ฝังเข็มหน้าใส ดีจริงไหม? วิธีทำ ประโยชน์ และข้อควรระวัง

ฝังเข็มหน้าใสดีจริงไหมวิธีทำ ประโยชน์ และข้อควรระวัง

การฝังเข็มหน้าใส ศาสตร์การฝังเข็มอย่างหนึ่งของการแพทย์แผนจีน ที่ไม่ใช่แค่ความสวยงามจากภายนอก แต่เป็นการปรับสมดุลจากภายในสู่ภายนอกอย่างปลอดภัยและยั่งยืน โดยไม่ใช้สารเคมีหรือสารเติมเต็มใดๆ การฝังเข็มใบหน้าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลือง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดการอักเสบของผิว ช่วยให้ผิวใส สุขภาพดี ดูอ่อนเยาว์ มีออร่า ซึ่งเห็นผลได้จริงและผลลัพธ์ค่อนข้างดีมากหลังจากทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ฝังเข็มหน้าใส คืออะไร

การฝังเข็มหน้าใส (Facial acupuncture) หรือฝังเข็มเพื่อความงาม เป็นการฝังเข็มลงไปบนผิวหน้า บริเวณจุดฝังเข็มบนเส้นลมปราณ สิว รอยสิว รอยฝ้า และริ้วรอย จะใช้เข็มปลอดเชื้อขนาดเล็กมากๆ (micro needle) เพื่อไม่ให้เกิดบาดแผลที่บริเวณผิวหน้า แต่สามารถกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของร่างกาย โดยช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลืองบริเวณใบหน้า กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนัง ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายใน รอยดำรอยแดงดูจางลง ลดการอักเสบแบบค่อยเป็นค่อยไป

ฝังเข็มหน้าใส ดีจริงไหม

ฝังเข็มหน้าใสเห็นผลค่อนข้างดีมากค่ะ หากทำการรักษาอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ1ครั้ง โดยเห็นผลการรักษาตั้งแต่1-2 ครั้งแรก แต่จะเห็นผลอย่างชัดเจนหลังทำต่อเนื่อง 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับอาการ ระยะเวลาที่เป็น สาเหตุและการตอบสนองของร่างกายของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาและติดตามอาการตามคำแนะนำของแพทย์แผนจีนผู้ทำการรักษา

ฝังเข็มหน้าใส เหมาะกับใคร?

  1. ผู้ที่มีปัญหาสิว: สิวอักเสบ สิวผด สิวซ้ำซาก
  2. ผู้ที่มีปัญหารอยดำ รอยแดงจากสิว หรือจุดด่างดำ
  3. ผู้ที่มีปัญหาฝ้า: ฝ้าแดด ฝ้าฮอร์โมน ฝ้าจากครีมหรือยาบางชนิด
  4. ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้ามองคล้ำ ไม่กระจ่างใส
  5. ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอยร่องตื้น
ฝังเข็มหน้าใส

ประโยชน์ของการฝังเข็มหน้าใส

  1. กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและน้ำเหลือง
  2. ปรับสมดุลผิวหน้าและน้ำมันใต้ผิว
  3. ลดอาการเสบของสิวและผิวหน้า
  4. ลดการระคายเคือง
  5. ลดการสร้างเม็ดสีใต้ชั้นผิวหนัง
  6. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนัง
  7. ฟื้นฟูผิวหน้าให้แข็งแรงจากภายใน
  8. ช่วยให้ผิวเรียบเนียน ดูมีออร่า
  9. ปลอดภัย ไม่ใช้สารเคมี
  10. ไม่ทิ้งรอยแผลเป็นบนใบหน้า ไม่ต้องพักฟื้น

ฝังเข็มรักษาสิวและรอยสิว

สิวเกิดจากอะไร

สาเหตุของการเกิดสิว มี 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  1. การอุดตันของรูขุมขน เกิดจากเซลล์หนังกำพร้าชั้นนอกสุด มีการหนาตัวขึ้นผิดปกติ ร่วมกับเกิดความผิดปกติของกระบวนการผลัดเซลล์ผิว ทำให้เกิดการอุดตันบริเวณรูขุมขน จนทำให้เกิดการสร้างสิวอุดตันขนาดเล็กขึ้น
  2. ความผิดปกติของต่อมไขมัน โดยปกติต่อมไขมันจะผลิตไขมันหล่อเลี้ยงบริเวณผิวหนังโดยมีปริมาณและส่วนประกอบของไขมันที่เหมาะสม แต่ในผู้ป่วยที่เป็นสิวจะเกิดความผิดปกติของส่วนประกอบของไขมันบริเวณผิวหนัง ร่วมกับมีการสะสมของไขมันบริเวณรูขุมขนที่เกิดการอุดตันเพิ่มมากขึ้น
  3. เชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes (C.acnes) หรือชื่อเดิมคือ Propionibacterium acnes (P.acnes) ซึ่งเป็นเชื้อที่เจริญและอาศัยอยู่บริเวณรูขุมขน ในผู้ป่วยที่เป็นสิวมีการสะสมของเซลล์ผิวหนังและไขมันบริเวณรูขุมขนที่อุดตันมากขึ้น ส่งผลให้มีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะสมกับการเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดสิวขึ้นในที่สุด
  4. การอักเสบบริเวณรูขุมขน ผู้ป่วยสิวที่มีการสะสมของเซลล์ผิวหนัง ไขมัน และเชื้อแบคทีเรีย Cutibacterium acnes บริเวณรูขุมขน มากขึ้นจนทำให้เกิดสิวอุดตันเริ่มมีการขยายตัวใหญ่มากขึ้นจนทำให้แตกออกสู่ผิวหนังบริเวณข้างเคียง และกระตุ้นให้เกิดการอักเสบขึ้น ทำให้มองเห็นจากภายนอกเป็นสิวอักเสบที่มีอาการปวด บวม และกดเจ็บ

นอกจากปัจจัยภายในแล้ว ยังมีปัจจัยภายนอกอื่นๆอีกมากมาย ที่อาจส่งผลให้เกิดสิวได้ เช่น การรับประทานอาหารบางชนิด, ยาหรืออาหารเสริมบางชนิด, การใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องสำอางที่มีฤทธิ์กระตุ้นการเกิดสิว, การกดทับหรือเสียดสีบริเวณผิวหนังบ่อยๆ จากภายนอก, การใส่หน้ากากต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน หรือการกระตุ้นสิวจากการมลภาวะในอากาศ

ทำไมฝังเข็มถึงลดการอักเสบของสิวได้

  1. ลดการแสดงออก (expression) และการผลิต (production) ของ cytokines อักเสบ (เช่น TNF-α, IL-1β, IL-6) ผ่านการยับยั้งทางผ่านสัญญาณ (signaling pathways) ต่าง ๆ เช่น TLR4/MyD88 → NF-κB, MAPK pathways (p38 MAPK) ฯลฯ
  2. การเปลี่ยนฟีนโนไทป์ macrophage จาก M1 → M2 (M1 เป็นชนิดที่สร้างสารอักเสบ, M2 เป็นชนิดที่เกี่ยวกับซ่อมแซม) ซึ่งจะช่วยลดการสร้าง cytokines ที่ก่อการอักเสบ
  3. เพิ่มการแสดงออกของสารต้านออกซิเดชัน เช่น ผ่าน Nrf2 / HO-1 pathway ซึ่งช่วยลด oxidative stress และลดการกระตุ้น cytokines อักเสบ

ฝังเข็มช่วยลดรอยสิวได้อย่างไร

  1. การที่การฝังเข็มไปกระตุ้นเส้นประสาทและระบบเลือดในผิว ช่วยให้มีการตอบสนองทางระบบประสาทและภูมิคุ้มกันในชั้นผิวหนังได้ดีขึ้น
  2. กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน / ซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
  3. ปรับสมดุลการอักเสบ / ควบคุม cytokines

ฝังเข็มรักษาฝ้า

ฝ้าเกิดจากอะไร

มีลักษณะเป็นปื้น มักเกิดขึ้นบริเวณหน้า โดยเฉพาะบริเวณที่ถูกแสงแดด เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก คาง ไรหนวด สาเหตุเกิดจาก แสงแดด พันธุกรรม และการได้รับฮอร์โมนบางชนิดโดยเฉพาะฮอร์โมนเพศหญิง เช่น ผู้ที่รับประทานยาคุมกำเนิด ฉีดยาคุมกำเนิด หรือภาวะตั้งครรภ์ นอกจากนี้ แสงที่ตามองเห็น (visible light) ก็อาจเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าในคนที่ผิวเข้มได้

ฝังเข็มรักษาฝ้าได้อย่างไร?

  • แนวคิดในแพทย์แผนจีนมองว่าฝ้าส่วนหนึ่งเกิดจาก “เลือดคั่ง / พลังไหลเวียนไม่ดี” (blood stasis / stagnation of qi) การฝังเข็มอาจช่วยให้เส้นเลือดขนาดเล็กในผิวหนัง (microvasculature) ไหลเวียนดีขึ้น ช่วยลดการคั่งของเม็ดเลือดและของเสีย และช่วยให้สารอาหาร ออกซิเจนเข้าถึงผิวได้ดีขึ้น
  • ปรับสมดุลฮอร์โมน จากงานวิจัย[4]พบว่า หลังการรักษา ระดับ E₂ (estradiol) ลดลง และ P₄ (progesterone) เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับก่อนการรักษา และผลแตกต่างเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (vitamin C / E)
  • ต้านอนุมูลอิสระ / ลดการอักเสบ / ลดความเครียด ฝ้าไม่ได้เกิดจากเมลานินเท่านั้น แต่มีองค์ประกอบของความเครียดจากอนุมูลอิสระ (oxidative stress), การอักเสบ (inflammation), การกระตุ้นของหลอดเลือดภายในผิว (vascular component)

รักษาฝ้าแบบไหนได้บ้าง

แบ่งตามตำแหน่งของเม็ดสีในผิว

  1. ฝ้าตื้น (Epidermal Melasma)
    • เม็ดสีสะสมอยู่ใน ชั้นหนังกำพร้า (epidermis)
    • สีฝ้ามักเป็น น้ำตาลเข้มหรือน้ำตาลทอง
    • ขอบเขตชัดเจน เห็นชัดเมื่อโดนแดด
    • รักษาได้ง่ายกว่าแบบอื่น และตอบสนองดีต่อฝังเข็มและการทายา
  2. ฝ้าลึก (Dermal Melasma)
    • เม็ดสีสะสมใน ชั้นหนังแท้ (dermis)
    • สีออก เทา น้ำเงินเทา หรือน้ำตาลเทา
    • ขอบเขตไม่ชัด มักเป็นฝ้าเรื้อรัง
    • รักษายากกว่า และมักต้องใช้เวลานาน
  3. ฝ้าผสม (Mixed Melasma)
    • พบได้บ่อยที่สุด
    • มีทั้งเม็ดสีในชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้
    • มักเป็นสีน้ำตาลเทา
    • ต้องใช้วิธีการรักษานาน และทายาหรือครีมกันแดดร่วมด้วย
ฝ้า Melasma

แบ่งตามสาเหตุของการเกิด

  1. ฝ้าฮอร์โมน (Hormonal Melasma)
    • มักเกิดในหญิงตั้งครรภ์, หลังคลอด, หรือใช้ยาคุมกำเนิด
    • เกิดจากความไม่สมดุลของ ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน
    • ฝังเข็มช่วย ปรับสมดุลฮอร์โมนและการไหลเวียนเลือด ได้ดี
  2. ฝ้าจากแสงแดด (Sun-induced Melasma)
    • รังสี UV กระตุ้นเซลล์สร้างเม็ดสี (melanocytes) ให้ทำงานมากเกินไป
    • มักขึ้นบริเวณที่โดนแดด เช่น โหนกแก้ม หน้าผาก จมูก
    • ฝังเข็มช่วย ลดการอักเสบของผิวและปรับสมดุลระบบไหลเวียนใต้ผิว
  3. ฝ้าจากความเครียดหรือการนอนดึก
    • ความเครียดกระตุ้นฮอร์โมนคอร์ติซอล ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี
    • ผิวขาดออกซิเจนและเกิดเม็ดสีสะสมมากขึ้น
    • ฝังเข็มช่วย ผ่อนคลายระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic balance) และลดการกระตุ้นเม็ดสี
  4. ฝ้าจากกรรมพันธุ์
    • มีประวัติคนในครอบครัว
    • มักเริ่มเป็นตั้งแต่อายุยังน้อย
    • ไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมให้จางลงได้ด้วยการรักษาอย่างต่อเนื่อง

การเตรียมความพร้อมก่อนมาฝังเข็มเพื่อหน้าใส

  1. พักผ่อนให้เพียงพอ
  2. ทานอาหารให้เพียงพอ ไม่ต้องอิ่มจนเกินไป เพื่อป้องกันการมึนศีรษะขณะฝังเข็ม
  3. งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำการฝังเข็ม 24ชั่วโมง
  4. หลีกเลี่ยงการขัดหน้าหรือทำทรีทเม้นท์แรงๆ
  5. งดทำหัตถการอื่นๆเกี่ยวกับใบหน้า เช่น ฉีดโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เป็นต้น ก่อนทำการฝังเข็ม3สัปดาห์ – 1เดือน
  6. แจ้งแพทย์ผู้รักษา หากมีโรคประจำตัว ผิวแพ้ง่าย ตั้งครรภ์ เลือดออกง่าย/ใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือเคยทำหัตถการอื่นๆเกี่ยวกับใบหน้า

วิธีการทำฝังเข็มหน้าใส

  • แพทย์ทำการตรวจเช็คผิวหน้า และปัญหาผิว เพื่อพิจารณาแนวทางในการฝังเข็ม
  • ตรวจร่างกายตามศาสตร์การแพทย์แผนจีน ดูลิ้นและจับชีพจร
  • ฝังเข็มบริเวณใบหน้า และปรับสมดุลตามร่างกายบางตำแหน่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
  • ทิ้งเข็มไว้ประมาณ 30 นาที
  • ถอนเข็มออก
  • เช็ดทำความสะอาดใบหน้า
  • ทาครีมกันแดด
การทำฝังเข็มหน้าใส แพทย์ทำการตรวจเช็คผิวหน้า ฝังเข็มบริเวณใบหน้า และปรับสมดุลตามร่างกายบางตำแหน่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา

การปฏิบัติตัวหลังจากฝังเข็มหน้าใส

  • ดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิปกติเยอะๆ
  • หากมีรอยช้ำ สามารถประคบเย็นหลังทำภายใน 24 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นให้ประคบอุ่น จะช่วยให้รอยหายไวยิ่งขึ้นได้ค่ะ
  • งดใช้ครีมหรือเซรั่มที่มีกรด/แอลกอฮอล์แรง ๆ
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือจับใบหน้าบ่อย ๆ

ฝังเข็มบ่อยครั้งแค่ไหนจึงจะเห็นผล

การฝังเข็มหน้าใส ควรทำติดต่อกันสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องประมาณ 1-3 เดือน จึงจะเห็นผลอย่างชัดเจน และสามารถทำร่วมกับการกัวซาหรือมาส์กหน้าร่วมด้วย จะช่วยให้เห็นผลชัดเจนและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ข้อควรระวังในการฝังเข็มใบหน้า

  • ควรเลือกทำกับแพทย์แผนจีนที่มีใบประกอบวิชาชีพ
  • ทำความสะอาดใบหน้าทุกครั้ง
  • หากมีผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย ควรแจ้งแพทย์ก่อนทำการรักษา
  • อาจมีรอยแดงหรือจุดเลือดออกเล็กน้อยหลังทำ ซึ่งมักหายได้ภายใน 1–2 วัน ไม่ควรเกา แกะ หรือกดบริเวณนั้น
  • หลีกเลี่ยงการทำพร้อมกับหัตถการอื่นในวันเดียวกัน
  • เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือเลเซอร์ เพราะอาจระคายเคืองหรือเกิดรอยช้ำได้
  • ควรแจ้งแพทย์แผนจีนผู้ทำการรักษา หากมีโรคประจำตัว ผิวแพ้ง่าย ตั้งครรภ์ ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่ายหรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือเคยทำหัตถการอื่นๆเกี่ยวกับใบหน้า

ข้อห้ามในการฝังเข็มใบหน้า

  • สตรีมีครรภ์ (โดยเฉพาะไตรมาสแรก) เพราะการกระตุ้นจุดฝังเข็มบางตำแหน่งอาจกระตุ้นมดลูกได้
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือแผลเปิดบนใบหน้า
  • ผู้ที่มีโรคเรื้อรังที่ควบคุมไม่ได้
  • เช่น เบาหวานขั้นรุนแรง ความดันสูงมาก หรือโรคหัวใจที่ไม่คงที่
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้โลหะจากเข็มหรือวัสดุบางชนิด
  • ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า

ฝังเข็มหน้าใส ที่ปิยชาติคลินิก

การฝังเข็มหน้าใสเป็นการดูแลสุขภาพด้วยวิธีทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน หากใครอยากมีผิวหน้าที่มีสุขภาพดี ผิวใสไร้สิว ฝ้า จุดด่างดำ ผิวสวยดูมีออร่าหรือสนใจดูแลผิวหน้าโดยปราศจากสารเคมีหรือสารเติมเต็มใดๆ ด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง ปลอดภัยและได้ผลลัพธ์อย่างดีที่สุด

ปิยชาติคลินิก คลินิกแพทย์แผนจีน พร้อมให้บริการฝังเข็ใโดยแพทย์จีนผู้มีประสบการณ์ ดำเนินกิจการมากกว่า 10 ปี ควบคุมและดูแลคุณภาพการตรวจรักษาของแพทย์จีนในทีมโดย แพทย์จีนปิยชาติ อัศววิโรจน์ ภายใต้มาตรฐานการรักษาที่คุณสามารถไว้วางใจได้

มีสาขาครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีสาขาที่คุณสามารถเข้ารับการรักษาได้ดังนี้

  1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร
  2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร
  3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี
  4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

Reference

  • Li, S., Fang, J., Chen, H., Wang, Y., & Liang, Y. (2021). The anti-inflammatory actions and mechanisms of acupuncture. Frontiers in Immunology, 12, 696956. Retrieved from https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8710088/
  • He, T., Zheng, Y., Yan, J., Xia, Y., Wang, B., Zhang, Z., Shang, Z., Li, K., Liu, B., Weng, N., & Chen, Y. (2025). Skin-Brain Axis: neural pathways in acupuncture treatment. Chinese Medicine, 20, Article 163. https://cmjournal.biomedcentral.com/articles/10.1186/s13020-025-01213-y?utm_source=chatgpt.com
  • Li, J., Xia, Y., & Lei, H. (2025). Research Progress of Acupuncture Treatment of Melasma. Clausius Scientific Press. DOI: 10.23977/medcm.2025.070113. https://clausiuspress.com/assets/default/article/2025/03/30/article_1743387884.pdf?utm_source=chatgpt.com
  • Li, Y., Wang, J., Du, J., & Zhang, L. (2018). The effects of acupuncture combined with auricular acupressure in chloasma. Evidence-based Complementary and Alternative Medicine, 2018, Article ID 2540358. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5937619/?utm_source=chatgpt.com
  • Su, J., Quan, T., Liao, T., Luo, Y., Fan, X., Pan, M., & Tang, H. (2025). Effectiveness and safety of acupuncture for melasma: A meta-analysis of randomized controlled trials. Explore (NY), 21(1), 103108. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/39808988/