ฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต! ด้วยการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า ที่ Piyachat Clinic

ฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต! ด้วยการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า ที่ Piyachat Clinic

การฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต ด้วยการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า เป็นการส่งคลื่นไฟฟ้าจังหวะเฉพาะผ่านเข็มเข้าสู่จุดฝังเข็มและแนวเส้นประสาท ช่วยกระตุ้นระบบประสาทสั่งการ ชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ ลดภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง และเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปฟื้นฟูเซลล์สมองรอบรอยโรค (Ischemic Penumbra) การรักษาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเวลาทอง (Golden Period: 1–6 เดือนแรก) ควบคู่กับกายภาพบำบัด จะช่วยส่งเสริมความยืดหยุ่นของสมอง (Neuroplasticity) ให้ผู้ป่วยกลับมาขยับและช่วยเหลือตัวเองได้รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

หลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง สิ่งที่เคยทำได้ง่าย ๆ อย่างการเดิน หยิบช้อนกินข้าว หรือใส่เสื้อด้วยตัวเอง อาจกลายเป็นเรื่องที่ยากและทำให้ผู้ป่วยต้องค่อย ๆ ฝึกใหม่หรือพึ่งพาผู้อื่น อาการแขนขาอ่อนแรง ชา หรือเกร็ง ส่งผลต่อทั้งการใช้ชีวิตและความรู้สึกของผู้ป่วย รวมถึงครอบครัวที่ต้องปรับตัวไปด้วยกัน การฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต จึงมีเป้าหมายให้ผู้ป่วยกลับมาช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น แม้จะเริ่มจากความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในแต่ละวันก็ตาม

ในการฟื้นฟูโรคเกี่ยวกับสมอง ความจริงแล้วนั้น สมองยังมีความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้หลังได้รับความเสียหาย เราเรียกความสามารถนี้ว่า Neuroplasticity เป็นการฝึกเคลื่อนไหวและพัฒนาการสมองอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ เป็นส่วนสำคัญของการฟื้นตัวของสมอง สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ช่วงเวลาทองของการฟื้นฟูจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะ 3 เดือนแรกที่จะพัฒนาได้เร็ว และยังคงพัฒนาต่อได้ดีจนถึง 6 เดือน การฝังเข็มเพื่อฟื้นฟูโรคนี้ แม้ว่าจะผ่านช่วงนี้หรือเกิน 6 เดือนไปแล้ว สมองก็ยังมีโอกาสพัฒนาความสามารถได้ การฟื้นฟูจึงควรทำต่อเนื่องตามความพร้อมและคำแนะนำของทีมรักษา

ที่ ปิยชาติคลินิก เราให้ความสำคัญกับอาการและเป้าหมายของผู้ป่วยแต่ละคน โดยแพทย์แผนจีนจะประเมินก่อนวางแผนฝังเข็ม และพิจารณาใช้การกระตุ้นไฟฟ้าร่วมกับการฝึกเคลื่อนไหวแบบเต้าอิ่น (导引) ตามความเหมาะสม เพื่อเสริมการฟื้นฟูควบคู่กับกายภาพบำบัดและการดูแลจากแพทย์ผู้รักษา พร้อมติดตามความก้าวหน้าและปรับแผนให้เหมาะกับผู้ป่วยในแต่ละระยะ

In this article

ทำไมต้องรีบฟื้นฟูใน “ช่วงเวลาทอง”?

มุมมองประสาทวิทยา: Neuroplasticity

แม้โรคหลอดเลือดสมองจะทำให้การเคลื่อนไหวเปลี่ยนไป แต่สมองยังสามารถปรับตัวและเรียนรู้ได้ ความสามารถนี้เรียกว่า Neuroplasticity หรือการที่สมองปรับการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาท เพื่อช่วยชดเชยการทำงานส่วนที่เสียหาย การฝึกกิจกรรมที่ใช้จริงซ้ำ ๆ เช่น เอื้อมหยิบแก้ว จับช้อน หรือลุกขึ้นยืน จึงเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้สมองเรียนรู้การควบคุมร่างกายอีกครั้ง

ช่วงแรกหลังเกิดโรคเป็นช่วงที่ควรให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเป็นพิเศษ งานวิจัยของ Dromerick และคณะ (2021) ในวารสาร PNAS ซึ่งศึกษาผู้ป่วย 72 คน พบว่า ผู้ที่ได้รับการฝึกใช้แขนและมือเพิ่มจากการฟื้นฟูตามปกติรวม 20 ชั่วโมง ในช่วง 60–90 วันหลังเกิดโรค มีผลด้านการเคลื่อนไหวเมื่อครบหนึ่งปีดีกว่ากลุ่มที่ได้รับการฟื้นฟูตามปกติ ผลการศึกษานี้ช่วยให้เห็นว่า นอกจากรูปแบบการฝึกแล้ว จังหวะเวลาในการเพิ่มการฝึกก็มีความสำคัญเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องรอให้ครบสองเดือนจึงเริ่มฝึก การฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต ควรเริ่มเมื่ออาการคงที่และทีมแพทย์รักษาประเมินว่าพร้อม เริ่มโดยการปรับกิจกรรมให้เหมาะกับกำลังและข้อจำกัดของแต่ละคน สำหรับผู้ที่ผ่านช่วงเวลาทองมาแล้ว ก็ยังมีโอกาสพัฒนาได้เช่นกัน การฝึกอย่างต่อเนื่องจึงยังมีความหมาย ทั้งต่อการเคลื่อนไหวและการกลับมาช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวัน 

การฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต ด้วยการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า เป็นการส่งคลื่นไฟฟ้าจังหวะเฉพาะผ่านเข็มเข้าสู่จุดฝังเข็มและแนวเส้นประสาท ช่วยกระตุ้นระบบประสาทสั่งการ ชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ ลดภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็ง และเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปฟื้นฟูเซลล์สมองรอบรอยโรค

การฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า ทำงานอย่างไร?

1. กระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทและกล้ามเนื้อที่อ่อนแรง

การฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า คือ การฝังเข็มในตำแหน่งที่เลือกตามอาการ แล้วเชื่อมต่อจุดที่ฝังกับเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าเป็นจังหวะ โดยปรับความแรงให้เหมาะกับผู้ป่วย กระแสไฟฟ้าจะทำการกระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อบริเวณที่ฝังเข็ม อาจทำให้กล้ามเนื้อหดตัวเป็นจังหวะ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและระดับการกระตุ้น ผู้ป่วยจึงอาจรู้สึกตื้อ ๆ หรือกระตุกเบา ๆ ระหว่างรักษา อย่างไรก็ตาม การเห็นกล้ามเนื้อกระตุกไม่ได้หมายความว่าสมองส่วนที่เสียหายฟื้นตัวแล้ว การกระตุ้นแบบนี้จะช่วยทำให้สมองรับรู้ถึงการทำงานของกล้ามเนื้อ ส่งผลช่วยให้เกิดการพยายามสร้างสารสื่อประสาทและการหาทางเพื่อควบคุมกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังช่วยชะลอการฝ่อของกล้ามเนื้อในขณะรอสมองฟื้นฟูตัวเอง

ในด้านงานวิจัย บทความทบทวนในวารสาร Frontiers in Neurology ปี 2025 รวบรวมการทดลองในสัตว์ที่มีภาวะสมองขาดเลือด พบสัญญาณว่าการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าอาจช่วยลดกระบวนการตายของเซลล์ประสาท และเกี่ยวข้องกับการปรับการไหลเวียนเลือดในสมอง

สำหรับการฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต การฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าจึงเป็นทางเลือกเสริมที่ต้องประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล โดยอาจใช้ร่วมกับกายภาพบำบัด การฝึกหยิบจับ ยืน หรือเดินตามแผนของทีมรักษา เพื่อให้การดูแลเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ผู้ป่วยต้องใช้จริงในชีวิตประจำวัน

2. ลดอาการเกร็งตัวและปรับ Muscle Tone 

หลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยบางคนมีทั้งกล้ามเนื้ออ่อนแรงและอาการเกร็งร่วมกัน เช่น มือกำแน่น ข้อศอกงอ หรือปลายเท้าจิกลง อาการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ Muscle Tone หรือความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ที่เพิ่มขึ้นผิดปกติจากการควบคุมของระบบประสาทที่สมอง ทำให้เหยียดแขน แบมือ หรือก้าวเดินได้ยาก และอาจรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน 

การฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าเป็นหนึ่งในวิธีเสริมที่มีการศึกษาเพื่อช่วยลดอาการเกร็ง โดยงานทบทวนวิจัยของ Zhang และคณะ ซึ่งเผยแพร่ออนไลน์ในปี 2020 รวบรวมการทดลองแบบสุ่ม 31 งาน ครอบคลุมผู้ป่วย 2,488 คน พบว่าการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าร่วมกับการฝึกฟื้นฟู มีผลลดอาการเกร็งได้ดีกว่าการใช้แต่ละวิธีเพียงอย่างเดียว 

การฝังเข็มจึงช่วยคลายในส่วนของกล้ามเนื้อหดเกร็งมากเกินไป เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาฝึกการใช้งานกล้ามเนื้อได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และป้องกันสมองเกิดความเข้าใจผิดในการแบ่งหน้าที่ของกล้ามเนื้อ ถ้าเกิดความเข้าใจผิดของการแบ่งหน้าที่อาจทำให้คนไข้ใช้งานกล้ามเนื้อผิดจุด ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นฟูในระยะยาวได้ เป้าหมายของการดูแลจึงเป็นการลดความเกร็งที่รบกวนชีวิตประจำวัน พร้อมฝึกให้ผู้ป่วยใช้แขนขาได้เหมาะสมขึ้น 

เพราะความเกร็งที่ลดลงไม่ได้หมายความว่ากำลังกล้ามเนื้อจะกลับมาทันที การฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต จึงต้องติดตามทั้งอาการเกร็งและความสามารถในการเคลื่อนไหว ควบคู่กับกายภาพบำบัดและการรักษาอื่นตามที่ทีมรักษาประเมิน

3. ส่งเสริมการไหลเวียนเลือดสู่สมองและการซ่อมแซมเส้นประสาท

เมื่อหลอดเลือดสมองอุดตัน เซลล์สมองจะได้รับเลือดและออกซิเจนไม่เพียงพอ บริเวณรอบจุดที่เสียหายอาจมีเซลล์ที่ยังมีชีวิตแต่ทำงานผิดปกติ เรียกว่า Ischemic Penumbra เปรียบเสมือนพื้นที่รอบบ้านที่ไฟดับชั่วคราว ซึ่งยังมีโอกาสรักษาการทำงานไว้ได้หากได้รับการรักษาทันท่วงที ภาวะนี้เกี่ยวข้องกับโรคระยะเฉียบพลัน จึงต้องได้รับการรักษาฉุกเฉินในโรงพยาบาล

บทความทบทวนใน Journal of Integrative Neuroscience ปี 2024 อธิบายกลไกที่เป็นไปได้ของการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า ทั้งด้านการเพิ่มการไหลเวียนเลือดในสมองและการฟื้นฟูระบบประสาท และอีกหลายการศึกษาพบว่าการฝังเข็มเพื่อฟื้นฟูสมอง มีส่วนช่วยทำให้ Penumbra หรือส่วนที่สมองขาดเลือดชั่วคราวนั้น กลับมาฟื้นตัวได้ไว จากการที่หลอดเลือดขยายตัวและเกิดการซ่อมแซมระบบประสาทได้ไวขึ้น อีกทั้งยังมีส่วนในการเพิ่ม GAP-43 คือ โปรตีนที่เกี่ยวข้องกับการเจริญของแขนงเซลล์ประสาท เปรียบเหมือนตัวช่วยในการต่อสายสื่อสารของระบบประสาท งานทบทวนการทดลองในสัตว์พบว่าการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าเกี่ยวข้องกับการเพิ่มโปรตีนนี้ได้

ในการฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต จึงควรพิจารณาการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าเป็นการดูแลเสริมตามความเหมาะสม ร่วมกับการฝึกเคลื่อนไหวและแผนรักษาของทีมแพทย์ โดยติดตามผลจากความสามารถที่ผู้ป่วยทำได้จริงในชีวิตประจำวัน

ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้ากับกายภาพบำบัด ต่างกันอย่างไร?

การฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต มีเป้าหมายให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวและช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น กายภาพบำบัดเป็นส่วนสำคัญของการฝึกทักษะเหล่านี้ ส่วนการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าอาจใช้เสริมตามอาการและความเหมาะสม โดยแต่ละวิธีมีบทบาทดังนี้

ประเด็นเปรียบเทียบการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้ากายภาพบำบัด
จุดเน้นกระตุ้นเส้นประสาทผ่านเข็ม และช่วยลดอาการเกร็งฝึกกำลังกล้ามเนื้อ การทรงตัว และการเคลื่อนไหวที่ใช้จริง
วิธีการส่งกระแสไฟฟ้าเป็นจังหวะผ่านเข็ม โดยปรับระดับให้เหมาะกับผู้ป่วยฝึกออกกำลังกาย ยืดกล้ามเนื้อ ฝึกขยับข้อ และใช้อุปกรณ์ตามความจำเป็น
ข้อดีช่วยเสริมการควบคุมอาการเกร็งในผู้ป่วยบางราย ผ่านการรับรู้ของระบบประสาทช่วยฝึกใช้แขนขาและเรียนรู้การเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ ซึ่งสนับสนุนการปรับตัวของสมอง
การติดตามผลประเมินความเกร็ง อาการ และการตอบสนองต่อการรักษาผ่านการเคลื่อนไหวประเมินการเคลื่อนไหวและความสามารถ เช่น หยิบจับ ยืน หรือเดิน

ร่วมกันได้อย่างไร? การฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าอาจช่วยจัดการอาการเกร็ง ฟื้นฟูระบบประสาท ขณะที่กายภาพบำบัดช่วยฝึกนำการเคลื่อนไหวไปใช้ในชีวิตประจำวัน งานทบทวนวิจัยพบว่าการทำร่วมกันมีแนวโน้มลดอาการเกร็งได้ดีกว่าการใช้แต่ละวิธีเพียงอย่างเดียว และมีผลส่งเสริมกันให้สมองที่พยายามฟื้นตัวทำงานได้สบายขึ้น ในการฟื้นฟูจึงควรเลือกตามปัญหาและเป้าหมายของผู้ป่วย พร้อมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง การรักษาร่วมกันมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มโอกาสในการฝึก

ฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาตที่ปิยชาติคลินิก เราเน้น การฝังเข็มร่วมกับการฝึกเต้าอิ่น (导引) และพิจารณาสมุนไพรจีนตามอาการของแต่ละคน เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับปัญหาและเป้าหมายในการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

ขั้นตอนการดูแลฟื้นฟูที่ปิยชาติคลินิก

ที่ปิยชาติคลินิก เราเน้น การฝังเข็มร่วมกับการฝึกเต้าอิ่น (导引) และพิจารณาสมุนไพรจีนตามอาการของแต่ละคน เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับปัญหาและเป้าหมายในการใช้ชีวิตของผู้ป่วย

1. ประเมินก่อนวางแผนดูแล

เริ่มจากสอบถามประวัติโรคหลอดเลือดสมอง โรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ และการฟื้นฟูที่ผ่านมา ร่วมกับประเมินอาการอ่อนแรง เกร็ง ชา และกิจกรรมที่ทำได้ พร้อมตรวจลิ้นและชีพจรตามหลักแพทย์แผนจีน

2. ฝังเข็มให้เหมาะกับอาการ

เลือกตำแหน่งฝังเข็มและพิจารณาการกระตุ้นไฟฟ้าตามความเหมาะสม โดยปรับระดับการกระตุ้นให้ผู้ป่วยรับได้ และสังเกตการตอบสนองระหว่างรักษา

3. ฝึกเต้าอิ่นควบคู่กัน

เต้าอิ่น คือ การฝึกเคลื่อนไหวร่วมกับการหายใจอย่างมีจังหวะ โดยปรับท่าให้เหมาะกับกำลังและข้อจำกัดของผู้ป่วย เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู และนำไปฝึกต่ออย่างปลอดภัยตามคำแนะนำ

4. พิจารณาสมุนไพรเฉพาะบุคคล

ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับสมุนไพรเสริมตามการประเมิน เช่น หลักบำรุงชี่และขับเคลื่อนเลือดในตำรับดั้งเดิมอย่าง ตำรับปู่หยางหวันอู่ทัง (补阳还五汤) ซึ่งใช้หวงฉีเป็นสมุนไพรหลัก ที่จะช่วยในการส่งเสริมแรงและพละกำลังมากขึ้น

สัญญาณการฟื้นตัวที่สังเกตได้

การฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต ไม่ได้วัดจากการกลับมาเดินได้เพียงอย่างเดียว ความเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวันก็มีความหมาย โดยผู้ป่วยและครอบครัวสามารถสังเกตพัฒนาการในด้านต่าง ๆ เช่น

1. การเคลื่อนไหว : เริ่มขยับแขนขาได้มากขึ้น เอื้อมหยิบของ แบมือ หรือลุกนั่งโดยใช้ความช่วยเหลือน้อยลง

2. อาการเกร็ง : มือที่เคยกำแน่นคลายได้ง่ายขึ้น เหยียดข้อศอกหรือขยับข้อเท้าได้สะดวกขึ้น ทำให้ช่วยเหลือตัวเองในกิจวัตรประจำวันต่างๆได้มากขึ้น

3. การสื่อสาร : บอกความต้องการได้ชัดเจนขึ้น เข้าใจคำสั่งได้ดีขึ้น หรือใช้คำพูดและท่าทางสื่อสารกับคนรอบตัวได้มากขึ้น

4. การช่วยเหลือตัวเอง : มีส่วนร่วมในการกินอาหาร ล้างหน้า แต่งตัว หรือย้ายจากเตียงไปเก้าอี้ได้มากกว่าเดิม

จากเดิมที่ต้องให้ญาติช่วยทุกขั้นตอน ผู้ป่วยอาจเริ่มจับช้อนเองได้บางช่วง หรือช่วยยกแขนขณะใส่เสื้อได้ สิ่งเหล่านี้เป็นพัฒนาการที่ควรบันทึกและแจ้งทีมรักษาเพื่อปรับวิธีการรักษาและการกระตุ้น

อย่างไรก็ตาม แต่ละด้านอาจฟื้นตัวไม่พร้อมกัน โดยหากดูจากพื้นที่ของสมอง ส่วนที่มีความซับซ้อนอย่างเช่น มือ อาจเป็นจุดที่มีการฟื้นตัวช้าที่สุด ความก้าวหน้าเกิดจากการดูแลฟื้นฟูโดยรวม จึงควรติดตามเทียบกับความสามารถเดิมของผู้ป่วยแต่ละคน เพื่อปรับเป้าหมายให้เหมาะสมและให้กำลังใจกับทุกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ฟื้นฟูอัมพฤกษ์-อัมพาต ที่ปิยชาติคลินิก
ก่อตั้งโดย แพทย์จีนปิยชาติ อัศววิโรจน์ ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ที่จะนำองค์ความรู้แพทย์แผนจีนมาผสานการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา เราได้ดูแลผู้ป่วยอาการปวดเรื้อรังและผู้ป่วยฟื้นฟูระบบประสาทมาแล้วมากกว่า 15,000 เคส

ฟื้นฟูอัมพฤกษ์-อัมพาต ที่ปิยชาติคลินิก

ปิยชาติคลินิก ก่อตั้งโดย แพทย์จีนปิยชาติ อัศววิโรจน์ ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ที่จะนำองค์ความรู้แพทย์แผนจีนมาผสานการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา เราได้ดูแลผู้ป่วยอาการปวดเรื้อรังและผู้ป่วยฟื้นฟูระบบประสาทมาแล้วมากกว่า 15,000 เคส

เราตระหนักดีว่าเบื้องหลังของอาการอัมพฤกษ์ อัมพาต ไม่ได้มีเพียงความเจ็บป่วยทางกาย แต่ยังรวมถึงความทุกข์ใจและความกังวลของคนในครอบครัว ทีมแพทย์จีนปิยชาติคลินิกจึงให้ความสำคัญกับการอธิบายพยาธิสภาพของโรคอย่างตรงไปตรงมา เข้าใจระยะของโรค และออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคลด้วยความใส่ใจ ทั้งการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า การครอบแก้วคลายกล้ามเนื้อ การฝึกเต้าอิ่น และการปรับยาสมุนไพรจีน เพื่อเสริมการรักษาหลักให้ผู้ป่วยกลับมาช่วยเหลือตนเองได้มากที่สุด

1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร ​​​เบอร์ติดต่อ : 085-955-9646 เดินทางง่ายด้วย BTS สนามเป้า หรือ BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ 

2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร ​เบอร์ติดต่อ : 081-630-3180 ใกล้ MRT ศูนย์สิริกิติ์ หรือ BTS พร้อมพงษ์

3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี ​​​เบอร์ติดต่อ : 093-113-4718 ใกล้ BTS คูคต 

4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี ​​เบอร์ติดต่อ : 065-442-8987 ใกล้ MRT สายสีม่วง สถานีบางพลู

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q1: ผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ หรือแตก สามารถฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าได้เมื่อไหร่?

A: สำหรับภาวะหลอดเลือดสมองตีบ สามารถเริ่มฝังเข็มได้ทันทีเมื่อสัญญาณชีพ (ความดัน อัตราการเต้นหัวใจ) คงที่ ประมาณ 1–2 สัปดาห์หลังเกิดอาการ ส่วนภาวะหลอดเลือดสมองแตก ควรรอให้อาการเลือดออกหยุดสนิทและพ้นระยะวิกฤตตามการประเมินของแพทย์ ประมาณ 2–4 สัปดาห์ โดยยิ่งเริ่มเร็วในช่วง 6 เดือนแรก ผลการฟื้นตัวยิ่งดีขึ้น
อ้างอิงประกอบ: จาก Cochrane Review — Acupuncture for Acute Stroke (AHA Journals, 2019) ซึ่งรวบรวม RCT ของการฝังเข็มในผู้ป่วย Stroke ภายใน 30 วันหลังเกิดอาการ พบว่า Adverse Events ที่เกี่ยวกับการฝังเข็มโดยรวมอยู่ที่ 6.2% และส่วนใหญ่เป็นผลข้างเคียงเล็กน้อยที่ไม่ต้องหยุดการรักษา สนับสนุนว่าการเริ่มฝังเข็มในระยะ Subacute นั้นมีความปลอดภัยเมื่ออยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ

Q2: การฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าอันตรายต่อผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจไหม?

A: การฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้ามีความปลอดภัยสูงเมื่อดูแลโดยแพทย์แผนจีนที่มีใบประกอบโรคศิลปะ ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) ต้องแจ้งแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กระตุ้นไฟฟ้าบริเวณใกล้หัวใจ หรือปรับเป็นการฝังเข็มแบบธรรมดาร่วมกับการนวดจุดแทน
อ้างอิงประกอบ: จาก British Medical Acupuncture Society (BMAS) Guidelines — PubMed (2008) และ Society for Integrative Oncology Clinical Practice Guidelines — CancerChoices ระบุตรงกันว่า การฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่มี Pacemaker หรือ ICD โดยเด็ดขาด เพราะกระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายอาจส่งสัญญาณรบกวนจังหวะการทำงานของอุปกรณ์ได้ หากจำเป็นต้องรักษา แพทย์จะประเมินและปรับเป็นการฝังเข็มแบบ Manual แทน

Q3: ต้องเข้ารับการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าบ่อยแค่ไหน ถึงจะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง?

A: ในช่วง 1–3 เดือนแรก แนะนำให้เข้ารับการรักษาอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง เพื่อให้การกระตุ้นระบบประสาทมีความต่อเนื่อง โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกถึงความตึงตัวของกล้ามเนื้อที่ลดลง หรือมีแรงขยับเพิ่มขึ้นภายใน 4–8 ครั้งแรกของการรักษา
อ้างอิงประกอบ: จากการศึกษา Frontiers in Neurology (2026) ที่วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วย Stroke ที่เข้ารับการฝังเข็มในโรงพยาบาล พบว่าความถี่ในการฝังเข็มมีความสัมพันธ์กับผลลัพธ์การฟื้นตัว โดยกลุ่มที่ฟื้นตัวดีและกลับบ้านได้มีจำนวน Session เฉลี่ยสูงกว่า สนับสนุนว่าความสม่ำเสมอในการเข้ารับการรักษาเป็นปัจจัยสำคัญต่อความก้าวหน้าของการฟื้นฟู

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

บรรณานุกรม / แหล่งอ้างอิง

1. Interehab (2025). The Golden Period for Stroke Rehabilitation: Why Timing Matters. https://interehab.com/the-golden-period-for-stroke-rehabilitation-why-timing-matters-and-why-its-never-only-about-one-window/

2. Walker, M.F. et al. (2021). Critical Period After Stroke Study (CPASS): A phase II clinical trial testing an optimal time for motor recovery after stroke in humans. PNAS. https://www.pnas.org/doi/10.1073/pnas.2026676118

3. PMC (2026). Neuroplasticity After Stroke: Clinical Evidence and Its Implication for Effective Rehabilitation Strategies. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC13447379/

4. Me & Qi. Qi Deficiency causing Blood Stagnation — TCM Pattern of Disharmony. https://www.meandqi.com/knowledge-base/patterns/qi-deficiency-causing-blood-stagnation

5. Frontiers in Neurology (2025). Clinical efficacy and mechanism of gamma frequency electroacupuncture stimulation on stroke rehabilitation. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC12162516/

6. PubMed (2020). Electroacupuncture with rehabilitation training for limb spasticity reduction in post-stroke patients: A systematic review and meta-analysis. (31 RCTs, n=2,488) https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32845210

7. Journal of Integrative Neuroscience (2024). Mechanisms by Which Electroacupuncture Alleviates Neurovascular Unit Injury after Ischemic Stroke. https://www.imrpress.com/journal/JIN/23/2/10.31083/j.jin2302031

8. Frontiers in Neurology (2025). Comparison of physical stimulation therapies on upper limb spastic paralysis after stroke: a network meta-analysis. (21 interventions) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC12037403/

9. ScienceDirect (2024). Acupuncture, an effective treatment for post-stroke neurologic dysfunction. https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0361923024001680

10. AHA Journals / Cochrane (2019). Acupuncture for Acute Stroke — Safety & Adverse Events Review. https://www.ahajournals.org/doi/10.1161/STROKEAHA.118.021803

11. Geddes & Forster (2008). Investigating the safety of electroacupuncture with a Picoscope — BMAS Guidelines on Pacemaker. PubMed. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/18818558/

12. CancerChoices (2023). Electroacupuncture: Safety and Precautions — Society for Integrative Oncology Guidelines. https://cancerchoices.org/therapy/electroacupuncture/safety/

13. Frontiers in Neurology (2026). Association of acupuncture timing and treatment intensity with short-term functional recovery in stroke rehabilitation inpatients. https://www.frontiersin.org/journals/neurology/articles/10.3389/fneur.2026.1848746/full