ปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักที! รู้จัก “ฝังเข็ม-ครอบแก้ว” ทางเลือกคลายปวดตรงจุด

ปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักที! รู้จัก "ฝังเข็ม-ครอบแก้ว" ทางเลือกคลายปวดตรงจุด

อาการปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักที เกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งตัวสะสมจนกลายเป็น “ปมพังผืดลึก (Trigger Point)” และเกิดภาวะ “เลือดลมติดขัด” ตามหลักแพทย์แผนจีน การนอนพักหรือนวดทั่วไปจึงบรรเทาได้เพียงชั่วคราว การรักษาที่ต้นเหตุคือการทำ “ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า” เพื่อสลายปมกล้ามเนื้อชั้นลึก ผสานกับ “ครอบแก้ว” เพื่อขยายหลอดเลือด ขับความเย็น-ชื้น และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้อย่างยั่งยืน

ในสังคมคนวัยทำงาน รวมถึงวัยเกษียณ มักต้องเจอกับปัญหาสุขภาพกายจากปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักที (Chronic pain) ที่มีลักษณะอาการปวดเมื่อยรุมเร้าทั่วทั้งร่างกาย ตั้งแต่คอ สะบัก หลัง ไปจนถึงขา แม้นอนพักผ่อนหรือนวดผ่อนคลายแล้ว อาการก็ยังกลับมาเป็นซ้ำ ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ความเหนื่อยล้าชั่วคราว แต่เกิดจาก “ปมพังผืดสะสมในระดับกล้ามเนื้อชั้นลึก” ร่วมกับภาวะ “เลือดลมติดขัด (气滞血瘀)” ตามหลักการแพทย์แผนจีน 

โดยอาการปวดเมื่อยตามตัวเรื้อรังเหล่านี้ รบกวนทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน สุขภาวะทางอารมณ์ และสังคม (Biopsychosocial model) สำหรับหลายๆ คน การรักษาแบบแผนปัจจุบัน เช่น การใช้ยา กายภาพบำบัด หรือการผ่าตัด อาจให้ผลลัพธ์ในการบรรเทาอาการได้จำกัดหรือมาพร้อมกับผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจำนวนมากขึ้นจึงหันมาใช้วิธีการรักษาแพทย์ทางเลือก ซึ่งรวมถึงการฝังเข็ม ครอบแก้ว เพื่อจัดการกับอาการของตน ซึ่งศาสตร์การแพทย์แผนจีนโบราณแขนงนี้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในโลกตะวันตก ไม่เพียงเพราะแนวทางการรักษาแบบองค์รวมเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับถึงประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดเรื้อรังร่วมกับการปรับสมดุลร่างกายภายในอีกด้วย 

บทความนี้จะพาไปสำรวจสาเหตุของอาการปวดเมื่อยตามตัวเรื้อรังที่ไม่หายสักที กลไกการทำงานของการฝังเข็ม ครอบแก้ว ผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษา พร้อมทั้งแนะนำทางเลือกการฟื้นฟูไร้สารเคมีด้วยการแท็กทีมของ 2 หัตถการที่ทรงประสิทธิภาพ “ฝังเข็ม และ ครอบแก้ว” ที่ช่วยคลายปวดตรงจุด สลายพังผืด ปรับสมดุลเลือดลมภายในโดยแพทย์แผนจีนมากประสบการณ์ที่ “ ปิยชาติคลินิก”

In this article

ปวดเมื่อยตามตัวเรื้อรัง เกิดจากอะไร? ทำไมพักผ่อนก็ไม่หาย

อาการปวดเมื่อยตามตัวเรื้อรัง (ปวดต่อเนื่องเกิน 3 เดือนขึ้นไป) ที่พักผ่อนเท่าไหร่ก็ไม่หาย มักไม่ได้เกิดจากความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่เกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อ ระบบประสาท หรือโรคประจำตัวแฝง

ปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักที ทำไมพักผ่อนแล้วไม่หาย? เกิดจากอะไรได้บ้าง?

ตามมุมทางกายวิภาค

  • กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังและจุดกดเจ็บ (Myofascial Pain Syndrome / Trigger Point): เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อในท่าเดิมซ้ำๆ ขาดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน เช่น นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์นานเกินไป ทำให้เกิดปมกล้ามเนื้อและผังพืดตึงตัวลึก แม้จะนอนพักผ่อนแต่โครงสร้างกล้ามเนื้อยังคงเกร็งตัวอยู่จึงไม่หายปวด
  • โรคไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia): ภาวะที่ระบบประสาทส่วนกลาง (สมองและไขสันหลัง) มีความไวต่อความเจ็บปวดมากกว่าปกติ ทำให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อทั่วตัวร่วมกับอาการนอนไม่หลับและอ่อนเพลียเรื้อรัง โดยมักตรวจไม่พบรอยโรคชัดเจน
  • ความเครียดและการนอนที่ไม่มีคุณภาพ: ความเครียดสะสมทำให้ฮอร์โมนคอร์ติซอลแปรปรวน ส่งผลให้ร่างกายเกิดการอักเสบระดับเซลล์ กล้ามเนื้อคลายตัวไม่สุด แม้จะนอนหลับแต่ร่างกายไม่เข้าสู่ช่วงหลับลึกเพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ทำให้หลังตื่นมายังมีอาการเพลียและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ภาวะขาดวิตามินและสารอาหาร: เช่น การขาดวิตามินบี วิตามินดี แมกนีเซียม หรือธาตุเหล็ก ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานและการฟื้นฟูของกล้ามเนื้อและระบบประสาท
  • โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองหรือข้ออักเสบแฝง: เช่น โรครูมาตอยด์ (Rheumatoid Arthritis) หรือโรคพุ่มพวง (SLE) ที่ทำให้เกิดการอักเสบทั่วร่างกาย ส่งผลให้มีอาการปวดเมื่อยตามตัวเรื้อรังที่ไม่หายสักที
อาการปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักที เกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งตัวสะสมจนกลายเป็น "ปมพังผืดลึก (Trigger Point)" และเกิดภาวะ "เลือดลมติดขัด"

ปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักทีตามมุมมองแพทย์จีน?

ปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักที และพักผ่อนก็ไม่หายในมุมมองแพทย์จีน เรียกว่า “กลุ่มอาการปวดหรือปี้เจิ้ง (痹症)” ซึ่งเกิดจากการไหลเวียนของลมปราณหรือชี่ (气) และเลือดในเส้นลมปราณติดขัด ไหลเวียนไม่ราบรื่น ซึ่งสาเหตุชองโรคอยู่ที่ความสมดุลภายใน การนอนหลับอย่างเดียวจึงไม่สามารถแก้ปัญหาการอุดตันของเส้นลมปราณได้

  • พลังลมปราณและเลือดพร่อง: เมื่อลมปราณและเลือดในร่างกายมีไม่เพียงพอ จะไม่มีแรงหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น ทำให้เกิดอาการปวดตื้อๆ แบบเรื้อรัง พักผ่อนอย่างไรก็ไม่ฟื้นฟู
  • เลือดคั้ง : การไหลเวียนของเลือดติดขัดสะสมเป็นเวลานาน ทำให้เลือดอุดตันหรือค้างอยู่ตามจุดต่างๆ ในร่างกาย เกิดจุดปวดที่ฝังลึก คล้ายพังผืดหรือปมกล้ามเนื้อเกร็งตัว (Trigger Point) ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดแปลบเหมือนเข็มแทง
  • ปัจจัยภายนอกมาก่อกวน: ตามหลักการแพทย์แผนจีน อาการปวดเกิดจากปัจจัยภายนอก (6 พิษภัย (六淫) : ลม (风), หนาว (寒), ร้อนชื้น (暑), ชื้น (湿), แห้ง (燥) และร้อน (火/热) เข้ามากระทบเส้นลมปราณ ทำให้เส้นลมปราณอุดตัน เลือดและลมปราณไหลเวียนติดขัด ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยหนักๆ ตามตัว

มุมมองกายวิภาค: ปมพังผืดลึก (Myofascial Trigger Points) และภาวะตึงสะสม

ปมพังผืดลึก (Myofascial Trigger Point) คือก้อนเนื้อแข็งขนาดเล็กภายในมัดกล้ามเนื้อ ที่เกิดจากการหดเกร็งของเส้นใยกล้ามเนื้อที่สะสมเป็นเวลานานจากการใช้งานท่าเดิมซ้ำๆ ท่าทางที่ไม่เหมาะสม ขาดการเคลื่อนไหว หรือเกร็งตัวจากความเครียด เส้นใยกล้ามเนื้อที่หดเกร็งจะไปบีบรัดหลอดเลือดฝอยรอบข้าง ทำให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงกล้ามเนื้อไม่สะดวก ส่งผลให้เกิดภาวะตึงเครียดสะสมของกรดแลกติกและพังผืด เมื่อเลือดมาไม่ได้ ทำให้กล้ามเนื้อมีออกซิเจนและสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้เซลล์สร้างพลังงาน ATP (Adenosine Triphosphate) ออกมาใช้ในการคลายกล้ามเนื้อไม่ได้ เมื่อไม่มีพลังงานมาสั่งให้กล้ามเนื้อคลายตัว กล้ามเนื้อจึงล็อกติดกันเป็นปมแข็ง (Taut band) และเกิดเป็นจุดกดเจ็บ (Myofascial Trigger Point/Trigger Point) ที่ส่งอาการปวดตึงเรื้อรังหรือปวดร้าวไปยังบริเวณอื่น

มุมมองแพทย์แผนจีน: เลือดลมติดขัด (Qi & Blood Stagnation) และพิษเย็น-ชื้น

ตามมุมมองการแพทย์แผนจีน ภาวะเลือดลมติดขัด (Qi and Blood Stagnation) และ พิษเย็น-ชื้น (Cold-Dampness) คือสภาวะที่พลังลมปราณ(ชี่)และเลือดไหลเวียนไม่สะดวก จนทำให้เกิดการคั่งค้าง อุดตันอุดกั้นเส้นลมปราณ และยังมีปัจจัยก่อโรคภายนอกอย่างความเย็นและความชื้นเข้าเกาะกุมร่างกาย แทรกซึมเข้าสู่ชั้นกล้ามเนื้อ เป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามตัวเรื้อรังไม่หายสักที ซึ่งจะตรงกับหลักการแพทย์แผนจีนที่เรียกว่า “通则不痛,痛则不通” หมายถึง “ถ้าปวดแสดงว่าไม่ไหลเวียน ถ้าไหลเวียนแล้วก็จะไม่ปวด” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการอธิบายสาเหตุและแนวทางการรักษาอาการเจ็บปวดต่างๆ 

ความหมายของหลักการ

  • 通则不痛 (ไหลเวียนแล้วไม่ปวด):  เมื่อการไหลเวียนของลมปราณและเลือดในร่างกายไหลเวียนอย่างปกติ ราบรื่น และผ่านเส้นลมปราณไม่ถูกขัดขวาง ก็จะไม่มีความเจ็บปวด
  • 痛则不通 (ไม่ไหลเวียนจึงปวด): เมื่อพลังลมปราณหรือเลือด ในร่างกายเกิดการติดขัด อุดตันปิดกั้น มีการไหลเวียนตามเส้นลมปราณ (经络)ไม่สะดวก หรือการแข็งตัวของเลือดจากปัจจัยต่างๆ เช่น ความเย็น ความชื้น หรือเลือดคั่ง จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดขึ้นในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น ความเจ็บปวดแบบแทง ความเจ็บปวดแบบตึง ความเจ็บปวดแบบเย็น ฯลฯ

สาเหตุและลักษณะของอาการปวด

ศาสตร์การแพทย์จีนแบ่งที่มาของอาการปวดหลักๆ และอาการที่พบบ่อย ดังนี้:

  • ปวดจากภาวะพร่อง (虚痛) หรือ “不荣则痛”: เกิดจากการหล่อเลี้ยงของชี่และเลือดไม่เพียงพอ ทำให้เส้นลมปราณขาดการบำรุง มักมีอาการปวดแบบตื้อๆ หรือปวดเมื่อยเรื้อรังแบบไม่มีแรง
  • ปวดจากการติดขัด (实痛): เกิดจากสิ่งอุดตัน เช่น เลือดคั่ง ชี่ติดขัด หรือความเย็น/ความชื้นเข้ากระทบ มักปวดแน่น ปวดจี๊ด หรือปวดรุนแรง ณ จุดเดิม
    • ชี่ติดขัด (气滞): การไหลเวียนของชี่หรือลมปราณที่ติดขัด ไหลเวียนไม่สะดวก มักแสดงออกเป็นความเจ็บปวดแบบตึง
    • เลือดคั่ง (血瘀): การไหลเวียนของเลือดที่ถูกอุกกั้นและเลือดคั่ง มักแสดงออกเป็นความเจ็บปวดแบบเข็มแทง ปวดอยู่กับที่
    • ภาวะความเย็นอุดกั้น (寒凝): ความเย็นจากภายนอกเข้ามาก่อกวน เกาะกุมเส้นลมปราณ ทำให้เกิดการหดตัวของเส้นลมปราณ มักแสดงออกเป็นอาการปวดจากความเย็น ซึ่งอาการปวดจะแย่ลงเมื่อสัมผัสกับความเย็น แต่ถ้าได้รับความอุ่นจะรู้สึกดี
    • ภาวะความชื้นอุดกั้น (湿阻): ความชื้นอุดตันและสะสม มักแสดงออกเป็นอาการปวดเมื่อยหรือเจ็บปวดบริเวณแขนขา

หลักการรักษา: การรักษาอาการปวดตามหลักการแพทย์แผนจีน (TCM) โดยทั่วไปจะใช้แนวทางการรักษาแบบองค์รวม โดย “ใช้การเปิดทางเป็นหลัก” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปิดทางลมปราณด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การส่งเสริมการไหลเวียนของชี่ การบำรุงเลือด การขับไล่ความเย็น การขจัดความชื้น หรือการฝังเข็มและครอบแก้ว เพื่อปรับสมดุลลมปราณและเลือด และบรรเทาอาการปวด

เจาะลึก 2 หัตถการคลายปวดตรงจุด: ฝังเข็ม vs ครอบแก้ว

การฝังเข็มสามารถช่วยจัดการกับอาการเหล่านี้ได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • การปรับการส่งสัญญาณความเจ็บปวด

การฝังเข็มสามารถรบกวนการส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมองได้ โดยการกระตุ้นเส้นประสาทในกล้ามเนื้อและผิวหนัง จะเปลี่ยนวิธีการรับรู้และประมวลผลความเจ็บปวด ผลกระทบจากการปรับระบบประสาทนี้สามารถลดความรุนแรงและความถี่ของความเจ็บปวดได้

  • ลดการอักเสบ

ความเจ็บปวดเรื้อรังมักเกี่ยวข้องกับการอักเสบ การศึกษาแสดงให้เห็นว่าการฝังเข็มสามารถลดระดับของสารบ่งชี้การอักเสบในเลือดได้ ซึ่งชี้ให้เห็นถึงพื้นฐานทางชีวเคมีสำหรับผลต้านการอักเสบ ทำให้มีประโยชน์สำหรับภาวะต่างๆ เช่น โรคข้ออักเสบหรืออาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูก

  • ปรับปรุงการไหลเวียนโลหิต

การแทงเข็มเข้าไปในจุดฝังเข็มจะเพิ่มการไหลเวียนโลหิตในบริเวณนั้น การไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้นสามารถส่งเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ขจัดสารพิษที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด และเร่งการฟื้นตัวจากการบาดเจ็บหรือภาวะเรื้อรัง

  • ส่งเสริมการผ่อนคลายและลดความเครียด

ความเจ็บปวดเรื้อรังไม่ได้เป็นเพียงปัญหาทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตด้วย การฝังเข็มมักทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างลึกซึ้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ความเครียดและความวิตกกังวลที่ลดลงสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดและยกระดับคุณภาพชีวิตโดยรวมได้

  • การปรับสมดุลระบบประสาท

การฝังเข็มสามารถช่วยควบคุมระบบประสาทอัตโนมัติโดยการเปลี่ยนร่างกายจากสภาวะซิมพาเทติก (ต่อสู้หรือหนี) ไปสู่สภาวะพาราซิมพาเทติก (พักผ่อนและย่อยอาหาร) การปรับสมดุลนี้สามารถลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและส่งเสริมการรักษาได้

การครอบแก้วคือการใช้ไฟกับสูญญากาศ ครอบไปยังบริเวณผิวหนัง การที่ผิวหนัง ถูกดูดด้วยแก้วที่เป็นสูญญากาศจะทำให้เกิดการไหลเวียนของเลือดมายังบริเวณนั้น เป็นการปั๊มเลือดเข้าสู่กล้ามเนื้อบริเวณที่ทำการครอบเเก้ว ทำให้หลอดเลือดฝอยเกิดขยายตัวขึ้น นำมาสู่การที่เนื้อเยื่อได้รับเลือดออกซิเจนมากขึ้น เกิดกระบวนการซ่อมแซมตัวเองที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการที่บริเวณครอบแก้วมีหลอดเลือดฝอยขยายตัวจะปรากฏเป็นสีหรือรอยครอบแก้วอย่างที่เห็น อีกหนึ่งวิธีของการครอบแก้วที่นิยมใช้กันคือ การ ครอบแก้วพร้อมกับการเดินแก้ว ลากไปตามแนวเส้นลมปราณหรือตามกล้ามเนื้อบริเวณต่างๆ เป็นการยืด กล้ามเนื้อ (Muscle) และ พังผืด (Fascia) ที่ระดับผิว (Superficial) ซึ่งสามารถลดความเจ็บปวดจาก กลุ่มโรคกล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี

อาการปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักที ตามหลักแพทย์แผนจีน การนอนพักหรือนวดทั่วไปจึงบรรเทาได้เพียงชั่วคราว การรักษาที่ต้นเหตุคือการทำ "ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า" เพื่อสลายปมกล้ามเนื้อชั้นลึก

การฝังเข็มและกระตุ้นไฟฟ้า: คลายปมพังผืดลึก ปรับระบบประสาท

การฝังเข็มร่วมกับการกระตุ้นไฟฟ้า (Electro-Acupuncture) คือการปล่อยกระแสไฟฟ้าความถี่และความแรงที่เหมาะสม ผ่านเข็มลงไปในบริเวณจุดฝังเข็มหรือปมกล้ามเนื้อที่มีความตึงและปวด การกระตุ้นจะช่วยกระตุ้นเซลล์กล้ามเนื้อ ปลายประสาท และเส้นใยพังผืด (Fibroblast) ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหดและคลายตัวเป็นจังหวะ นอกจากนี้ การกระตุ้นจากการฝังเข็มสามารถทำให้มีการปล่อย ATP ออกมาในบริเวณที่กระตุ้น ซึ่งพลังงาน ATP ที่ถูกปล่อยออกมาสู่ภายนอกเซลล์ระหว่างการกระตุ้นจะเปลี่ยนเป็นสารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งมีส่วนช่วยลดการส่งสัญญาณความเจ็บปวด การเพิ่มขึ้นของ ATP ช่วยขับเคลื่อนการทำงานของปั๊มไอออนในเยื่อหุ้มเซลล์ คลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งลึก ทำให้หลอดเลือดขยายตัว เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณที่มีการบาดเจ็บ ส่งผลให้เกิดการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และเร่งกระบวนการซ่อมแซมตัวเองของเนื้อเยื่อ การกระตุ้นไฟฟ้ายังช่วยกระตุ้นการหลั่งสารลดความเจ็บปวดตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น สารเอ็นโดฟิน (Endorphins) และสารสื่อประสาทอื่น ๆ ที่ช่วยลดการอักเสบได้ดีขึ้น และปรับสมดุลระบบประสาทอัตโนมัติ

อาการปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักที การครอบแก้ว เพื่อขยายหลอดเลือด ขับความเย็น-ชื้น และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้อย่างยั่งยืน

การครอบแก้ว: เร่งการไหลเวียน สลายเลือดคั่ง ขับพิษเย็น-ชื้น

การครอบแก้ว (Cupping Therapy) คือการใช้ถ้วยแก้วกับความร้อนจากไฟ ทำให้เกิดแรงดูดสุญญากาศบนผิวหนังที่ช่วยยกชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อออกจากกัน ลดแรงกดทับของเส้นเลือด แรงดูดจะทำให้หลอดเลือดฝอยขยายตัว ทำให้เลือดและลมปราณ(ชี่) ที่ติดขัดไหลเวียนได้ดีขึ้น สลายเลือดคั่ง ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ขับพิษความเย็น-ชื้นและของเสียที่สะสมในชั้นกล้ามเนื้อให้ออกมาสู่ผิวหนังตามหลักแพทย์แผนจีน

ปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักทีเลือกแบบไหนดี? ตารางเปรียบเทียบการฝังเข็มและการครอบแก้ว

ประเด็นเปรียบเทียบการฝังเข็ม (Acupuncture)การครอบแก้ว (Cupping)
ระดับกล้ามเนื้อที่เน้นกล้ามเนื้อชั้นลึก(Deep Muscle) และปมพังผืดเฉพาะจุดกล้ามเนื้อชั้นตื้น-ปานกลาง และบริเวณกล้ามเนื้อที่ตึงเป็นพื้นที่กว้าง
กลไกหลักปลดล็อคปมปวด ปรับสมดุลเส้นลมปราณ และการทำงานของระบบประสาทดึงแยกชั้นพังผืด ขับความเย็น-ชื้น กระตุ้นระบบหมุนเวียนเลือดเฉพาะที่และลดความรู้สึกตึงของกล้ามเนื้อ
เหมาะสำหรับปวดเฉพาะจุด, trigger point, กล้ามเนื้อเกร็ง, อาการปวดเรื้อรัง มีอาการปวดจี๊ด ปวดฝังลึก ปวดร้าวลงเส้น ประสาทตึง กล้ามเนื้อตึง/เมื่อยล้าเป็นบริเวณกว้าง, มีอาการปวดเมื่อยตื้อๆ ปวดตึงแผ่นหลัง หลังแข็งตึง ตากลมเย็นบ่อย และใช้เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
ผลลัพธ์หลังทำช่วยลดปวด ลด muscle tension  เบาบริเวณจุดกดเจ็บและปรับการทำงานของระบบประสาท/กล้ามเนื้อมักรู้สึกกล้ามเนื้อคลายตัว เบาสบาย และผ่อนคลายหลังทำ แต่อาจมีรอยครอบแก้วชั่วคราว 5–7 วัน

4 เหตุผลที่ควรเลือกฟื้นฟูอาการปวดเมื่อยที่ ปิยชาติคลินิก

ด้วยความตั้งใจของ แพทย์จีนปิยชาติ อัศววิโรจน์ ที่เห็นผู้ป่วยจำนวนมากต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการปวดเรื้อรังและปัญหาทางอารมณ์ที่ตามมา (เครียด ซึมเศร้า นอนไม่หลับ) ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้มาแล้วกว่า 15,000 เคส นี่คือเหตุผลที่ผู้รับบริการไว้วางใจเรา

  1. วิเคราะห์สาเหตุตรงจุด: ตรวจประเมินทั้งโครงสร้างกล้ามเนื้อทางกายวิภาค ร่วมกับการแมะ (จับชีพจร) และดูลิ้นตามศาสตร์แพทย์จีน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
  2. การรักษาแบบบูรณาการ (Integrative Treatment): ผสมผสานทั้งการฝังเข็ม กระตุ้นไฟฟ้า ครอบแก้ว และจัดยาสมุนไพรจีนสูตรเฉพาะบุคคล เพื่อผลลัพธ์สูงสุดในการแก้ปวดและบำรุงธาตุ
  3. อุปกรณ์และมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด: ใช้เข็มฝังแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use) อุปกรณ์ครอบแก้วผ่านการฆ่าเชื้อตามมาตรฐานทางการแพทย์ สะอาด ปลอดภัย 100%
  4. ติดตามผลและดูแลดุจคนในครอบครัว: ไม่ใช่แค่รักษาให้จบไป แต่เราใส่ใจให้คำแนะนำการปรับพฤติกรรม ท่ายืดเหยียด และอาหารการกิน เพื่อให้คุณกลับไปใช้ชีวิตได้อย่างสมดุลและไม่กลับมาปวดซ้ำ

อย่าปล่อยให้ความปวดเมื่อย… กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตคุณ!

หากคุณมีอาการ ปวดเมื่อยตามตัวไม่หายสักที นวดเท่าไหร่ก็ไม่คลาย หรือมีความเครียด นอนไม่หลับร่วมด้วย ถึงเวลาให้ศาสตร์การแพทย์แผนจีนดูแลคุณอย่างลึกซึ้งถึงต้นเหตุ เพื่อคืนความสมดุลและความสุขในการใช้ชีวิตกลับมาอีกครั้ง

ที่ ปิยชาติคลินิก ทีมแพทย์จีนผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลด้วยศาสตร์ ฝังเข็ม ครอบแก้ว และยาสมุนไพรจีน

1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร ​​​เบอร์ติดต่อ : 085-955-9646 เดินทางง่ายด้วย BTS สนามเป้า หรือ BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ 

2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร ​เบอร์ติดต่อ : 081-630-3180 ใกล้ MRT ศูนย์สิริกิติ์ หรือ BTS พร้อมพงษ์

3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี ​​​เบอร์ติดต่อ : 093-113-4718 ใกล้ BTS คูคต 

4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี ​​เบอร์ติดต่อ : 065-442-8987 ใกล้ MRT สายสีม่วง สถานีบางพลู

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: สามารถทำ “ฝังเข็ม” และ “ครอบแก้ว” พร้อมกันในครั้งเดียวได้ไหม?

A: สามารถทำร่วมกันได้ และแนะนำให้ทำคู่กันเพื่อผลลัพธ์สูงสุด โดยแพทย์จะทำการฝังเข็มเพื่อคลายปมกล้ามเนื้อชั้นลึกก่อนรวมกับการใช้กระแสไฟฟ้าเพื่อคลายทั้งแนวมัดกล้ามเนื้อ แล้วจึงตามด้วยการครอบแก้วเพื่อคลายกล้ามเนื้อชั้นตื้นและชั้นกลาง กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและขับพิษในบริเวณกว้าง ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายความตึงตัว และลดอาการปวดได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด

Q: รอยสีม่วงคล้ำหลังการครอบแก้ว อันตรายไหม และกี่วันถึงจะหาย?

A: ไม่เป็นอันตราย รอยสีที่เกิดขึ้นแสดงถึงระดับการตกค้างของเลือดคั่งและความชื้นในบริเวณนั้น ยิ่งสีเข้มแสดงว่ามีการติดขัดของเลือดลมมากซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดตึงกล้ามเนื้อ รอยเหล่านี้จะค่อยๆ จางหายไปเองตามธรรมชาติภายใน 5–7 วัน และสามารถกลับมาทำได้อีกเมื่อรอยจางหายหรือประมาณ 1สัปดาห์ก็สามารถกลับมาทำการรักษาต่อได้ค่ะ

Q: การฝังเข็มแก้ปวดเมื่อยเจ็บไหม และหลังทำมีข้อห้ามอย่างไร?

A: เข็มที่ใช้มีขนาดเล็กมากจนแทบไม่รู้สึกเจ็บ ขณะฝังจะรู้สึกหน่วง ตึง หรือตื้อๆ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเข็มทำงานตรงจุดลมปราณ (De Qi) ซึ่งหลังการรักษาอาจรู้สึกตึงหน่วงค้างเข็มประมาณ 2-3ชั่วโมง และอาจมีระบมหลังการรักษา1-2วัน พอหลังหายระบมจะรู้สึกได้ชัดเจนว่าอาการปวดตึงทุเลาลง ข้อควรปฏิบัติหลังการรักษาทำควรรักษาความอบอุ่นของร่างกาย งดการอาบน้ำเย็นหรือโดนลมเย็นปะทะโดยตรงอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ถ้าอยากออกกำลังกายแนะนำให้ออกกำลังกายเบาๆได้ ถ้าไม่มีอาการเพลียหรือระบม โดยปกติจะแนะนำให้กลับมาออกกำลังกายได้ 1-2วันหลังจากทำการรักษา และไม่แนะนำให้ไปทำหัตการอื่นหลังรักษาภายในวันเดียวกัน เช่น นวด กายภาพ ควรเว้นอย่างน้อย1-2วัน

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”