุดนี้จะช่วยขับลมและระบายความร้อนออกจากศีรษะโดยตรง นอกจากนี้จะช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณท้ายทอยและคอที่หดเกร็ง ทำให้เลือดและลมปราณไหลเข้าสู่สมองได้สะดวกขึ้นทำให้สามารถลดอาการปวดหัวไมเกรนได้
ฟื้นฟูไมเกรนเรื้อรังแบบตรงจุด ที่ปิยชาติคลินิก
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดศีรษะร่วมกับอาการปวดตึงบริเวณคอบ่า และกล้ามเนื้อฐานกะโหลกร่วมด้วยซึ่งอาจเป็นปัจจัยร่วมที่ช่วยกระตุ้นทำให้มีอาการปวดศีรษะไมเกรนที่หนักขึ้นได้ การดูแลรักษาจึงควรพิจารณาทั้งลักษณะของการปวด ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ คุณภาพการนอนหลับและปัจจัยเฉพาะบุคคลโดยศาสตร์การแพทย์แผนจีนสามารถนำการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า เป็นการใช้เข็มฝังเข็มตามร่วมกับการปล่อยกระแสไฟฟ้าที่มีความถี่และความแรงที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นการตอบสนองของระบบประสาท และปรับการทำงานของกลไกการระงับปวดตามธรรมชาติของร่างกาย และช่วยคลายความตึงเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณฐานกะโหลก ต้นคอ บ่า เพิ่มความผ่อนคลายทำให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น ลดความรู้สึกตึงรั้ง เพื่อลดสิ่งกระตุ้นที่อาจทำให้อาการปวดศีรษะไมเกรนรุนแรงขึ้น
การครอบแก้ว เป็นอีกวิธีการรักษาหนึ่งที่ช่วยดูแลอาการปวดตึงของกล้ามเนื้อโดยอาศัยแรงดูดที่ทำให้เกิดแรงดึงต่อเนื้อเยื่อในบริเวณที่ต้องการรักษา แรงดูดนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของการไหลเวียนเลือดเฉพาะจุด เพิ่มความผ่อนคลาย ลดอาการตึงรั้งกล้ามเนื้อ บ่าคอ บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อได้
การจัดยาสมุนไพรจีนเฉพาะบุคคล แพทย์จะต้องทำการซักประวัติอย่างละเอียด ลักษณะการปวด คุณภาพการนอนหลับ ระบบขับถ่าย ดูลิ้นและจับชีพจรเพื่อจัดตำรับยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละบุคคล การรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนด้วยสมุนไพรจีนไม่ใช่เพียงการบรรเทาปวดในระยะสั้น แต่เป็นการรักษาปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการปวดและการเกิดซ้ำอีกด้วย
4 สัญญาณอันตราย! ปวดหัวแบบไหนที่ไม่ใช่แค่ไมเกรนและต้องพบแพทย์ด่วน
อาการปวดศีรษะส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรงแต่บางครั้งอาจจะเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉินได้ เช่น เลือดออกในสมอง เยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติที่แตกต่างจากไมเกรนที่เคยเป็นมาก่อน
1.ปวดศีรษะรุนแรงฉับพลัน
-ปวดทันทีรุนแรงที่สุดในชีวิต หรือปวดถึงระดับสูงสุดภายในไม่กี่นาที ปวดจี๊ดขึ้นมาทันทีเหมือนถูกฟ้าผ่า หรือปวดจนสะดุ้งตื่นกลางดึก อาจมีอาการร่วมคือ คลื่นไส้ อาเจียน ชัก หรือกระทั่งหมดสติ
2.มีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย
-เช่นแขนขาอ่อนแรง หรือมีอาการชา หน้าเบี้ยว พูดไม่ชัด เดินทรงตัวไม่ได้ ตามัวเห็นภาพซ้อน
3.ปวดหัวรุนแรงร่วมกับมีไข้สูง คอแข็ง
อาการคอแข็ง (stiff neck) คือผู้ป่วยจะไม่สามารถก้มศีรษะให้คางชิดหน้าอกได้เลยเนื่องจากเจ็บปวดรุนแรง และมีอาการซึมสับสน หรือแพ้แสงมากกว่าปกติ ต้องระวังเยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือ การติดเชื้อในระบบประสาท
4.ปวดศีรษะหลังได้รับอุบัติเหตุ
-โดยเฉพาะหลังศีรษะได้รับการกระแทกหรือในผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หากมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น อาเจียน ซึมสับสนมึนงง ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ประเมินอย่างละเอียด

อย่าปล่อยให้ “ไมเกรน” เป็นเรื่องปกติที่คุณต้องทนไปตลอดชีวิต!
ปวดหัวไมเกรนกินยาไม่หาย หากคุณต้องพึ่งพายาแก้ปวดจนเริ่มกังวลถึงผลข้างเคียง หรืออาการปวดหัวส่งผลกระทบต่อความสุขและการนอนหลับ ปิยชาติคลินิก พร้อมดูแลคุณด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนแบบบูรณาการ
ตลอดระยะเวลา 10 ปี เราได้ดูแลผู้ป่วยที่มีอาการปวดเรื้อรังมาแล้วกว่า 15,000 เคส เราไม่ได้มุ่งเน้นแค่การบรรเทาอาการชั่วคราว แต่แพทย์จีนปิยชาติและทีมงาน ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริง เพื่อช่วยให้ร่างกายของคุณกลับคืนสู่สมดุลที่ยั่งยืน ทั้งทางร่ายกายและจิตใจ
เปิดรับคำปรึกษาและวางแผนการรักษาที่ ปิยชาติคลินิก ทั้ง 4 สาขา
1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ : 085-955-9646 เดินทางง่ายด้วย BTS สนามเป้า หรือ BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ
2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ : 081-630-3180 ใกล้ MRT ศูนย์สิริกิติ์ หรือ BTS พร้อมพงษ์
3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี เบอร์ติดต่อ : 093-113-4718 ใกล้ BTS คูคต
4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี เบอร์ติดต่อ : 065-442-8987 ใกล้ MRT สายสีม่วง สถานีบางพลู
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ฝังเข็มรักษาไมเกรน ขณะที่กำลังมีอาการปวดหัวอยู่ สามารถทำได้ไหม?
A: สามารถทำได้ หากเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการประเมินแล้วว่าเป็นอาการปวดไมเกรนไม่มีสัญญาณอันตรายหรือ มีข้อห้ามในการฝังเข็ม สามารถฝังเข็มได้โดยไม่ต้องรอให้อาการปวดหายก่อนเสมอไป การฝังเข็มจะช่วยลดความรุนแรงของอาการปวด ลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ทำให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้นและอาการปวดเบาลง และช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย
Q: รักษาไมเกรนด้วยการฝังเข็ม ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเริ่มเห็นผลและหยุดกินยาได้?
A:โดยทั่วไปการรักษาด้วยการฝังเข็ม บางรายจะสามารถเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ภายใน 1-3 ครั้งแรก เช่น อาการปวดลดลง ความถี่ในการปวดลดลง ความรุนแรงของอาการปวดลดลงตามลำดับ โดยจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่นระยะเวลาที่เป็นไมเกรน ความรุนแรงของไมเกรนที่เป็นมา ปัจจัยที่กระตุ้นเพิ่มเช่นความเครียด การนอนหลับ
ในเรื่องของการลดหรือหยุดยา แพทย์อาจจะพิจารณาปรับแผนการใช้ยาตามความเหมาะสมแต่ไม่แนะนำให้หยุดยาเองโดยทันที ควรปรึกษาแพทย์ผู้สั่งจ่ายยา
Q: ฝังเข็มแก้ไมเกรนแตกต่างจากการนวดกดจุดอย่างไร?
A:การนวดกดจุดเป็นการส่งแรงจากมือผู้รักษา เพื่อกด คลึงคลายความตึงของกล้ามเนื้อชั้นบน ส่วนการฝังเข็มจะเป็นการใช้เข็มขนาดเล็กกระตุ้นเนื้อเยื่อชั้นลึกกว่าการกดด้วยมือ และร่างกายจะเกิดการตอบสนองผ่านระบบประสาทส่วนปลายและระบบประสาทส่วนกลาง รวมถึงเกี่ยวข้องกับสารสื่อประสาทที่มีบทบาทในการควบคุมความเจ็บปวดของร่างกายได้
“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

English
中文 (简体字)
Lastest Post
ฝังเข็ม
ปวดหัวไมเกรนกินยาไม่หาย? เข้าใจสาเหตุตามหลักแพทย์แผนจีน และการฝังเข็มตรงจุด
ฝังเข็ม ครอบแก้ว
ปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักที! รู้จัก “ฝังเข็ม-ครอบแก้ว” ทางเลือกคลายปวดตรงจุด
ฝังเข็ม
ปวดคอบ่าไหล่เรื้อรัง กินยาไม่หายเสียที! เช็กจุดปวดแท้จริง ก่อนสายเกินแก้