ปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ไม่ต้องทน! รักษาได้ ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน

ปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ไม่ต้องทน! รักษาได้ ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน

      ในยุคที่หลายคนต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือพฤติกรรมเล็กๆในชีวิตประจำวัน ทั้งการนั่งผิดท่า นั่งเกร็งค้างท่าเดิมนานๆ ไม่ยืดกล้ามเนื้อ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ จนเริ่มมีอาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ สะสมเป็นระยะเวลานาน จนกลายเป็นโรคยอดฮิตของคนทำงาน หรือที่เราเรียกกันว่า “ออฟฟิศซินโดรม” หากละเลยอาจกลายเป็นอาการเรื้อรังที่รักษายาก อาจลุกลามจนส่งผลต่อสมาธิและคุณภาพชีวิตประจำวันได้

ในทางการแพทย์แผนจีน กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ คอ บ่า ไหล่ อาจไม่ใช่แค่อาการเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อทั่วไป แต่อาจมาจากภาวะภายในร่างกายที่ไม่สมดุล การทำงานของอวัยวะภายในลดลง การสร้างชี่และเลือดน้อยลง จนทำให้เกิดเป็นการอาการปวดเรื้องรัง ไม่หายสักที  ดังนั้น การรักษาเพียงแค่คลายกล้ามเนื้ออาจไม่เพียงพอ แต่ควรปรับสมดุลพลังงานภายใน ฟื้นฟูการไหลเวียนของชี่และเลือด เพื่อให้อาการดีขึ้นจากต้นเหตุอย่างแท้จริง

In this article

อาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ เกิดจากอะไร?

  1. ท่าทางการทำงานไม่ถูกต้อง (Poor posture) :การนั่งหลังงอ ก้มหน้าเล่นมือถือ หรือจ้องคอมพิวเตอร์นานเกินไป  ทำให้กล้ามเนื้อคอและบ่าต้องเกร็งค้างอยู่ตลอดเวลา เกิดการอักเสบและปวดเมื่อย จนสามารถทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของกล้ามเนื้อ ที่เรียกว่า ‘Upper Cross Syndrome” กล่าวคือกล้ามเนื้อด้านหน้าเช่น กล้ามเนื้อหน้าอก กล้ามเนื้อคอด้านหน้าชั้นลึก และ กล้ามเนื้อหัวไหล่ด้านหน้า มีความตึงมากเกินไป (Tight) ส่งผลให้กล้ามเนื้อด้านหลัง เช่น กล้ามเนื้อคอด้านหลัง กล้ามเนื้อสะบักด้านหลังไม่สามารถประคองท่าทางที่สมดุลได้ เกิดความล้าอ่อนแรง (Weak)  
  2. กล้ามเนื้อตึงหรืออักเสบจากการใช้งานซ้ำ (Muscle strain / overuse) : พบในคนที่พิมพ์งาน ใช้เมาส์ หรือยกของบ่อย ๆ โดยกล้ามเนื้อ trapezius, levator scapulae มักเป็นจุดที่ปวดบ่อย
  3. การไหลเวียนเลือดไม่ดี : เมื่อกล้ามเนื้อเกร็งนาน เลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ เกิดกรดแลคติกสะสม ทำให้เกิดการปวดตึงเรื้อรัง
  4. ความเครียด (Stress) : ความเครียดทำให้ร่างกายเกร็งโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะบริเวณคอ บ่า ไหล่
  5. ปัญหาจากหมอนรองกระดูกหรือเส้นประสาทคอ (Cervical spine problem) : หากมีอาการปวดร้าวลงแขน ชา หรืออ่อนแรงร่วมด้วย อาจเกิดจากเส้นประสาทถูกกดทับ

มุมมองของแพทย์แผนจีนต่ออาการปวดหลัง–คอ–บ่า–ไหล่

ในมุมของของแพทย์แผนจีนกลุ่มอาการปวดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่

  1. การติดขัดทำให้เกิดอาการปวด (不通则痛 ) 
  • ปัจจัยก่อโรคจากภายนอก เช่น ลม ความเย็น ความชื้น 
  • การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ
  • ชี่และเลือดติดขัด
  1. การบำรุงที่ไม่เพียงพอทำให้เกิดอาการปวด (不荣则痛)
  • ชี่และเลือดพร่อง เลี้ยงและบำรุงกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นได้ไม่เพียงพอ
  • ม้ามและกระเพาะอาการพร่อง เกิดการสร้างชี่และเลือดน้อยเกินไป
  • ร่างกายอ่อนเพลียแต่กำเนิด
  • ร่างการอ่อนเพลียจากการทำงานหนัก 
  • ผู้สูงอายุ
รักษาอาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ด้วยการฝังเข็ม ช่วยในการคลายกล้ามเนื้อและปมพังผืดของกล้ามเนื้อ (Trigger point = จุดกดเจ็บไก) ตั้งแต่กล้ามเนื้อมัดตื้น มัดกลาง ไปจนถึงมัดลึก หากทำร่วมกับการหนีบเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าบริเวณปลายเข็ม จะช่วยให้กล้ามเนื้อทั้งแนวมัดนั้นเกิดการคลายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและยังช่วยบรรเทาอาการปวดได้ไวขึ้นอีกด้วย

วิธีรักษาอาการปวดหลัง–คอ–บ่า–ไหล่ ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน

  1. การฝังเข็ม : ช่วยในการคลายกล้ามเนื้อและปมพังผืดของกล้ามเนื้อ (Trigger point = จุดกดเจ็บไก) ตั้งแต่กล้ามเนื้อมัดตื้น มัดกลาง ไปจนถึงมัดลึก หากทำร่วมกับการหนีบเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าบริเวณปลายเข็ม จะช่วยให้กล้ามเนื้อทั้งแนวมัดนั้นเกิดการคลายตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและยังช่วยบรรเทาอาการปวดได้ไวขึ้นอีกด้วย 
  2. ครอบแก้ว : การครอบแก้วจะช่วยดึงยืดเนื้อเยื่อเกี่ยวพันชั้น Fascia  กล้ามเเนื้อชั้นตื้นไปจนถึงชั้นกลาง และยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อบริเวณนั้นๆได้ดียิ่งขึ้น 
  3. นวดทุยหนา 
  • การคลายกล้ามเนื้อ (放松) : แพทย์จะใช้หัตถการท่านวดที่มีน้ำหนักเบาเพื่อเป็นการตรวจสภาพร่างกายของผู้ป่วยเบื้องต้นและคลายกล้ามเนื้อ จะเป็นการเตรียมความพร้อมของกล้ามเนื้อก่อนที่จะรับหัตถการที่มีน้ำหนักที่มากขึ้นในขั้นตอนต่อไปเพื่อป้องกันการบาดเจ็บซ้ำ
  • การระงับอาการปวด (止痛) : แพทย์จะใช้หัตถการท่านวดที่มีน้ำหนักที่มากขึ้นในการคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งตัวผู้ป่วย นอกจากนี้ยังมีการกดจุด (acupressure) ใช้ข้อศอกหรืออุปกรณ์ กดลงบนจุดตำแหน่งเดียวกับที่ใช้ในการฝังเข็มเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด ระงับอาการปวด 
  • การเคลื่อนไหวข้อต่อ (滑利关节) : โดยทำอย่างเหมาะสมจะสามารถลดอาการปวด เพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของข้อต่อต่างๆและปรับโครงสร้างให้เข้าที่
  • การผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังการรักษา (结束) : การผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังการรักษา แพทย์ผู้ทำหัตถการจะใช้ท่านวด เช่น การคลึง การทุบ การตบ เป็นต้น ด้วยน้ำหนักที่เบาเพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายหลังจากการรักษา เป็นการสิ้นสุดขั้นตอนการนวดทุยหนา

การดูแลตัวเองหลังรับการรักษา

  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • งดออกกำลังกายหรือใช้กล้ามเนื้อหนักๆ ทันทีหลังการรักษาหรือตามคำแนะนำของแพทย์
  • ดื่มน้ำอุณหภูมิปกติมากๆ
  • หากมีรอยช้ำหรือจุดเลือดออกใต้ผิว สามารถประคบเย็น ภายใน 24 ชั่วโมงหลังการรักษา และหลังจากนั้นให้ประคบอุ่น จะช่วยให้รอยหายไวยิ่งขึ้น
  • ทำตามคำแนะนำของแพทย์แผนจีนผู้ทำการรักษา
วิธีรักษาอาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนทำได้หลายวิธี เช่น การฝังเข็ม ครอบแก้ว นวดทุยหนา เป็นต้น เป็นวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการปวดได้ไวขึ้นอีกด้วย

ทำไมควรรักษาอาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ ที่ “ปิยชาติคลินิก”

กลุ่มอาการปวดคอ บ่า ไหล่ เป็นอาการที่พบได้บ่อยและดูไม่รุนแรง  แต่หากปล่อยไว้นานหรือทำการรักษาไม่ถูกวิธี อาจก่อให้เกิดการอักเสบหรือกลุ่มอาการเรื้อรังตามมาได้  ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและจิตใจในระยะยาว ที่ปิยชาติคลิกนิก คุณหมอทุกท่านเป็นแพทย์แผนจีนผู้ได้รับใบอนุญาต ในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและปลอดภัย  มีการวินิจฉัยที่แม่นยำ รักษาอย่างตรงจุด สามารถให้คำแนะนำในการักษาและดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง เราทำการรักษาทั้งอาการทางกายและอาการทางใจของผู้ป่วย โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ลดการใช้ยาด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่มีการใช้สารเคมี

ปิยชาติคลินิก ฝังเข็ม ครอบแก้ว ยาจีน พร้อมให้บริการฝังเข็มโดยแพทย์จีนผู้มีประสบการณ์ ดำเนินกิจการมากกว่า 10 ปี ควบคุมและดูแลคุณภาพการตรวจรักษาของในทีมแพทย์จีนโดย แพทย์จีนปิยชาติ อัศววิโรจน์ ภายใต้มาตรฐานการรักษาที่คุณสามารถไว้วางใจได้

มีสาขาครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีสาขาที่คุณสามารถเข้ารับการรักษาได้ดังนี้

1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร

2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร

3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี 

4.สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่

การฝังเข็มรักษาอาการปวดหลัง คอ บ่า ไหล่ได้หรือไม่?

สามารถทำได้ และมีประสิทธิภาพ เห็นผลการรักษาดีมาก เนื่องจากการฝังเข็มจะสามารถสะกิดเพื่อคลายปมกล้ามเนื้อพังผืด (Trigger point) เทคนิคฝังเข็มแห้ง (Dry Needling) ตั้งแต่กล้ามเนื้อชั้นตื้นไปจนถึงกล้ามเนื้อชั้นลึก และเข็มฝังเข็มมีหลายไซส์และมีขนาดที่บางมากๆ สามารถปรับใช้ตามตำแหน่งของร่างกายได้โดยไม่ทำให้เกิดอันตราย หากทำการรักษาภายใต้การดูแลของแพทย์แผนจีน ผู้ได้รับใบอนุญาตและมีประสบการณ์ ในสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและปลอดภัย

ต้องรักษากี่ครั้งจึงจะเห็นผล?

อาการปวดจะค่อยๆบรรเทาลงตั้งแต่การรักษาครั้งแรก จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ระยะเวลาที่เป็น การตอบสนองของร่างกายและการใช้งาน หลังทำการรักษาครั้งแรกกล้ามเนื้ออาจจะกลับมาเกร็งตัวซ้ำได้ไวจากการใช้งานและการคลายตัวที่ยังไม่เต็มที่ของกล้ามเนื้อ จึงแนะนำทำการติดตามอาการและรักษาอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ประมาณ 3 – 5 ครั้ง หรือตามการประเมินของแพทย์แผนจีนผู้ทำการรักษา

การฝังเข็มมีผลข้างเคียงหรือไม่?

– อาจมีรู้สึกระบมกล้ามเนื้อหรืออ่อนเพลีย หลังการรักษา1- 2วัน   หากดื่มน้ำเยอะๆและพักผ่อนอย่างเพียงพอ อาการจะค่อยๆบรรเทาลง
– หลังการรักษา อาจรู้สึกเวียนหัวจากการนอนคว่ำ หากนั่งพักอาการจะค่อยๆบรรเทาลง หรือหากเวียนหัวมาก สามารถดื่มน้ำหวานหรือลูกอม จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้
– หากมีรอยช้ำหรือจุดเลือดออกใต้ผิว สามารถประคบเย็น ภายใน24ชั่วโมงหลังการรักษา และหลังจากนั้นให้ประคบอุ่น จะช่วยให้รอยหายไวยิ่งขึ้น

การฝังเข็มสามารถรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่ที่เกิดจากหมอนรองกระดูกคอเสื่อมได้หรือไม่?

การฝังเข็มไม่สามารถแก้ไขความเสื่อมของร่างกายได้ แต่ช่วยชะลอความเสื่อมของกระดูกคอและบรรเทาอาการที่เกิดจากความเสื่อมของกระดูกคอได้

อีกทั้งยังสามารถช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อที่อยู่ระหว่างข้อมัดเล็กๆแข็งแรงขึ้นได้ จากการกระตุ้นไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เมื่อกล้ามเนื้อมัดเล็กๆเหล่านี้แข็งแรงขึ้น เปรียบเสมือนแม่แรงที่ช่วยยกกระดูกต้นคอแต่ละข้อให้ห่างออกจากกันได้ ช่วยให้โพรงประสาทระหว่างข้อ มีขนาดกว้างขึ้น ลดการกดทับรากประสาทได้

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเข้ารับการฝังเข็มรักษาอาการปวดคอบ่าไหล่?

– พักผ่อนให้เพียงพอ 7-8 ชั่วโมง
– ทานยาโรคประจำตัวตามปกติ
– ทานอาการก่อนมาทำการรักษาประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยไม่อิ่มเกิน
– สวมเสื้อผ้าสบายๆ ไม่รัดแน่นเกิน
– งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนทำการรักษา 24 ชั่วโมง
– แจ้งโรคประจำตัว การตั้งครรภ์ หรือยาที่ทานให้แพทย์ผู้ทำการรักษาทราบ
– ปิดเครื่องมือสื่อสารระหว่างการรักษา

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

Reference

อรรจนี มหรรฆานุเคราะห์.(2558).อาการวิทยาทางอายุรศาสตร์ .พิมพ์ครั้งที่3.ขอนแก่น .ภาควิชาอายุรศาสตร์  คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.