ปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาดูแลสุขภาพแบบธรรมชาติกันมากขึ้น และ “นวดทุยหนา (Tui Na)” คือหนึ่งในศาสตร์แพทย์แผนจีนที่กำลังได้รับความนิยมมากในขณะนี้ ซึ่งการนวดทุยหนาคือการนวดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากว่า 4,000ปี สามารถรักษาและบรรเทาอาการปวดได้มากมาย ทั้งยังช่วยปรับสมดุลร่างกาย ฟื้นฟูพลังชี่ กระตุ้นเลือด แหละการไหลเวียนในเส้นลมปราณ การนวดทุยหนามีลักษณะอย่างไร โรคและอาการที่เหมาะกับการนวดทุยหนามีอะไรบ้าง
นวดทุยหนาคืออะไร ?
การนวดทุยหนามีหลักฐานปรากฏมาตั้งแต่ยุคชุนชิวจั้นกั๋ว (770-221 ปีก่อนคริสตกาล) ในยุคนั้นผู้คนเริ่มรู้จักใช้ธรรมชาติ เช่น น้ำ แสงแดด และการออกกำลังกายในการรักษาความเจ็บป่วยและบรรเทาความปวด ทั้งยังมีการเริ่มใช้มือในการนวด บีบ เค้น กด ตามร่างกายเพื่อลดความปวดจากการใช้ร่างกายทำงานหรือการบาดเจ็บ จนต่อมาได้มีการรวบรวมเทคนิคต่างๆไว้ในคัมภีร์หวงตี้เน่ยจิง (黄帝内经) ซึ่งเป็นหนึ่งในคัมภีร์ศาสตร์แพทย์แผนจีนที่เก่าแก่ที่สุด
ศาสตร์แพทย์แผนจีน การนวดทุยหนาคือเทคนิคที่เน้นกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือดตามเส้นลมปราณให้หมุนเวียนทั่วร่างกาย ศาสตร์แพทย์แผนจีนมองว่าเส้นลมปราณนั้นเชื่อมต่อกับอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย หากการไหลเวียนของเส้นลมปราณดี อวัยวะก็จะได้รับการบำรุงเต็มที่ ร่างกายจะอยู่ในสภาวะสมดุล ไม่มีการเจ็บป่วย แต่หากมีการติดขัดขึ้นในเส้นลมปราณ ชี่และเลือดไม่สามารถไปบำรุงอวัยวะได้เต็มที่ สภาวะสมดุลก็เสียไป จึงเป็นที่มาของความเจ็บป่วยต่างๆ
ศาสตร์การแพทย์แผนปัจจุบัน ทุยหนา ช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนปลาย (Peripheral Nervous System – PNS) ให้มีการหลั่งเอ็นดอร์ฟิน (Endorphins, EP) มากขึ้น ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข ทำหน้าที่เป็นยาแก้ปวดตามธรรมชาติ ช่วยระงับความเจ็บปวดจากการลดสารตัวกลางการอักเสบ เช่น bradykinin, 5-hydroxytryptamine(5-HT) / Serotonin, norepinephrine(NE), interleukin(IL), nitricoxide(NO) และ endothelin(ET) {1} {2}
นอกจากนี้ยังปรับความทนทานต่อความเจ็บปวด (Pain threshold) หรือระดับต่ำสุดที่บุคคลรับรู้ความเจ็บปวดจากสิ่งเร้าให้สูงขึ้น โดยการนวดปรับโครงสร้างทางเคมีในตัวรับความเจ็บปวด (Pain receptors) ให้มีความเข้มข้นที่ลดลง ซึ่งทำให้เรารับรู้ความปวดได้ลดลงและในบางกรณีสามารถขจัดความปวดได้ {2}

หลักการทำงานของการนวดทุยหนาในศาสตร์แพทย์แผนจีน
หลักการทำงานของทุยหนาอิงตามพื้นฐานของศาสตร์แพทย์แผนจีน ซึ่งมุ่งเน้นให้เกิดสภาวะสมดุลภายในร่างกาย ชี่ เลือด ลมปราณ ทำงานร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติและไหลลื่นไม่ติดขัด โดยมีหลักการอยู่ 5 ข้อคือ
1.รักษาที่ต้นเหตุ
ศาสตร์แพทย์แผนจีนนั้นมองว่า หากสาเหตุความเจ็บป่วยมาจากความอ่อนแอของอวัยวะภายใน แม้จะแสดงออกมาในลักษณะอาการปวดทางกล้ามเนื้อ แพทย์ก็จะทำการรักษาโดยใช้การนวดแผนจีนเพื่อบำรุงอวัยวะให้กลับมาแข็งแรงเป็นหลัก และลดอาการปวดเป็นรอง เพราะหากเราสามารถทำให้ต้นเหตุที่แท้จริงของความปวดหายไปได้ เราก็จะไม่กลับมาปวดอีก
ตัวอย่างเช่น เคสคนไข้มาด้วยอาการปวดแน่นบริเวณชายโครง ตรวจมาจากโรงพยาบาลแล้วไม่พบความผิดปกติทางระบบประสาทและกระดูก ตรวจสอบโครงสร้างกล้ามเนื้อแล้วไม่พบปมกล้ามเนื้อที่เป็นสาเหตุหลักของความปวด แต่คนไข้มีประวัติความเครียด นอนไม่ค่อยหลับ ร่วมกับอาการปวดแน่นบริเวณขมับ แพทย์แผนจีนแมะตรวจชีพจรแล้ว พบว่าเส้นลมปราณตับมีความตึง ไหลเวียนติดขัด รวมถึงซักอาการอื่นเพิ่มเติมทำให้วินิจฉัยได้ว่า ชี่ของเส้นลมปราณตับติดขัด ทำให้อวัยวะตับอ่อนแอ ในศาสตร์แพทย์แผนจีนมักแสดงออกด้วยอาการเครียด อารมณ์หงุดหงินฉุนเฉียวง่าย ปวดศีรษะบริเวณขมับและปวดแน่นบริเวณชายโครง กรณีนี้แพทย์แผนจีนจึงเน้นการนวดทุยหนาเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเส้นลมปราณตับให้ไม่ติดขัด นวดกดจุดที่มีฤทธิ์ลดความเครียดและความปวด ทั้งยังกระตุ้นจุดที่ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้นเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนและซ่อมแซมตัวเองอย่างเต็มที่
ซึ่งการนวดในศาสตร์อื่นอาจเน้นคลายกล้ามเนื้อและลดความปวดเป็นหลัก ซึ่งอาจเป็นการรักษาที่ปลายเหตุและทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้เรื่อยๆ
2. บำรุงและขับพิษ
ศาสตร์แพทย์แผนจีนมุ่งเน้นให้เกิดสภาวะสมดุลของร่างกาย การนวดทุยหนาจึงเน้นการนวดกดจุดบำรุงอวัยวะต่างๆพร้อมทั้งขับพิษหรือของเสียไปพร้อมกัน เพราะเรามองว่าการที่ร่างกายได้รับการบำรุงอย่างต่อเนื่อง เป็นหัวใจสำคัญของพื้นฐานชีวิตที่ยั่งยืน
3. บำรุงสมดุลหยินหยาง
ในศาสตร์แพทย์แผนจีน เราแยกทุกสรรพสิ่งเป็นพลังงานหยิน หยาง หรือในทางวิทยาศาสตร์ เราอาจมองได้ว่าเป็นสสารและปฏิสสาร (Matter, Antimatter) เรามองว่าจักรวาลดำรงอยู่ได้ด้วยสภาวะสมดุลของพลังงานหยินหยาง หากมีพลังงานฝั่งใดก็ตามเสียสมดุล จะทำให้เกิดความผิดปกติต่างๆ ร่างกายเราก็เช่นกัน หากเกิดการเสียสมดุลภายในร่างกาย อาการความเจ็บป่วยต่างๆรวมถึงความเจ็บปวด ก็จะปรากฎขึ้น แพทย์แผนจีนจึงใช้การนวดทุยหนาเพื่อปรับสมดุลเส้นสมปราณและพลังงานหยินหยางให้อยู่ในสภาวะสมดุลนั่นเอง
4. รักษาตามสาเหตุ 3 ประการ
ศาสตร์แพทย์แผนจีนแบ่งสาเหตุการเกิดโรคจากปัจจัยภายนอกเป็น 3 หมวดใหญ่ คือ เวลา สถานที่ และผู้คน
เวลาในที่นี้คือ ฤดูกาล สภาพอากาศและช่วงเวลาในหนึ่งวัน เพราะในแต่ละช่วงเวลานี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคแตกต่างกัน เช่น อาการปวดในฤดูร้อน ช่วงเช้า พื้นที่แห้งแล้ง จะมีความแตกต่างกับความปวดใน ฤดูหนาว ช่วงค่ำ/กลางคืน พื้นที่ชื้นแฉะ และการรักษาก็จะแตกต่างกันไป
สถานที่ต่างๆเช่น ประเทศโซนร้อน/เขตหนาว ที่พักอาศัยบนเทือกเขาสูง/พื้นที่ราบ/พื้นที่ติดทะเล จะมีสาเหตุการเกิดโรคที่แตกต่างด้วยเช่นกัน เนื่องจากวิถีชีวิตและการเข้าถึงกลุ่มโรคนั้นต่างกัน
เพศ อายุ สภาพทางกายภาพ อาชีพและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน ก็เป็นอีกหมวดนึงที่สามารถทำให้เกิดความเจ็บป่วยที่แตกต่างกันได้ เช่น ความปวดในคนไข้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเป็นหลัก กลุ่มกล้ามเนื้อที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจะเป็นบริเวณช่วงคอ บ่า และไหล่ แตกต่างจากคนที่ทำงานลักษณะขับรถหรือยืนเป็นเวลานาน คนไข้กลุ่มนี้มักปวดช่วงล่างตั้งแต่ เอว สะโพก และขาลงไป โดยแพทย์แผนจีนจะอิงสาเหตุ 3 ประการนี้เป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาด้วยการนวดทุยหนา
5. รักษาก่อนป่วย
เราอาจจะชินกับการที่ไว้ป่วยก่อนจึงค่อยไปรักษา แต่กลับกัน ในศาสตร์แพทย์แผนจีนนั้นมองว่าหากเราบำรุงรักษาร่างกายให้แข็งแรงและอยู่ในสภาวะสมดุลตลอดเวลา จะเป็นการป้องกันอาการเจ็บป่วยทั้งมวลได้ ในการรักษาด้วยนวดแผนจีน แพทย์แผนจีนไม่เพียงมองที่อาการปวดของคนไข้อย่างเดียว แต่ยังมองถึงการบำรุงอวัยวะ เส้นลมปราณ พลังงานหยินหยางภายในให้อยู่สภาวะสมดุล เพื่อป้องกันการกลับมาป่วยซ้ำในอนาคต
ประโยชน์ของการนวด
ทุยหนานอกจากจะช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดความปวด กระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือดแล้ว ยังสามารถบำรุงเส้นลมปราณ เส้นเอ็น ข้อต่อ บำรุงอวัยวะภายในตามการกดนวดจุดต่างๆ ตามร่างกาย ขับของเสียสลายเสมหะและความชื้น ลดความเครียดทำให้ร่างกายผ่อนคลาย นอนหลับได้ดีขึ้นเนื่องจากการหลังของสารเอ็นดอร์ฟิน บำรุงร่างกายโดยรวมเพื่อป้องกันโรคและเพิ่มคุณภาพชีวิต รวมถึงยังสามารถกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่เพื่อความงามได้อีกด้วย
นอกจากนี้การนวดแผนจีนช่วยคลายปมกล้ามเนื้อ หรือ trigger point ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดในหลายโรคได้ เนื่องจากเมื่อเราทำงานในท่าเดิมเป็นเวลานาน หรือเกิดการบาดเเจ็บจากการเล่นกีฬา/ออกกำลังกาย เส้นใยกล้ามเนื้อจะเกิดการหดเกร็งแบบไม่คลายตัว ทำให้เกิดปมกล้ามเนื้อที่ทำให้เลือดนำออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงเซลล์กล้ามเนื้อบริเวณนี้ไม่เพียงพอ จึงเกิดการอักเสบและอาการปวดที่ไวต่อการสัมผัส บางครั้งอาจร้าวไปบริเวณอื่นได้ {4}{5}

โรคที่เหมาะกับการนวดทุยหนาฟื้นฟูสุขภาพ
การนวดทุยหนาสามารถรักษาได้หลายกลุ่มโรค โดยหลักแล้วจะแบ่งเป็น 2 หมวดหลักคือ กลุ่มอาการปวด กลุ่มโรคอายุกรรมภายใน
1. กลุ่มอาการปวด
- กลุ่มอาการปวดช่วงคอ บ่า ไหล่ เช่น ภาวะหมอนรองกระดูกคอเคลื่อน (Cervical disc herniation) ภาวะคอตกหมอน(Neck sprain) กลุ่มอาการเส้นเลือดและเส้นประสาทถูกกดรัดบริเวณทรวงอก (Thoracic outlet syndrome, TOS) ภาวะไหล่ติด (Frozen shoulder) ภาวะหัวไหล่อักเสบ (Rotator cuff inflammation)
- กลุ่มอาการปวดช่วงเอวและช่วงล่าง เช่น ภาวะหมอนรองกระดูกเอวเคลื่อน (Lumbar disc herniation) กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อช่วงเอวเรื้อรัง ภาวะสลักเพชรจม (Piriformis syndrome) ภาวะตะคริวและกลุ่มปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง
- กลุ่มอาการปวดจากการบาดเจ็บทางกีฬาหรือการออกกำลังกาย (Sport injuries)
2. กลุ่มโรคอายุกรรมภายใน
- โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) กลุ่มอาการปวดศรีษะ-ไมเกรน (Chronic headache, Migraine) กลุ่มอาการมึน เวียนศีรษะ (Dizziness)
- กลุ่มอัมพฤกษ์-อัมพาต (Cerebrovascular Disease) กลุ่มอาการกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก (Bel’ls palsy)
- ภาวะปวดประจำเดือน (Menstrual cramps/Period pain) ภาวะเต้านมอักเสบ (Mastitis)
- การนวดทุยหนาในเด็กเพื่อการรักษา บำรุงร่างกาย หรือกระตุ้นพัฒนาการและความสูง
การเตรียมตัวและข้อควรทราบในการรักษา
1.แนะนำให้ทานอาหารล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง
เพื่อป้องกันอาการเวียนศีรษะที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการรักษา
2. ตรวจวัดสัญญาณชีพก่อนการรักษา
ช่วยประเมินสภาพร่างกาย เพื่อลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตระหว่างการรักษา ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะได้ กรณีคนไข้มีโรคประจำตัวเช่นความดันโลหิตสูง แนะนำให้ทานยามาก่อนการรักษาทุกครั้ง เนื่องจากการนวดแผนจีนเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนเลือด อาจทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้
3. พักผ่อนให้เพียงพอ 6-8 ชั่วโมงก่อนมาทำการรักษา
เนื่องจากการนอนหลับที่เพียงพอจะทำให้การทำงานของระบบประสาทอยู่ในภาวะสมดุลและทำให้การรักษามีผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
4. เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายและปิดเครื่องมือสื่อสารระหว่างการรักษา
เสียงรบกวนจะทำให้ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic nervous system) ทำงานซึ่งเป็นการยับยั้งการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ส่งผลให้ความผ่อนคลายลดลงและอาจส่งผลต่อการรักษา
5. สตรีมีครรภ์
ควรหลีกเลี่ยงการรักษาบริเวณหน้าท้อง เอว-ก้นกบ และจุดที่กระตุ้นการบีบตัวของผนังมดลูกเพื่อลดความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดหรือแท้ง
ขั้นตอนการนวดทุยหนาโดยแพทย์แผนจีน
พื้นฐานการนวดของศาสตร์แพทย์แผนจีน มีอยู่ 5 ข้อ คือ สม่ำเสมอ นุ่มนวล เชื่องช้าไม่รีบ แต่หนักแน่นและมีน้ำหนัก และมี 4 วิธีหลักในการรักษา
1.การกดนวด หรือ อั้นโหรวฝ่า (按揉法)
เป็นการใช้วิธีกดและนวดไปพร้อมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา โดยใช้นิ้วหรืออุ้งมือกดลงถึงชั้นกล้ามเนื้อจากนั้นจึงค่อยๆ นวดเพื่อให้เกิดความผ่อนคลาย มักใช้เพื่อบำรุงร่างกาย คลายกล้ามเนื้อ ลดอาการเกร็งและความปวดได้ ส่วนใหญ่ใช้กับกลุ่มอาการปวดคอ บ่า ไหล่ เอ็นหัวไหล่อักเสบ เอวเคล็ดอักเสบ หมอนรองกระดูกเอวปลิ้น ปวดศีรษะ และมึนศีรษะ {3}
2. การบีบนวด หรือ หนาโหรวฝ่า (拿揉法)
เป็นการใช้มือบีบชุดกล้ามเนื้อขึ้นมาแล้วค่อยๆนวด จากนั้นปล่อยกล้ามเนื้อในลักษณะลงตรงๆ ไม่สะบัด ให้กล้ามเนื้อคืนตัวแล้วค่อยบีบขึ้นมาใหม่ วิธีนี้มักใช้เพื่อคลายกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการไหลเวียนเลือด เนื่องจากการบีบคลายกล้ามเนื้อในจังหวะและน้ำหนักที่สม่ำเสมอจะช่วยให้การสูบฉีดของเลือดบริเวณนั้นดีขึ้น ส่งผลให้ลดความปวดและการอักเสบได้ดี จึงมักใช้กับคนไข้ที่มีอาการปวดคอบ่าไหล่ ร้าวลงแขนหรือขาที่มีอาการอักเสบร่วมด้วย หรือคนไข้ที่มีอาการคอตกหมอน
3. การดึงและเขย่า หรือ เชียนโต่วฝ่า (牵抖法)
ขั้นตอนแรก ให้คนไข้อยู่ในท่าที่ผ่อนคลายที่สุด มักใช้ท่านั่งหลังตรงหรือนอนราบ จากนั้นดึงรยางค์ของคนไข้เช่น แขนหรือขา ให้มีความรู้สึกตึงเล็กน้อย แล้วเขย่าให้เกิดความถี่ระยะสั้นคล้ายแนวคลื่นแผ่นดินไหว โดยใช้แรงจากแกนกลางลำตัวของแพทย์ จะไม่มีการเขย่าจากข้อมือของแพทย์เด็ดขาด
วิธีนี้มักใช้เพื่อเพิ่มความไหลลื่นของข้อต่อและปรับตำแหน่งโครงสร้างสรีระ ส่วนใหญ่จะใช้กับคนไข้ที่มีอาการเกี่ยวกับข้อต่อ เช่น หัวไหล่หลุด ปลอกหุ้มข้อมืออักเสบ หรือหมอนรองกระดูกเอวเคลื่อน
4. การดันและคลึง หรือ ทุยมัวฝ่า (推摩法)
แพทย์จะใช้นิ้วโป้ง สี่นิ้วมือ หรือสันมือในการดันกล้ามเนื้อคนไข้และคลึงเป็นลักษณะวงกลม หากเป็นวิธีบำรุงจะตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกา
เป็นวิธีที่นิยมใช้ในคนไข้ที่มีอาการทางอายุกรรมภายใน เช่น แน่นหน้าอก หอบหืด ภาวะเครียด นอนไม่ค่อยหลับ ท้องอืด ท้องผูก ปวดประจำเดือน หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ
เนื่องจากการดันและคลึงนั้นเป็นการกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ที่ทำให้ลดความปวดและเพิ่มความผ่อนคลายได้ และหากใช้ท่านี้ตามจังหวะการหายใจของคนไข้ จะทำให้มีการหลั่งสารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยทำให้เรารู้สึกดี ลดความเครียด นอนหลับดีขึ้น และเพิ่มการทำงานของระบบทางเดินอาหารได้อีกด้วย {6}
ผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น หลังจากการรักษา
- อาจมีอาการง่วง อ่อนเพลีย
- ระบมเล็กน้อย จากการกดคลึงหรือคลายกล้ามเนื้อ
- อาจมีรอยเขียวช้ำ ในบางจุด/ในบางรายที่มีภาวะช้ำง่ายหรือเลือดออกง่าย
- มึนศีรษะหรือตาลาย หลังจากนอนคว่ำนาน อาการจะค่อยๆ หายไปภายใน 10-15นาที
หลังการคลายกล้ามเนื้อที่ตึง แนะนำทานน้ำอุ่นเพื่อช่วยการไหลเวียนของเลือด หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักทันทีหลังการรักษา เพื่อป้องกันการเกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อเฉียบพลัน
นวดทุยหนาควรทำบ่อยแค่ไหน? เจ็บไหม?
สามารถนวดเพื่อการรักษา ฟื้นฟูสุขภาพและบำรุงร่างกายได้บ่อยที่สุด 1 ครั้งต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยและแนวทางการรักษาของแพทย์แผนจีน
ทุยหนานั้นเน้นความสม่ำเสมอ นุ่มนวล เชื่องช้าไม่รีบ แต่หนักแน่นและมีน้ำหนัก ทำให้เกิดความผ่อนคลาย แทบไม่รู้สึกถึงความเจ็บ อาจมีความรู้สึกหน่วงในจุดที่เป็นปมกล้ามเนื้อซึ่งมีรอยการอักเสบอยู่แล้ว แต่หากคนไข้รู้สึกปวดมากเกินไป ทนไม่ไหว สามารถแจ้งแพทย์แผนจีนที่ทำการรักษาได้ทันที

นวดทุยหนาที่ ปิยชาติคลินิก
1. ตรวจร่างกายและประเมินอาการ
แพทย์จีนจะทำการซักประวัติสุขภาพทั่วไป ตรวจร่างกายและประเมินอาการตามหลักแพทย์แผนจีน เช่นการตรวจแมะชีพจรและดูลิ้น เพื่อวินิจฉัยโรคและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล
2. เลือกจุดและบริเวณในการทุยหนา
ในกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ จะมีการตรวจความสมดุลของโครงสร้างสรีระและบุคลิกภาพเพิ่มเติม เนื่องจากสาเหตุของกลุ่มอาการเหล่านี้ ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่สมดุลของสรีระร่างกายและบุคลิกภาพที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้แพทย์แผนจีนอาจให้คำแนะนำในการออกกำลังกายและการดูแลตนเองควบคู่ไปด้วย
3. ระยะเวลาและความรู้สึกระหว่างการรักษา
โดยทั่วไป ระยะเวลาในการนวดแผนจีนจะใช้เวลาประมาณ 15-60 นาที ต่อการรักษาหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของโรค คนไข้จะรู้สึกถึงการถูกกดจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่คนไข้จะรู้สึกผ่อนคลาย อาจมีความรู้สึกหน่วงตามจุดที่มีปมกล้ามเนื้อซึ่งเป็นสาเหตุของการอักเสบและความปวดได้ หากคนไข้รู้สึกปวดเกินไป หรือทนไม่ไหว สามารถแจ้งแพทย์ได้ทันที
ทุยหนาเป็นศาสตร์แพทย์แผนจีนที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมสูงในกลุ่มการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม มีประโยชน์มากมายทั้งการคลายกล้ามเนื้อ ลดอาการปวด คลายปมกล้ามเนื้อ (Trigger point) บำรุงและปรับสมดุลอวัยวะภายใน ช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ทำให้ผ่อนคลายและลดความเครียดได้ จึงเหมาะสำหรับการรักษาทั้งกลุ่มปวด (เช่น ไหล่ติด หรือหมอนรองกระดูกเอวเคลื่อน) และกลุ่มโรคอายุรกรรมภายใน (เช่น ไมเกรน นอนไม่หลับ ปวดประจำเดือน) โดยแพทย์แผนจีนมุ่งเน้นการรักษาที่ต้นเหตุเพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำเพื่อสุขภาพที่ยั่งยืนของคนไข้
ปิยชาติคลินิกฝังเข็ม ครอบแก้ว ยาจีน พร้อมให้บริการโดยแพทย์จีนผู้มีประสบการณ์ ดำเนินกิจการมากกว่า 10 ปี ควบคุมและดูแลคุณภาพการตรวจรักษาของในทีมแพทย์จีนโดย แพทย์จีนปิยชาติ อัศววิโรจน์ ภายใต้มาตรฐานการรักษาที่คุณสามารถไว้วางใจได้
มีสาขาครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีสาขาที่คุณสามารถเข้ารับการรักษาได้ดังนี้
1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร
2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร
3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี
4.สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี
“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”
References
- 炳华, 范., 明舫, 韩., 毅, 赵., 一煌, 顾., 道全, 王., & 军, 庞. (2008). 推拿学 (1st ed., Vol. 十一五). 中国中医药出版社. csln. net/qksd/
- Liu, Zhi-Feng & Wang, Hou-Rong & Yu, Tian-Yuan & Zhang, Ying-Qi & Jiao, Yi & Wang, Xi-You. (2022). Tuina for peripherally-induced neuropathic pain: A review of analgesic mechanism. Frontiers in Neuroscience. 16. 1096734. 10.3389/fnins.2022.1096734.
- Yang J, Zhou X, Ma Q, Woods JT, Mohabbat AB, Do A, Brault JS, Jensen MA, Shin KM, Shen L, Zhao C, Cheong KCP, He K, Guo Y, Chen Z, Tang S, Tang Y, Tan CIC, Chen J, Bauer BA. Efficacy and safety of Tuina for chronic nonspecific low back pain: A PRISMA-compliant systematic review and meta-analysis. Medicine (Baltimore). 2023 Mar 3;102(9):e33018. doi: 10.1097/MD.0000000000033018. PMID: 36862888; PMCID: PMC9981398.
- David G. Simons,Understanding effective treatments of myofascial trigger points, Journal of Bodywork and Movement Therapies,Volume 6, Issue 2, 2002, Pages 81-88, ISSN 1360-8592, https://doi.org/10.1054/jbmt.2002.0271.
- Alvarez DJ, Rockwell PG. Trigger points: diagnosis and management. Am Fam Physician. 2002 Feb 15;65(4):653-60. PMID: 11871683.
- Serotonin: What Is It, Function & Levels. (2022, March 18). Cleveland Clinic. Retrieved October 20, 2025, from https://my.clevelandclinic.org/health/articles/22572-serotonin

English
中文 (简体字)
Lastest Post
ฝังเข็ม
วิธีรักษาอาการปวดสะโพกร้าวลงขา ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก!
ฝังเข็ม
ปวดไหล่ตอนนอนจนสะดุ้งตื่น! รู้จักภาวะไหล่ติดกับการฝังเข็มทางเลือกรักษาที่ปิยชาติคลินิก
ฝังเข็ม
กล้ามเนื้ออักเสบ ฝังเข็มที่ไหนดี? ชี้เป้าคลินิกแพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก