“เป็นอัมพฤกษ์แล้ว… มีโอกาสกลับมาเดินได้อีกไหม?” หนึ่งในคำถามที่บีบหัวใจที่สุดของครอบครัวผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) นอกจากกายภาพบำบัดและการกินยาแล้ว “การฝังเข็ม” คือทางเลือกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอย่างหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันหลายคนก็ยังลังเลว่านี่คือเรื่องจริงหรือแค่ความเชื่อ? วันนี้คุณหมอจะมาไขข้อข้องใจแบบชัดๆ ถึงกลไกการฟื้นฟูสมองด้วยปลายเข็ม ว่าการ ฝังเข็มรักษา STROKE โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์-อัมพาตได้จริงหรือไม่ และต้องเริ่มตอนไหนถึงจะเห็นผลดีที่สุด!
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) คืออะไร
โรคหลอดเลือดสมอง (Cerebrovascular disease ) หรือ Stroke เป็นภาวะที่สมองขาดเลือดและออกซิเจนเฉียบพลัน จากการแตกหรืออุดตันของหลอดเลือดในสมอง ส่งผลให้เซลล์สมองบางส่วนถูกทำลายอย่างถาวร เกิดอาการผิดปกติทางระบบประสาท เช่น แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด มุมปากตก หรือสูญเสียการทรงตัว ถือเป็น สาเหตุการเสียชีวิตและความพิการอันดับต้น ๆ ของโลก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในผู้สูงอายุ รวมถึงวัยทำงานที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เครียด นอนน้อย สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และรับประทานอาหารไขมันสูง
สิ่งสำคัญที่สุดของการรักษาโรคหลอดเลือดสมองคือ “เวลา” เพราะสมองจะถูกทำลายเพิ่มขึ้นทุกนาทีที่เลือดไปเลี้ยงไม่พอ
อาการเตือนโรคหลอดเลือดสมอง
สัญญาณอันตราย ที่บ่งบอกถึงภาวะ Stroke มีหลักการจำง่าย ๆ คือ F.A.S.T.
- F (Face): ใบหน้าเบี้ยว มุมปากตก
- A (Arm): แขนขาอ่อนแรง ยกแขนไม่ขึ้น
- S (Speech): พูดไม่ชัด พูดติดขัด หรือพูดไม่ได้
- T (Time): รีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
เมื่อสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ ต้อง “รีบไปโรงพยาบาลทันที” เพราะในบางกรณีสามารถให้ยาละลายลิ่มเลือดได้ภายใน 4.5 ชั่วโมงหลังเริ่มมีอาการ ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมาก!!
มุมมองของแพทย์แผนปัจจุบัน (Western Medicine Perspective)
โรคหลอดเลือดสมองแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก
1. Ischemic Stroke (เส้นเลือดสมองตีบ/อุดตัน)
เกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองอุดตัน มักเกี่ยวข้องกับภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง (Atherosclerosis)
บริเวณที่พบบ่อยคือหลอดเลือดสมองกลาง (Middle Cerebral Artery, MCA) ซึ่งควบคุมการเคลื่อนไหวของแขนขาและการพูด
แบ่งตามสาเหตุของการอุดตันได้ดังนี้:
(1) Thrombosis: ผนังหลอดเลือดเสื่อม แข็ง มีการสะสมของคราบไขมัน (Plaque) และเกล็ดเลือด (Platelet) เข้ามาเกาะรวมตัวกันจนเป็นลิ่มเลือด (Thrombus) จนหลอดเลือดตีบหรืออุดตัน
(2) Embolism: เกิดจากสิ่งอุดตันที่หลุดมาจากตำแหน่งอื่นของร่างกาย เช่น ลิ่มเลือด (thrombus) ซึ่งมักมีต้นกำเนิดจาก หัวใจ (เช่น ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด Atrial Fibrillation) หรือจาก หลอดเลือดแดงใหญ่ส่วนคอ (Carotid artery) รวมถึง ไขมัน (fat), อากาศ (air) หรือ เศษกระดูก (bone fragment) ที่หลุดเข้าสู่กระแสเลือด แล้วไปอุดตันในหลอดเลือดสมองที่มีขนาดเล็กกว่า ทำให้เกิด ภาวะสมองขาดเลือดเฉียบพลัน ในบริเวณนั้น
2. Hemorrhagic Stroke (เส้นเลือดสมองแตก)
เกิดจากการฉีกขาดของผนังหลอดเลือดแดงในสมอง ทำให้มีเลือดออกเข้าไปในเนื้อสมองหรือเยื่อหุ้มสมอง ส่งผลให้สมองได้รับความเสียหายและความดันในกระโหลกศีรษะเพิ่มขึ้น
แบ่งตามตำแหน่งที่เกิดได้ดังนี้:
(1) Intracerebral Hemorrhage (ICH): เลือดออกภายในเนื้อสมองโดยตรง มักเกิดจากความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ทำให้หลอดเลือดฝอยเล็กๆเปราะและแตก
(2) Subarachnoid Hemorrhage (SAH): เลือดออกในช่อง Subarachnoid Space มักเกิดจากการแตกของหลอดเลือดโป่งพอง (Aneurysm) หรือการฉีกขาดของเส้นเลือดผิดปกติ (Arteriovenous Malformation – AVM)
มุมมองของแพทย์แผนจีน (TCM Perspective: 中风)
ในมุมมองของแพทย์แผนจีน 中风 (Zhōng Fēng) หมายถึง “ถูกลมโจมตี” เนื่องจากตัวโรคเกิดขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงมีลักษณะคล้ายกับลม(风) ซึ่งไม่ได้หมายถึงลมภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการเสียสมดุลของร่างกายทำให้ “ลมภายใน (内风)” เคลื่อนไหวผิดปกติจนส่งผลต่อสมอง
สาเหตุสำคัญในมุมมองแพทย์จีน
1.พื้นฐานร่างกายอ่อนแอหรืออายุมาก (正气不足)
– พลังตับไตเสื่อม ชี่และเลือดไม่พอเลี้ยงสมอง
2.ทำงานหนักเกินไป / ใช้ชีวิตหักโหม (劳倦过度)
– ทำให้ชี่พร่องและเลือดไหลเวียนไม่ดี
3.การรับประทานอาหารไม่เหมาะสม (饮食不节)
– รับประทานอาหารมันจัด หวานจัด หรือดื่มสุรา ทำให้เกิดเสมหะและเลือดคั่ง
4.ความเครียดหรืออารมณ์รุนแรง (情志失调)
– โดยเฉพาะอารมณ์โกรธทำให้ไฟตับกำเริบ (肝 火上炎) และลมภายในเคลื่อนไหวรุนแรง
กลไกการเกิดโรค
พื้นฐานร่างกายที่อ่อนแอ เช่น ตับไตพร่อง ชี่และเลือดไม่พอเลี้ยงสมอง (肝肾亏虚、气血不足),ทำให้หลอดเลือดเปราะและการไหลเวียนติดขัด เมื่อลม (风)、ไฟ (火)、เสมหะ (痰)、ชี่ (气)、และเลือดคั่ง (瘀) รบกวนขึ้นไปยังศีรษะ จะทำให้เส้นลมปราณสมองอุดตัน (脑络阻滞) เกิดอาการเช่น มุมปากตก พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง หรือหมดสติ

การรักษาหลอดเลือดสมองด้วยการฝังเข็มช่วยได้อย่างไร
1. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดสมอง (Cerebral Blood Flow)
ฝังเข็มรักษา STROKE บริเวณที่สมองขาดเลือดบางส่วนแต่ยังไม่ตายโดยเฉพาะส่วน Penumbra ซึ่งยังสามารถกอบกู้ได้ผ่าน Collateral Circulation จากทางหลอดเลือดสมองอื่น ๆ และ Circle of Willis ให้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อทดแทนหลอดเลือดที่ถูกอุดตันให้ทำงานชดเชยฟังก์ชันที่เสียไป
- การฝังเข็มจะช่วยกระตุ้นการขยายตัวของหลอดเลือด (Vasodilation) ในหลอดเลือดสมองขนาดเล็กและกลาง โดยเฉพาะจุดฝังเข็มบริเวณท้ายทอยและต้นคอทั้งหมด รวมถึง 睛明, 太阳และข้างขมับ
- ผลลัพธ์คือ ลดขนาด Ischemic Core (บริเวณสมองที่ตายแล้ว) และเพิ่มโอกาสให้เซลล์สมองในบริเวณ Penumbra รอดชีวิต
2. กระตุ้นการฟื้นฟูเส้นประสาทและ Neuroplasticity
- ฝังเข็มกระตุ้นให้ Neural stem cell ใน hippocampus และ cortex แบ่งตัว
- เพิ่มการหลั่ง neurotrophic factors เช่น BDNF, NGF ที่ช่วยให้เซลล์ประสาทรอดชีวิต
- กระตุ้นกระบวนการ Neuroplasticity ช่วยในการสร้างวงจรประสาทและเส้นประสาทใหม่ในสมอง เพื่อให้สมองส่วนอื่น ๆ เข้ามาทำหน้าที่แทนส่วนที่เสียหาย
3. Sympathetic Reflex / Decreased Sympathetic Tone
- หลังเกิด stroke ผู้ป่วยมักมี sympathetic tone สูงจึงปล่อยสาร adrenaline ทำให้หลอดเลือดสมองหดตัว ความดันโลหิตสูงขึ้น
- การฝังเข็มช่วย “ลด sympathetic tone”ช่วยให้หลอดเลือดขยาย มีเลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น
- ช่วยระบบไหลเวียนให้สมดุลขึ้น ลดความเครียดทางระบบประสาทอัตโนมัติ
4. ปรับสมดุลร่างกายในมุมมองแพทย์จีน
- การฝังเข็มช่วยกระตุ้นชี่และเลือดให้ไหลเวียนดีขึ้น เสริมความแข็งแรงของ กล้ามเนื้อ
- บำรุงส่วนที่พร่อง และระบายส่วนที่เกิน ปรับสมดุลร่างกาย
- ส่งเสริมการฟื้นฟูสติและการเคลื่อนไหวของแขนขา
การแบ่งระยะของโรคหลอดเลือดสมอง (STROKE)
ฝังเข็มรักษา STROKE ในปัจจุบันมีแนวทางการรักษาที่ผสานทั้งสองศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผู้ป่วย
- ระยะเฉียบพลัน: ใช้การรักษาฉุกเฉินแบบแพทย์ปัจจุบัน เช่น ยาละลายลิ่มเลือด (rtPA), Clot Retriever
- ระยะฟื้นฟู: ใช้การฝังเข็มรักษา STROKE (针灸) เช่น 醒脑开窍, Scalp Acupuncture ร่วมกับการ 导引 ทำกายภาพบำบัด เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมองและเส้นประสาท เสริมด้วยยาสมุนไพรจีน (中药) ที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด สลายเสมหะ และบำรุงชี่เลือด
แนวทางการรักษาฝังเข็มรักษา STROKE
โดยทั่วไปหลังจากผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลแล้ว หากไม่มีข้อห้ามทางการแพทย์ สามารถเริ่มการฝังเข็มรักษา STROKE ได้ในทันที โดยเฉพาะระยะ 1-6 เดือนแรก (golden period of recovery) แนะนำให้ทำการรักษาต่อเนื่อง1-2ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อฟื้นฟูสมองและร่างกายให้เหลือความผิดปกติทางระบบประสาทให้น้อยที่สุด
หลังจากพ้นระยะฟื้นฟูหลักแล้ว อาจค่อยๆ ลดความถี่ในการฝังเข็ม เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ (secondary prevention) และคงสภาพการทำงานของระบบประสาทให้ดีที่สุด

ข้อควรระวังการฝังเข็มรักษา STROKE
การฝังเข็มถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางการรักษาที่ปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อย แต่ก็มีจุดที่ควรระวังร่วมด้วยดังนี้
- ในผู้ป่วย Stroke ที่ทานยากลุ่ม Anticoagulant เช่น Pradaxa (Dabigatran), Xerelto (Rivaroxaban), Eliquis (Apixaban), Orfarin (Warfarin), Heparin และ LMVH ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการฝังเข็ม เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกและรอยช้ำได้ง่าย
- ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้
- ในผู้ป่วยที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ Pacemaker สามารถฝังเข็มได้ แต่ห้ามใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า
ภาวะโรคใกล้เคียง Stroke (Conclusion & Differential Diagnosis)
ในทางคลินิก โรค Stroke อาจมีอาการคล้ายโรคอื่นๆได้ เช่น
- ไมเกรน (Migraine) โดยเฉพาะไมเกรนชนิด Hemiplegic Migraine ซึ่งอาจทำให้แขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัดได้เช่นกัน แต่อาการทางระบบประสาทมักค่อยๆ ดำเนินไปอย่างช้าๆ และตามมาด้วย อาการปวดศีรษะรุนแรง
- ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia) มีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก, พูดไม่ชัด, สับสน, มีปัญหาในการมองเห็น มักเกิดในผู้ป่วยเบาหวานที่ได้รับยาลดน้ำตาลมากเกินไป แต่อาการจะดีขึ้นทันทีหลังจากได้รับน้ำตาล
- Vertigo มีอาการเวียนศีรษะบ้านหมุนอย่างรุนแรง, คลื่นไส้อาเจียน, เดินเซ คล้าย Stroke ในบริเวณ Cerebellum แต่จะไม่มีอาการอ่อนแรงหรือหน้าเบี้ยวร่วมด้วย
- Bell’s Palsy อ่อนแรงเฉพาะใบหน้าด้านเดียวเท่านั้น และไม่สามารถยักคิ้วหรือหลับตาข้างที่อ่อนแรงได้ ต่างจาก Stroke ที่มักเหลือการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้าส่วนบนไว้
โรคหลอดเลือดสมองเป็นภาวะอันตรายที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ทันได้ตั้งตัว ฉะนั้นวิธีดีที่สุดก็คือการป้องกัน โดยการเอาใจใส่ดูแลสุขภาพออกกำลังกาย งดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ ทานอาหารที่มีประโยชน์ หมั่นตรวจรักษาโรคประจำตัวต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อลดการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง
ฝังเข็มรักษา STROKE ที่ปิยชาติคลินิก
ปิยชาติคลินิกฝังเข็ม ครอบแก้ว ยาจีน พร้อมให้บริการ รักษา บำบัด ฟื้นฟู โดยแพทย์จีนผู้มีประสบการณ์ ดำเนินกิจการมากกว่า 10 ปี ควบคุมและดูแลคุณภาพการตรวจรักษาของในทีมแพทย์จีนโดย แพทย์จีนปิยชาติ อัศววิโรจน์ ภายใต้มาตรฐานการรักษาที่คุณสามารถไว้วางใจได้
มีสาขาครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีสาขาที่คุณสามารถเข้ารับการรักษาได้ดังนี้
1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร
2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร
3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี
4.สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี
“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”
Reference
- Kengsakul, K. (2024, October 18–19). Acupuncture treatment in cerebrovascular disease: Point of view from medical neuroacupuncturist. Paper presented at the 2nd Conference on Advancements in Stroke Treatment and Rehabilitation (第二届中医家园学术研讨会:中风治疗与康复新进展), Meeting Room (C), 5th Floor, Samyan Mitrtown, Bangkok, Thailand.
- Zhou, Z. Y. (Ed.). (2015). Internal Medicine of Traditional Chinese Medicine (2nd ed.). Beijing: China Traditional Chinese Medicine Press.
- Srihara P, Supsiripan W. CVA assessment. Lecture presented at: OSBC 2022; 2022 Oct 12; The Oriental TCM Suphanburi-Kanchanaburi.
- Yin, J., & Jiraphorn, C. (Trans.). (2014). Clinical application of acupuncture points [การใช้จุดฝังเข็มรักษาทางคลินิก]. Bangkok, Thailand: Pumthong Publishing.

English
中文 (简体字)
Lastest Post
ฝังเข็ม
วิธีรักษาอาการปวดสะโพกร้าวลงขา ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก!
ฝังเข็ม
ปวดไหล่ตอนนอนจนสะดุ้งตื่น! รู้จักภาวะไหล่ติดกับการฝังเข็มทางเลือกรักษาที่ปิยชาติคลินิก
ฝังเข็ม
กล้ามเนื้ออักเสบ ฝังเข็มที่ไหนดี? ชี้เป้าคลินิกแพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก