การฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า (Electroacupuncture) ถือกำเนิดในประเทศจีน ในช่วงปี ค.ศ. 1800 – 1900 และมีการพัฒนาต่อยอดเทคนิคต่างๆ จนเป็นที่แพร่และถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการฝังเข็ม ได้รับความนิยมอย่างมากในฝั่งตะวันตก ยุโรป และ อเมริกา
ปัจจุบันเทคนิคการฝังเข็มร่วมกับกระตุ้นไฟฟ้า ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในวงการแพทย์แผนจีนและการแพทย์สมัยใหม่ทั่วโลก เนื่องจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา เช่น การบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหลอดเลือดสมอง ฟื้นฟูระบบประสาทและสมอง ส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีงานวิจัยรองรับมากมาย ทำให้การฝังเข็มกระตุ้นด้วยไฟฟ้ากลายเป็นหนึ่งในวิธีการบำบัดที่ได้รับความนิยมในการบำบัดรักษาโรค
ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าคืออะไร?
การฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า คือ การฝังเข็มลงบนจุดฝังเข็มบนร่างกาย หรือ การฝังเข็มลงบนกล้ามเนื้อนอกจุดฝังเข็มปกติ ร่วมกับการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า ร่วมในการรักษา โดยจะติดขั้วไฟฟ้าที่ด้ามเข็มเป็นคู่ขั้วไฟฟ้า ขั้วบวกและขั้วลบ จากนั้นกระบวนการรักษาจะปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ เข้าไปยังเข็มฝังเข็ม กระแสไฟฟ้าจะวิ่งจากขั้วบวกไปยังขั้วลบ ผ่านเนื้อเยื่อของร่างกายที่เข็มปักอยู่ ผลของการกระตุ้นไฟฟ้า จะให้ผลกับเนื้อเยื่อดังต่อไปนี้
- กล้ามเนื้อ : ช่วยคลายกล้ามเนื้อ ลดปวดเกร็ง ลดการอักเสบ ส่งเสริมกำลังกระตุ้น Motor Unit ของกล้ามเนื้อ เพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหวของข้อต่อ
- เส้นเอ็น : กระตุ้นการไหลเวียนเลือดเพื่อลดปวด และ ฟื้นฟูการบาดเจ็บของเส้นเอ็นที่อักเสบ
- เส้นประสาท : ลดกระแสประสาทสั่งการกล้ามเนื้อลาย ลดความตึงของกล้ามเนื้อ ปรับลดระดับการถูกกระตุ้นความเจ็บปวดให้กลับมาเป็นปกติในกรณีที่มีความผิดปกติของการรับรู้ความเจ็บปวดไวกว่าปกติ (Neuropathic Pain)
- สมอง : การฝังเข็มศีรษะร่วมกับการกระตุ้นไฟฟ้าพร้อมคลื่นไฟฟ้าความถี่สูงช่วยเพิ่มกิจกรรมทางระบบประสาทในสมอง กระตุ้นเซลล์ประสาทให้เกิดการงอก และ สร้างเซลล์ประสาทใหม่ ช่วยฟื้นฟูความผิดปกติของโรคสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคสมองเสื่อม ที่มีอาการ อ่อนแรงแขนขา ชาแขนขา ความผิดปกติของการกลืน การพูด การกลืน การทรงตัว การเคลื่อนไหว ความจำ รวมถึงช่วยชะลอการดำเนินของโรคได้เช่น โรคพาร์กินสัน
ตัวแปรที่ปรับได้สำคัญคือ ความถี่ (Frequency) / รูปแบบคลื่น (Waveform) / ความแรงกระแส (Intensity) ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทและสรีรวิทยาของร่างกายแตกต่างกัน
| รูปแบบความถี่ | ช่วงที่ใช้โดยทั่วไป | กลไกเด่น | เหมาะกับอาการ |
| ความถี่ต่ำ (1–10 Hz) | 2–4 Hz พบมาก | กระตุ้นการหลั่ง Endorphin, Enkephalin (ระบบโอปิออยด์ภายในร่างกาย) | ปวดเรื้อรัง, ปวดจากระบบประสาทถูกกดทับ, ปวดกล้ามเนื้อลึก |
| ความถี่ปานกลาง (10–50 Hz) | 20–30 Hz ใช้ในคลายกล้ามเนื้อ | กระตุ้น Serotonin / Noradrenaline pathways, เพิ่มการไหลเวียนเลือด | ปวดกล้ามเนื้อเฉียบพลัน, Office syndrome, อักเสบเบา |
| ความถี่สูง (50–120 Hz หรือมากกว่านั้น) | 80–100 Hz พบบ่อย | ยับยั้งสัญญาณปวดระดับไขสันหลัง (Gate control theory) | ปวดเฉียบพลันรุนแรง, อาการปวดจากเส้นประสาทเฉียบพลัน เช่น ปวดหลังร้าวลงขา |
| ความถี่สลับ (Dense-Disperse 2/100 Hz) | 2/100 Hz คลาสสิก | กระตุ้นทั้ง endorphin และ dynorphin ลดดื้อยา/ดื้อคลื่น | ผู้ป่วยปวดดื้อการรักษา, ปวดระบบประสาทซับซ้อน |
| Burst mode / Intermittent | คาบพักเป็นช่วง | คล้าย low Hz แต่ลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ | ใช้ได้นานขึ้นในกล้ามเนื้อที่ไวต่อ stimulation |

ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าช่วยรักษาอะไรได้บ้าง?
- ลดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง เช่น ออฟฟิศซินโดรม ปวดตึงคอบ่า ปวดหลัง ไหล่ติด
- โรคหลอดเลือดสมอง กล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต
- ลดอาการปวดชาจากเส้นประสาทถูกกดทับ เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท , กล้ามเนื้อสะโพกหนีบเส้นประสาท (Piriformis Syndrome) , พังผืดกดทับเส้นประสาทบริเวณข้อมือ (Carpa;tunel Syndrome)
- การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย เจ็บกล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ
- การกระชับสัดส่วน กระตุ้นระบบเผาผลาญ
ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า เหมาะกับใคร?
1. กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ ข้อต่อและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Musculoskeletal and connective tissue disorders) เช่น กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome), ปวดคอ (Neck pain), ปวดศีรษะ (Tension headache) ,ปวดหลัง (Back pain), ปวดเข่า (Knee Pain), ไหล่ติด (Frozen Shoulder), นิ้วล็อค(Trigger Finger), กลุ่มอาการบาดเจ็บจากกีฬา (Sport Injury)
2. โรคทางระบบประสาท (Neurological) เช่น กลุ่มอาการชามือ-เท้า (Numbness) ,กล้ามเนื้ออ่อนแรง อัมพฤกษ์ อัมพาต (Stroke), กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงครึ่งซีก (Bell’s palsy),อัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease)
3.ภาวะน้ำหนักเกิน (Obesity)
ข้อควรระวังก่อนทำการรักษาด้วย การฝังเข็มและกระตุ้นไฟฟ้า
การฝังเข็มจะเป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัย แต่ก็มี ข้อห้าม และ ข้อควรระวัง ที่ควรทราบก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด
- อยู่ในภาวะมึนเมา
การฝังเข็มในขณะมึนเมาจากสุราหรือสารเสพติด ไม่สามารถทำได้เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอันตรายได้
- ผู้ป่วยที่มีหัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
โดยเฉพาะกรณีการฝังเข็มร่วมกับกระตุ้นด้วยไฟฟ้า(Electroacupuncture) ควรหลีกเลี่ยงเพื่อป้องกันการรบกวนการทำงานของเครื่องกระตุ้นหัวใจ
- ผู้มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือดผิดปกติ (Coagulopathy)
เช่น โรคฮีโมฟีเลีย หรือผู้ป่วยที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด มีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกหรือฟกช้ำมากกว่าปกติ
4. ผู้ป่วยที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาฟารีน(warfarin), แอสไพริน(Aspirin), โคฟิโดเกล(clopidogrel) ต้องแจ้งแพทย์ผู้ทำการรักษาก่อนเข้ารับการฝังเข็ม
5.โรคผิวหนังติดเชื้อหรือมีแผลเปิด
ควรหลีกเลี่ยงการฝังเข็มในบริเวณที่มีการติดเชื้อหรือเป็นแผลเรื้อรัง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรค
6. สตรีตั้งครรภ์
ควรหลีกเลี่ยงการฝังเข็มบริเวณหน้าท้องและเอว–ก้นกบ รวมถึงจุดที่อาจกระตุ้นการคลอดก่อนกำหนดหรือแท้ง
7. เนื้องอกหรือบริเวณที่เป็นแผลเรื้อรัง/แผลเปื่อย
หลีกเลี่ยงการฝังเข็มโดยตรงในจุดเหล่านี้เพื่อลดความเสี่ยงต่อการกระจายของเซลล์ที่ผิดปกติและการติดเชื้อ

การเตรียมตัวก่อนทำการรักษาด้วย การฝังเข็มและกระตุ้นไฟฟ้า
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการฝังเข็มเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากอาการไม่พึงประสงค์ และทำให้ร่างกายตอบสนองต่อการรักษาได้ดียิ่งขึ้น
1. รับประทานอาหารล่วงหน้า 1–2 ชั่วโมง
หากเข้ารับการฝังเข็มในขณะที่ท้องว่างหรือรู้สึกสิว อาจทำให้เสี่ยงต่อการเวียนศีรษะได้ ในขณะเดียวกันหากอิ่มเกินไปเลือดจะถูกดึงไปช่วยย่อยอาหารทำให้ร่างกายตอบสนองต่อฝังเข็มได้ลดลง
2. ตรวจวัดสัญญาณชีพก่อนการฝังเข็ม
การตรวจวัดความดันโลหิต และชีพจร ก่อนรับการรักษาช่วยประเมินสภาพร่างกาย เพื่อลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิตระหว่างการรักษา ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ หรือ หน้ามืดได้
3. พักผ่อนให้เพียงพอ 6–8 ชั่วโมงก่อนการฝังเข็ม
การนอนหลับให้เพียงพอช่วยปรับสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic nervous system) และช่วยให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อการฝังเข็มได้ดียิ่งขึ้น
4. เลือกเสื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ไม่รัดแน่น
เสื้อผ้าที่หลวม สวมใส่สบายช่วยให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย เลือดไหลเวียนสะดวก ลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ และเอื้อต่อการเข้าถึงจุดฝังเข็มโดยไม่รบกวนการรักษา
5. ปิดเครื่องมือสื่อสารระหว่างการรักษา
เสียงรบกวนและการใช้โทรศัพท์จะทำให้ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic nervous system) ถูกกระตุ้น ซึ่งอาจเป็นการรบกวน ทำให้ไม่เกิดความผ่อนคลายและลดประสิทธิภาพของการฝังเข็มที่มุ่งเน้นการปรับสมดุลร่างกาย
การดูแลตนเองหลังทำการรักษาด้วยการฝังเข็มและกระตุ้นไฟฟ้า
1.ควรพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายมีเวลาฟื้นฟูและตอบสนองต่อการกระตุ้นจากการฝังเข็มได้อย่างเต็มที่
2.ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิปกติ
เพื่อช่วยการไหลเวียนของเลือด และการฟื้นฟูของกล้ามเนื้อ
3.หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักทันที
4.ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปตามแผนการรักษาและป้องกันอาการข้างเคียง
5.หากมีรอยช้ำหรือจุดเลือดออกใต้ผิว ให้ประคบเย็นทันที ภายใน24ชั่วโมงแรกหลังมีอาการ หลังจากนั้นให้ประคบอุ่นเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและช่วยให้รอยหายไวขึ้น
6.หากมีอาการระบมเยอะหรือรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัว มีไข้ สามารถทานยาแก้ปวด ลดไข้ได้ค่ะ
7.ยืดกล้ามเนื้อช้าๆ งดบิด ดัด สลัดข้อต่อแรงๆ

ทำไมควรฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า ที่ “ปิยชาติคลินิก”
การฝังเข็มกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ไม่เพียงแค่ช่วยให้กล้ามเนื้อเกิดการคลายตัว แต่ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อได้อีกด้วย ที่ปิยชาติคลินิกของเรา คุณหมอทุกท่านเข้าใจและให้ความสำคัญกับการดูแลรักษา ฟื้นฟูกล้ามเนื้อเป็นอย่างมาก เนื่องจากกล้ามเนื้อเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างค้ำจุนร่างกาย หากไม่ดูแลให้ดีตั้งแต่วันนี้ อาจส่งผลร้ายแรงในอนาคตได้
ปิยชาติคลินิก ฝังเข็ม ครอบแก้ว ยาจีน พร้อมให้บริการฝังเข็มโดยแพทย์จีนผู้มีประสบการณ์ ดำเนินกิจการมากกว่า 10 ปี ควบคุมและดูแลคุณภาพการตรวจรักษาของในทีมแพทย์จีนโดย แพทย์จีนปิยชาติ อัศววิโรจน์ ภายใต้มาตรฐานการรักษาที่คุณสามารถไว้วางใจได้
มีสาขาครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีสาขาที่คุณสามารถเข้ารับการรักษาได้ดังนี้
1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร
2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร
3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี
4.สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี
คำถามที่พบบ่อย
ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าเจ็บไหม?
ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
คนที่มีโรคประจำตัวสามารถฝังเข็มกระตุ้นด้วยไฟฟ้าได้ไหม?
ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าช่วยรักษาไมเกรนได้ไหม?
ฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้ารักษาออฟฟิศซินโดรมได้ไหม?
ฝังเข็มกระตุ้นด้วยไฟฟ้า อันตรายไหม?
“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

English
中文 (简体字)
Lastest Post
ฝังเข็ม
วิธีรักษาอาการปวดสะโพกร้าวลงขา ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก!
ฝังเข็ม
ปวดไหล่ตอนนอนจนสะดุ้งตื่น! รู้จักภาวะไหล่ติดกับการฝังเข็มทางเลือกรักษาที่ปิยชาติคลินิก
ฝังเข็ม
กล้ามเนื้ออักเสบ ฝังเข็มที่ไหนดี? ชี้เป้าคลินิกแพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก