หลายคนอาจคุ้นเคยกับ “การฝังเข็ม” ในฐานะศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่ช่วยบรรเทาอาการปวดหรือปรับสมดุลของร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่า “การฝังเข็ม” ยังสามารถช่วยในเรื่อง การลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วน ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน
ด้วยหลักการกระตุ้นการไหลเวียนของ “พลังชี่” และ “ระบบเลือดลม” การฝังเข็มจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น ลดความอยากอาหาร พร้อมทั้ง กระตุ้นระบบเผาผลาญพลังงาน ให้ทำงานอย่างสมดุล ส่งผลให้ร่างกายสามารถเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งยา
สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยและเข้าใจกลไกของร่างกายอย่างแท้จริง บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักว่า “การฝังเข็มกระชับสัดส่วนและลดน้ำหนัก” สามารถช่วย รีเซ็ตระบบเผาผลาญ ภายในให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร
ภาวะน้ำหนักเกิน
ปัจจุบันลักษณะการใช้ชีวิตของคนส่วนใหญ่เปลี่ยนไป คือใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ มีความกดดัน คนนึงจำเป็นต้องทำงานหลายอย่าง เวลาต่อวันไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย สื่อออนไลน์ที่รบกวนสภาพจิตใจ ทำให้เกิดความเครียดสะสม นอนดึก หรือนอนหลับยากเกิดขึ้น รวมถึงรูปแบบการรับประทานอาหารค่อนข้างเปลี่ยนไปจากเดิม ทานอาหารหลายมื้อ ทานมื้อดึก และทานอาหารนอกบ้าน ที่ควบคุมโภชนาการค่อนข้างยาก สิ่งต่างๆ เหล่านี้จึงทำให้หลายๆ คนมักมีปัญหาเกี่ยวกับน้ำหนักเกิน และระบบเผาผลาญพังเกิดขึ้น
ความเครียดทำให้อ้วนได้อย่างไร
- ความเครียดจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งจะกระตุ้นให้เรารู้สึกอยากของหวาน อยากน้ำตาลมากขึ้นกว่าปกติ ส่งผลให้เราคุมอาหารยาก หลุดการทานได้ง่าย
- กระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมน ghrelin(หิว)มากขึ้น หลั่งฮอร์โมน leptin(อิ่ม) ลดลง ทำให้หิวเยอะหิวบ่อย ทานไม่อิ่มสักที
- เครียดสะสมเรื้อรังก็จะทำให้เกิดปัญหาการนอนตามมาได้เช่นกัน
นอนไม่หลับไม่เพียงพออ้วนได้อย่างไร
- นอนดึก นอนน้อย จะทำให้ growth hormone หลั่งน้อยลง (ทำให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ สร้างและซ่อมแซมเซลล์ได้ไม่ดี) ส่งผลให้ระดับการเผาผลาญพลังงานและไขมันลดต่ำลง
- ทำให้มีช่วงเวลาในการทานมากขึ้น เกิดมื้อดึกก่อนนอน มื้กจุกจิก
- ทำให้อ่อนเพลีย ไม่มีพลังเพียงพอในการใช้ชีวิต ทำงาน ทำกิจกรรม ออกกำลังกาย
- ทำให้เกิดอารมณ์แปรปรวน เครียดง่ายกว่าเดิม เกิดเป็นวงจรเรื้อรัง
- ทำให้เกิดความอักเสบในร่างกาย เซลล์เสื่อม แก่เร็ว และเจ็บป่วยง่าย

การฝังเข็มกระชับสัดส่วนคืออะไร
การฝังเข็มกระชับสัดส่วน คือ การใช้เข็มฝังเข็มที่มีขนาดเล็กและบางมากฝังไปตามจุดลมปราณต่างๆ ตามร่างกายเพี่อปรับสมดุลลมปราณและปรับสมดุลอวัยวะต่างๆที่เกี่ยวข้องที่เสียสมดุลไป ให้กลับมาทำงานได้อย่างปกติและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพดังเดิม รวมถึงการฝังเข็มรักษาออฟฟิศซินโดรมที่จะฝังตามจุดกล้ามเนื้อและสัดส่วนที่คนไข้ต้องการกระชับสัดส่วนในบริเวณนั้นๆ และทำการติดกระตุ้นไฟฟ้าที่ปลายเข็มเพื่อกระชับและออกกำลังกายกล้ามเนื้อในบริเวณที่ต้องการร่วมด้วย แพทย์แผนจีนเราจะรักษาแบบองค์รวม โดยดูที่ปัจจัยต่างๆที่เป็นสาเหตุทำให้คนไข้น้ำหนักเกิน ซึ่งจะตรวจจากการซักประวัติปัญหาสุขภาพ ดูชีพจรและลิ้น ดูสมดุลภายในร่างกาย และจะใช้การฝังเข็มร่วมกับยาจีนเพื่อลดความเครียดสะสม ให้คนไข้สามารถรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น รวมถึงปรับสุขภาพการนอนให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และหลับได้ลึกขึ้น เพื่อให้สมดุลฮอร์โมนต่างๆกลับมาปกติ ส่งผลให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น ความหิว ความอิ่มกลับมาปกติ ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ร่วมกับการติดเมล็ดผักกาดบนใบหู รวมถึงแนะนำโภชนาการ ติดตามการควบคุมอาหาร รวมถึงแนะนำการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย
หลักการแพทย์แผนจีน:การปรับสมดุลร่างกาย (หยิน–หยาง, พลังชี่, ระบบย่อยอาหาร)
กลไกของภาวะน้ำหนักเกินส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับพลังหยางในร่างกายพร่อง มีเสมหะความชื้นในร่างกายสะสมมาก ลมปราณของม้ามพร่อง ทำให้หน้าที่การลำเลียงสารอาหารของม้ามทำได้ไม่มีประสิทธิภาพ สารอาหารต่างๆไม่ถูกลำเลียงส่งกระจายไปทั่วร่างกายอย่างเหมาะสม จึงแปรสภาพเป็นไขมันสะสมตามร่างกาย
หลักการแพทย์แผนจีนกับภาวะน้ำหนักเกินมีความสัมพันธ์กับอวัยวะม้าม กระเพาะ ลำไส้ ตับ ถุงน้ำดี และไต ซึ่งแบ่งการวินิจฉัยได้ ดังนี้
- เสมหะชื้นปิดกั้นหรืออุดกั้น คนไข้จะมีลักษณะ สัดส่วนเกินบริเวณหน้าและคอชัด ตัวและหัวรู้สึกหนักๆ แน่นหน้าอก แน่นบริเวณกระเพาะ ใจสั่น หายใจสั้น ชอบนอน น้ำลายเหนียว อุจจาระเหนียวหรือเละๆ ตรวจร่างกายเจอลิ้นอ้วน ซีด มีรอยฟัน ฝ้าเหนียว และชีพจรลื่นหรือไม่มีแรง
- กระเพาะและลำไส้ใหญ่มีความร้อนสะสม คนไข้จะมีลักษณะสัดส่วนเกินทั้งช่วงบนและช่วงล่างของลำตัว ทานเก่ง ปากแห้งชอบดื่มน้ำเย็น ไม่ชอบร้อน เหงื่อออกง่ายและออกมาก ขี้หงุดหงิด ขี้โมโห ท้องผูก ปัสสาวะสั้นและมีสีเหลือง ตรวจร่างกายเจอลิ้นสีแดง ฝ้าเหลืองและเหนียว ชีพจรลื่นและเร็ว
- พลังหยางของม้ามและไตพร่อง คนไข้จะมีลักษณะภาวะน้ำหนักหรือสัดส่วนเกิน ร่วมกับมีอาการปัสสาวะบ่อย ปริมาณปัสสาวะมาก อ่อนเพลีย ไม่ค่อยมีแรง ปวดบริเวณเอวและขา ขาบวม ท้องอืด เบื่ออาหาร อุจจาระเหลว ตรวจร่างกายเจอลิ้นซีด ฝ้าขาว และชีพจรจมเล็กไม่มีแรง
- ลมปราณตับติดขัด คนไข้จะมีลักษณะภาวะน้ำหนักหรือสัดส่วนเกิน ร่วมกับมีอาการแน่นหน้าอกและชายโครงร่วม หรือแน่นบริเวณเต้านมหรือบริเวณท้องช่วงบน อาการแน่นไม่มีตำแหน่งแน่นอน สามารถเคลื่อนไปมาเปลี่ยนที่ได้ ซึ่งจะสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของอารมณ์ ชอบถอนหายใจ เลอ หรือผายลมบ่อยครั้ง ซึ่งจะทำให้คนไข้มีอาการแน่นลดลง ตรวจร่างกายเจอลิ้นแดงชมพู ฝ้าขาวบาง และชีพจรตึง
ความแตกต่างระหว่างการฝังเข็มเพื่อสุขภาพทั่วไปกับฝังเข็มกระชับสัดส่วน ลดน้ำหนัก
การฝังเข็มเพื่อสุขภาพจะมุ่งเน้นเรื่องการปรับสมดุลร่างกายและอวัยวะต่างๆที่คนไข้มีปัญหาเป็นหลัก ส่วนการฝังเข็มกระชับสัดส่วนจะมุ่งเน้นในการปรับสมดุลอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ และการขับถ่ายเป็นหลัก และนอกจากปรับสมดุลร่างกายแล้ว จะมีการฝังเข็มและกระตุ้นไฟฟ้าเพิ่มบริเวณสัดส่วนที่คนไข้เป็นกังวลร่วมด้วย และติดเมล็ดผักกาดบนใบหูเพื่อให้คนไข้กดจุดบริเวณใบหูเอง รวมถึงอาจจำเป็นต้องจ่ายยาสมุนไพรจีนควบคู่ ร่วมกับการแนะนำโภชนาการ ติดตามการควบคุมอาหาร รวมถึงแนะนำการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย
กลไกการทำงานของการฝังเข็มกระชับสัดส่วน ลดน้ำหนัก กระตุ้นระบบเผาผลาญ
การฝังเข็มช่วยปรับสมดุลอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ และระบบขับถ่าย รวมถึงอวัยวะที่เสียสมดุลไป ช่วยลดความเครียดสะสม ให้คนไข้สามารถรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น รวมถึงปรับสุขภาพการนอนให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และหลับได้ลึกขึ้น เพื่อให้สมดุลฮอร์โมนต่างๆกลับมาปกติ ส่งผลให้ระบบเผาผลาญดีขึ้น ความหิว ความอิ่มกลับมาปกติ ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นการติดเมล็ดผักกาดบนใบหูเพื่อให้คนไข้นำไปกดเองจะเป็นการกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 10 คือ เส้นประสาทเวกัส (Vagus nerve) ซึ่งเป็นเส้นประสาทหลักของระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ระบบนี้ควบคุมการทำงานเฉพาะส่วนของร่างกาย เช่น การย่อยอาหาร อัตราการเต้นของหัวใจ และระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
จุดฝังเข็มที่ใช้บ่อยในการกระชับสัดส่วน ลดน้ำหนัก
เส้นลมปราณที่แพทย์แผนจีนมักใช้รักษาภาวะน้ำหนักเกิน กระชับสัดส่วน ได้แก่ เส้นลมปราณพิเศษตูและเญิ่น เส้นลมปราณม้าม กระเพาะ ลำไส้ใหญ่ และซานเจียว โดยจุดที่มักนิยมใช้บ่อย ดังนี้
- จุดบริเวณท้อง : จุดเทียนชู(ST25) จุดต้าเหิง(SP15) จุดจงหว่าน(RN12) เพื่อปรับสมดุลลมปราณ และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดของกระเพาะ ลำไส้ และม้าม ปรับปรุงระบบย่อยอาหาร และขับถ่าย
- จุดบริเวณหู : จุดม้าม กระเพาะ ตับ ต่อมไร้ท่อ และเสินเหมิน เพื่อควบคุมความหิวความอิ่ม ปรับปรุงระบบย่อยอาหาร และการนอน
- จุดอื่นๆ : จุดเหอกู่(LI4) จุดจู๋ซานหลี่(ST36) จุดเฟิงหลง(ST40) จุดป่ายฮุ่ย(DU20) จุดซื่อเสินชง(EX_HN1) เพื่อปรับสมดุลกระเพาะ ลำไส้ ขับความชื้น ลดความเครียดสะสม และปรับปรุงคุณภาพการนอน

ประโยชน์ของการฝังเข็มกระชับสัดส่วน
- ปรับสมดุลอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ และระบบขับถ่าย
- ช่วยลดความเครียดสะสม ให้คนไข้สามารถรับมือกับความเครียดได้ดีขึ้น
- ช่วยปรับสุขภาพการนอนให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ใช้เวลาน้อยลง และหลับได้ลึกขึ้น
- ช่วยปรับปรุงระบบย่อยอาหาร และขับถ่าย
- ช่วยควบคุมความหิวและความอิ่มให้กลับมาปกติ ช่วยในการควบคุมอาหาร
อยากกระชับสัดส่วนเฉพาะจุด การฝังเข็มจะช่วยได้มั้ย?
การฝังเข็มและกระตุ้นไฟฟ้าสามารถฝังเน้นเฉพาะสัดส่วนที่คนไข้เป็นกังวลเพื่อกระตุ้น และออกกำลังกายกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆ ร่วมกับการปรับสมดุลอวัยวะต่างๆ ได้
ควรฝังเข็มกี่ครั้งถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน?
ระยะเวลาการฝังเข็มขึ้นอยู่กับเป้าหมายและการตอบสนองการรักษาของคนไข้แต่ละราย รวมถึงวินัยในการเลือกทานและออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องของคนไข้ร่วมด้วย โดยส่วนมากจะนัดเข้ามาทำการรักษาและติดตามผลการรักษาสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง 2-3 เดือน และประเมินผลการรักษาอีกครั้ง ซึ่งหากเป้าหมายในการลดน้ำหนักหรือกระชับสัดส่วนค่อนข้างใช้เวลานานกว่านั้น คุณหมอจะพิจารณาและวางแผนให้คนไข้อีกครั้ง
ขั้นตอนการฝังเข็มที่คลินิก
แนะนำให้คนไข้ติดต่อเพื่อนัดหมายเพื่อปรึกษากับคุณหมอล่วงหน้า และขั้นตอนการปรึกษา ซักประวัติและรักษาด้วยการฝังเข็ม ติดกระตุ้นไฟฟ้า และติดเมล็ดผักกาดใบหู จะใช้เวลาประมาณ 1ชั่งโมง ในการรักษา รวมถึงอาจมีการจ่ายสมุนไพรจีนให้คนไข้รับประทานร่วมด้วย
ข้อควรระวัง
- สตรีมีครรภ์ : ห้ามฝังเข็มในช่วงตั้งครรภ์
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด : หากกำลังรับประทานยา เช่น Warfarin, Clopidogrel, Heparin ต้องแจ้งแพทย์
- เครื่องกระตุ้นหัวใจ : ผู้ป่วยที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) ควรแจ้งแพทย์ จะไม่สามารถติดกระตุ้นไฟฟ้าได้
- โรคประจำตัว : ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว เช่น โรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน โรคมะเร็ง (ที่ยังไม่ได้รับการรักษา)โรคเบาหวาน โรคลมบ้าหมู หรือภาวะเลือดออกง่าย
- ออกกำลังกายหนัก : หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักก่อนเข้ารับการฝังเข็ม
- แผลติดเชื้อ : ไม่ควรฝังเข็มบริเวณที่มีแผลติดเชื้อ
- อาการอื่นๆ : หากมีอาการเวียนหัว หน้ามืด หรือปวดมากขึ้นระหว่างการฝังเข็ม ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที
การดูแลตัวเองก่อนทำ
- 1.รับประทานอาหาร : รับประทานอาหารก่อนเข้ารับการฝังเข็มประมาณ 1ชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการหน้ามืดหรือเป็นลม และไม่ควรทานเยอะจนอิ่มและจุก
- 2.พักผ่อน : เข้านอนพักผ่อนให้เพียงพอในคืนก่อนวันฝังเข็ม
- 3.เสื้อผ้า : สวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย ไม่รัดแน่น และสะดวกต่อการพับแขนเสื้อหรือปลายขากางเกง
- 4.ทำความสะอาดร่างกาย : ควรทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย โดยเฉพาะบริเวณที่จะฝังเข็ม เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
- 5.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ : ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ก่อนมาทำการรักษา
- 6.แจ้งข้อมูลกับแพทย์ : แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับประวัติสุขภาพ ยาที่กำลังรับประทาน (โดยเฉพาะยาต้านการแข็งตัวของเลือด) และอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้
การดูแลตัวเองหลังทำ
- พักผ่อนและงดกิจกรรมที่ออกแรงหนัก โดยเฉพาะกล้ามเนื้อส่วนที่เน้นฝังกระชับสัดส่วนไป
- งดการกดนวดบริเวณที่ฝังเข็มไป 2-3วัน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลังทำการรักษา
- หลีกเลี่ยงลมเย็นและการอาบน้ำเย็น โดยเฉพาะหากมีการครอบแก้วร่วมด้วยควรเว้นห่าง 3-4ชั่วโมง
- ควรหากิจกรรมผ่อนคลายจากความตึงเครียด ลดความกดดัน การเสพโซเชียลต่างๆลง
- ลดชากาแฟลงในช่วงบ่าย สำหรับผู้ที่นอนหลับยาก รวมถึงจัดสภาพแวดล้อมห้องให้มืด เงียบ เย็นสบาย เพื่อให้นอนหลับง่ายขึ้น
- ควรแบ่งเวลานอนให้เพียงพอ 8ชั่วโมง สม่ำเสมอ นอนหลับให้เป็นเวลา ในช่วงก่อน 4-5ทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาที่ growth hr. และฮอร์โมนอื่นๆ หลั่งได้ดีและปกติที่สุด
- ควรเลือกทานอาหารตามโภชนาการ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ ตามที่แพทย์แนะนำ
หากมีอาการผิดปกติหลังฝังเข็ม
- อาการปวดหรือบวมช้ำ : 24 ชั่วโมงแรก ให้ใช้การประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมและช้ำ และหลังจาก 24 ชั่วโมง ให้ใช้การประคบอุ่นเพื่อช่วยให้ยุบเร็วขึ้น
- อาการอื่น ๆ : หากมีอาการอ่อนเพลีย ปวดเมื่อยคล้ายเป็นไข้ หรืออาการผิดปกติอื่น ๆ ให้พักผ่อนและดื่มน้ำให้มากขึ้น หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการน่ากังวลให้รีบปรึกษาแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
ฝังเข็มกระชับสัดส่วนเจ็บไหม
ฝังเข็มกระชับสัดส่วนต้องทำกี่ครั้ง
ฝังเข็มกระชับสัดส่วนอันตรายไหม
ฝังเข็มกระชับสัดส่วนที่ปิยชาติคลินิก
“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

English
中文 (简体字)
Lastest Post
ฝังเข็ม
วิธีรักษาอาการปวดสะโพกร้าวลงขา ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก!
ฝังเข็ม
ปวดไหล่ตอนนอนจนสะดุ้งตื่น! รู้จักภาวะไหล่ติดกับการฝังเข็มทางเลือกรักษาที่ปิยชาติคลินิก
ฝังเข็ม
กล้ามเนื้ออักเสบ ฝังเข็มที่ไหนดี? ชี้เป้าคลินิกแพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก