กัวซา คืออะไร ดีจริงไหม? วิธีทำ ประโยชน์ และการตรวจโรคด้วยกัวซา

กัวซา คืออะไร ดีจริงไหม? วิธีทำ ประโยชน์ และการตรวจโรคด้วยกัวซา

เคยเห็นคนถูกขูดผิวจนมีรอยแดง ๆ แล้วเรียกว่า “กัวซา” ไหมครับ? หลายคนอาจสงสัยว่ามันคืออะไรกันแน่ เจ็บหรือเปล่า แล้วทำไปเพื่ออะไร จริง ๆ แล้วกัวซาเป็นวิธีดูแลสุขภาพแบบธรรมชาติที่สืบทอดมาจากศาสตร์ แพทย์แผนจีน มานานหลายร้อยปี

กัวซาจะใช้เครื่องมือเรียบ ๆ มาขูดตามผิวหนัง เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ขับของเสีย ลดความเมื่อยล้า และยังสามารถใช้เป็นวิธีช่วย “ตรวจโรค” ได้ด้วยจากลักษณะรอยที่ปรากฏบนผิว ซึ่งถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของการบำบัดแบบนี้เลยครับ

บทความนี้จะเล่าให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า กัวซาคืออะไร ดีจริงไหม มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร และแตกต่างจากการนวดทั่วไปตรงไหน เพื่อให้คุณได้รู้จักกัวซามากขึ้น และตัดสินใจได้ว่าการบำบัดแบบนี้เหมาะกับร่างกายของคุณหรือไม่ครับ

กัวซาคืออะไร

กัวซา (Gua Sha) เป็นวิธีรักษาตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่มีประวัติยาวนานกว่า 2,000 ปี โดยเป็นการใช้เครื่องมือเฉพาะ เช่น แผ่นหยก เขาสัตว์ ทำการ “ขูด (Gua) หรือ กดนวด” ลงบนผิวหนังอย่างมีทิศทาง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและพลังชีวิต (ชี่ – Qi) ตามหลักการแพทย์แผนจีน การขูดผิวดังกล่าวจะทำให้เกิดรอยแดงเล็กน้อยหรือจุดเลือดออกใต้ผิวหนังขนาดเล็ก (เรียกว่า “ซา” – Sha) ซึ่งทำให้การไหลเวียนเลือดบริเวณผิวหนังดีขึ้น พร้อมทั้งช่วยสลายสารพิษหรือของเสียที่คั่งค้างอยู่ในเนื้อเยื่อ การไหลเวียนที่ดีขึ้นนี้มีส่วนช่วยลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปยังเนื้อเยื่อได้มากขึ้น กระตุ้นการระบายน้ำเหลือง ลดกระบวนการอักเสบ กัวซาจึงถูกนำมาใช้เพื่อช่วย “ปลดล็อก” และฟื้นฟูสมดุลการไหลเวียนของพลังงานและเลือด

แม้ในไทยจะเพิ่งเริ่มเป็นที่รู้จัก แต่ในจีนกัวซาใช้กันมายาวนาน ทั้งเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยและด้านความงาม โดยเฉพาะการทำกัวซาใบหน้าและศีรษะ ที่เชื่อว่าช่วยให้ผิวกระชับ เรียบเนียน อ่อนเยาว์ และยังช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดได้อีกด้วย

การทำกัวซาใบหน้า ไม่ได้ช่วยแค่สุขภาพ แต่ยังได้รับความนิยมด้านความงาม เพราะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง ทำให้ผิวดูสุขภาพดี อ่อนเยาว์

ประโยชน์ของกัวซา

การทำกัวซาใบหน้า (Facial Gua Sha) ไม่ได้ช่วยแค่สุขภาพ แต่ยังได้รับความนิยมด้านความงาม เพราะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและระบบน้ำเหลือง ทำให้ผิวดูสุขภาพดี อ่อนเยาว์ และสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ

กัวซาลดบวม

การทำกัวซาบริเวณใบหน้าช่วยกระตุ้นการระบายน้ำเหลือง ลดการคั่งของของเหลวใต้ผิวหนัง เทคนิคนี้ช่วยขจัดของเหลวส่วนเกินและสารพิษที่สะสมในใบหน้า ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการบวม โดยเฉพาะใต้ตาและแก้ม ทำให้ใบหน้าดูสดชื่นขึ้น

กัวซากระชับกรอบหน้า

แรงกดและการขูดเบา ๆ ตามแนวกล้ามเนื้อใบหน้า ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และช่วยปรับกรอบหน้าให้ชัดขึ้น

กัวซาลดริ้วรอย

การไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้นทำให้เซลล์ผิวได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น กระตุ้นการทำงานของไฟโบรบลาสต์ (Fibroblasts) ซึ่งเป็นเซลล์สำคัญที่ทำหน้าที่สร้าง คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ช่วยในการซ่อมแซมผิวและช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ รวมถึงป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่

กัวซาหน้าใส

กัวซาช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าและกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ทำให้หลอดเลือดฝอย บริเวณผิวหนังขยายตัว ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดในระดับจุลภาค (Microcirculation) ทำให้ผิวดูสว่างกระจ่างใส สีผิวสม่ำเสมอ และมีความเปล่งปลั่งจากภายใน

กัวซาคลายเครียด คลายกล้ามเนื้อ

คลายความตึงของกล้ามเนื้อใบหน้า ที่เกิดจากการแสดงสีหน้าซ้ำ ๆ ในชีวิตประจำวัน การทำกัวซา ไม่ได้จำกัดเพียงการคลายกล้ามเนื้อบนหนังศีรษะเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงบริเวณคอและไหล่ ซึ่งเป็นจุดที่มักเกิดความปวดตึงบ่อย การนวดและขูดเบา ๆ ช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และกระตุ้นการทำงานของ ระบบประสาท ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย บรรเทาอาการปวดศีรษะ ลดความตึงเครียดจากการใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้ใบหน้าดูผ่อนคลาย สดชื่น

ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ กัวซาใบหน้าจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกการดูแลผิวและสุขภาพแบบธรรมชาติ ที่ช่วยทั้งด้านความงามและการผ่อนคลายไปพร้อมกัน

กัวซา บอกโรคได้จริงหรือ?

กัวซาบอกโรคได้จริงหรือ? เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย จริงๆ แล้วการกัวซาไม่สามารถบอกโรคได้อย่างแท้จริงและยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันมองว่ารอยกัวซาเป็นเพียงรอยจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวแตกจากแรงกดและเสียดสีเท่านั้น แต่ในทางการแพทย์แผนจีนสีของรอยกัวซาสามารถใช้ประกอบในการวินิจฉัยแยกแยะกลุ่มโรค ใช้วิเคราะห์การไหลเวียนของชี่และเลือดตามตำแหน่งต่างๆของร่างกาย ,ความร้อน-ความเย็น หรือความไม่สมดุลภายในร่างกายได้

วิธีทำกัวซา

การทำกัวซาที่ได้ผลและปลอดภัย ควรดำเนินการโดย แพทย์แผนจีน หรือผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมด้านกัวซาอย่างถูกต้อง เนื่องจากจะสามารถประเมินสภาพผิวและสุขภาพของผู้รับการบำบัดได้อย่างตรงจุด พร้อมเลือกเทคนิคและแรงกดที่เหมาะสมในขั้นตอนการทำดังต่อไปนี้

  1. กัวซาหน้า แพทย์แผนจีนมักใช้การกดจุดตาม จุดฝังเข็มบนใบหน้า ควบคู่กับการคลายกล้ามเนื้อและกระตุ้นการระบายน้ำเหลือง (Lymphatic Drainage) เพื่อช่วยลดอาการบวมและเพิ่มการไหลเวียนเลือด
  2. ทิศทางการขูดที่ถูกต้อง ควรทำตามแนวกล้ามเนื้อและทิศทางการไหลของน้ำเหลือง เริ่มจากบริเวณกลางใบหน้าออกไปด้านข้าง และจากล่างขึ้นบน เพื่อลดแรงโน้มถ่วงที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อย
  3. ระยะเวลาในการทำ กัวซาหน้าใช้เวลาประมาณ 15–20 นาทีต่อครั้ง และสามารถทำได้ทุกวันหรืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์อย่างต่อเนื่อง
    การทำตามขั้นตอนและเทคนิคที่ถูกต้องไม่เพียงช่วยให้ได้ประโยชน์สูงสุดจากกัวซา แต่ยังช่วยป้องกันการระคายเคืองหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นกับผิว
การทำกัวซาที่ได้ผลและปลอดภัย ควรดำเนินการโดย แพทย์แผนจีน หรือผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมด้านกัวซาอย่างถูกต้อง

สีผิวบริเวณที่ทำกัวซาบอกอะไร และกี่วันถึงหาย?

สีผิวบริเวณที่ทำกัวซา จะบ่งบอกถึงการไหลเวียนของชี่และเลือด ภายในร่างกาย รวมไปถึงความร้อนและความเย็นที่ไม่สมดุลภายในร่างกายได้อีกด้วย สีของรอยกวาซา จะมีความคล้ายคลึงกับสีของรอยครอบแก้ว โดยมีลักษณะ ดังนี้

  1. สีชมพูอ่อน : ร่างกายแข็งแรง เลือดและลมปราณ ไหลเวียนปกติ ถือว่าสุขภาพดี
  2. สีแดงสด : การไหลเวียนเลือดดี แต่มีความร้อนภายในร่างกาย ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว
  3. สีแดงเข้มหรือม่วงคล้ำ : แสดงถึงการไหลเวียนเลือดติดขัด หรือมีการอุดตันเล็กน้อย อาจเกิดจากความเครียดหรือการทำงานหนัก มักบ่งบอกถึงอาการปวดเรื้อรัง
  4. สีม่วงดำ : การไหลเวียนเลือดไม่ดีเรื้อรัง หรือมีความเย็นสะสมในร่างกาย มักบ่งปวดถึงเลือดคั่ง แสดงอาการปวดมาก ปวดเรื้อรัง ชอบปวดตอนกลางคืน
  5. สีซีดหรือไม่มีสีชัดเจน :บริเวณนั้นเลือดไหลเวียนช้า หรือพลังงานร่างกายต่ำ ควรพักผ่อนและบำรุงดูแลสุขภาพ

รอยจากการกวาซาจะเป็นปื้นหรือเป็นแถบตามแนวการขูด ไม่มีผิวนูนจากแรงดูดเหมือนการครอบแก้ว โดยหลังทำกัวซาจะทิ้งรอยประมาณ 3-7 วัน หากเป็นการกวาซาหน้า จะไม่ทิ้งรอยบนผิวหน้า แต่จะเห็นเป็นผิวอมชมพูระเรื่อประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง

ผลข้างเคียงของการทำกัวซา

  • รอยช้ำ/รอยแดง (Sha marks) เกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ผิวแตก มักอยู่ 3–7 วัน แล้วค่อยจางลง
  • ปวดตึง/ระบมเล็กน้อย โดยเฉพาะช่วง 1–2 วันแรกหลังทำ
  • ผิวหนังระคายเคืองหรือร้อนผ่าว จากแรงเสียดสีหรือใช้น้ำมันไม่เหมาะกับผิว
  • ผิวหนังแตกหรือถลอก หากขูดแรงเกินไป หรือใช้เครื่องมือไม่สะอาด
  • ติดเชื้อที่ผิวหนัง ถ้าผิวมีบาดแผล หรือไม่ได้ทำความสะอาดอุปกรณ์

กัวซาเหมาะกับทุกคนหรือไม่?

การกัวซาไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน ก่อนทำการรักษาควรปรึกษาแพทย์ทุกครั้ง โดยกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่

  • คนที่มีโรคเลือดออกง่าย (เช่น ฮีโมฟีเลีย หรือใช้ยาละลายลิ่มเลือด)
  • คนที่มีรอยฟกช้ำหรือแผลเปิด
  • หญิงตั้งครรภ์ (บางจุดห้ามขูด เช่น ท้องและหลังล่าง)
  • ผู้ที่มีโรคผิวหนังติดเชื้อหรือแพ้ง่าย

กัวซาเจ็บไหม?

ถ้าถามว่ากัวซาเจ็บไหม? อาจจะมีรู้สึกเจ็บได้บางตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่มีอาการปวดหรืออักเสบอยู่ แต่จะเป็นความเจ็บหรือระบมในระดับที่ทนได้ ในการกัวซาใบหน้าจะไม่เจ็บ จะเห็นเป็นผิวแดงระเรื่อๆจากการกระตุ้นการไหลเวียนเลือดเท่านั้น

กัวซาอันตรายไหม?

การทำกัวซาไม่อันตรายค่ะ แต่ควรทำอย่างถูกวิธีโดยแพทย์แผนจีนที่ได้รับใบประกอบอย่างถูกต้อง หากทำไม่ถูกต้องและเหมาะสมหรือทำในสถานที่ที่ไม่ได้รับการดูแลความสะอาดอย่างเพียงพอ อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้

ทำกัวซาที่ปิยชาติคลินิก

สนใจดูแลสุขภาพและความงามด้วยกัวซา มาสัมผัสประสบการณ์กัวซาบำบัดแบบองค์รวมที่ผสานศาสตร์แพทย์แผนจีนและเทคนิคกัวซาอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์ที่คุณสัมผัสได้ตั้งแต่ครั้งแรก เลือกดูแลตัวเองกับแพทย์จีนผู้เชี่ยวชาญที่ปิยชาติคลินิก เพื่อผิวพรรณที่กระจ่างใส ร่างกายที่สมดุล และสุขภาพที่แข็งแรงในระยะยาว

ปิยชาติคลินิก พร้อมให้บริการกัวซาโดยแพทย์จีนผู้มีประสบการณ์ ดำเนินกิจการมากกว่า 10 ปี ควบคุมและดูแลคุณภาพการตรวจรักษาของแพทย์จีนในทีมโดย แพทย์จีนปิยชาติ อัศววิโรจน์ ภายใต้มาตรฐานการรักษาที่คุณสามารถไว้วางใจได้
มีสาขาครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีสาขาที่คุณสามารถเข้ารับการรักษาได้ดังนี้

  1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร
  2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร
  3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี
  4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”