เจาะลึก! ฝังเข็มช่วยสมรรถภาพทางเพศได้อย่างไร? ทำไมผู้ชายยุคใหม่ถึงนิยม

เจาะลึก! ฝังเข็มช่วยสมรรถภาพทางเพศได้อย่างไร? ทำไมผู้ชายยุคใหม่ถึงนิยม

​ในความสัมพันธ์ของชีวิตคู่ในหลายๆ คู่ใช้ความเข้าอกเข้าใจกันและความรักเป็นหลักในการประคองความสัมพันธ์ แต่ในหลายๆ คู่ไม่เพียงความรักและความเข้าใจกัน ยังมีความสัมพันธ์ทางเพศที่มีส่วนสำคัญในการประคองชีวิตรักให้ยืนยาว ซึ่งในปัจจุบันพบว่าปัจจัยที่มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้เกิดปัญหาต่อความสัมพันธ์ทางเพศ ก็คือ ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction; ED) 

​ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ คือ ภาวะที่อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้ หรือสามารถแข็งตัวได้ แต่คงความแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์อย่างพึงพอใจได้  ในส่วนใหญ่ภาวะดังกล่าวมักมีแนวโน้มการเกิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ แต่ในบางครั้งก็สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ในวัยรุ่นเช่นกัน ซึ่งมีปัจจัยการเกิดได้หลากหลาย อาทิเช่น โรคประจำตัว ประวัติการใช้ยาประจำ สมดุลฮอร์โมน ความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือแม้กระทั่งการพักผ่อนน้อย และความเหนื่อยล้าสะสม เป็นต้น ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพในเพศชายที่สำคัญ เนื่องจากจะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ของชีวิตคู่รักได้ อีกทั้งยังส่งผลต่อความมั่นใจของผู้ป่วย จนอาจเกิดเป็นปัญหาต่อสุขภาพจิตตามมาได้อีกด้วย

สำหรับคุณผู้ชายที่กำลังกังวลเรื่องสมรรถภาพทางเพศจนขาดความมั่นใจ หมอเข้าใจดีครับ บทความนี้หมอตั้งใจสรุปเคล็ดลับการ ‘ฝังเข็มช่วยสมรรถภาพทางเพศ‘ มาฝากกันแบบเข้าใจง่าย เพื่อให้คุณเข้าใจกลไกการดูแลตัวเองและคืนความฟิตกลับมาครับ

ทำความรู้จักปัญหา “สมรรถภาพทางเพศ” และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง

​ปกติแล้วกลไกการแข็งตัวของอวัยวะเพศในผู้ชาย คือ ต้องมีสิ่งเร้ากระตุ้นให้สมองหลั่งสารสื่อประสาท ไปกระตุ้นให้อวัยวะเพศหลั่งสารไนตริกออกไซด์ จากนั้นสารไนตริกออกไซด์จะกระตุ้นให้เส้นเลือดแดงในอวัยวะเพศขยาย ทำให้เลือดเข้าไปในเนื้อเยื่อของอวัยวะเพศได้ เมื่อเลือดเข้าไปในอวัยวะเพศ จะทำให้เนื้อเยื่ออวัยวะเพศขยายตัว และไปกดทับเส้นเลือดดำเข้ากับปลอกหุ้มอวัยวะเพศ ทำให้เลือดถูกกักเก็บในอวัยวะเพศได้ เกิดการแข็งตัวของอวัยวะเพศอย่างเต็มที่ตามมา

​โดยอุบัติการณ์ในการเกิดโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศพบมากขึ้นตามอายุ โดยพบว่าผู้ที่มีอายุ 60-70 ปี จะพบได้มากที่สุดโดยแบ่งสาเหตุการเกิดได้ดังนี้

​1.ปัญหาหลอดเลือด และการไหลเวียนของเลือดไม่ดี

สาเหตุ : โรคหลอดเลือดแข็ง ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ อาจทำให้หลอดเลือดแคบลงหรืออุดตัน

ผลกระทบ : ภาวะเหล่านี้ลดการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศ ทำให้ไม่สามารถแข็งตัวหรือรักษาการแข็งตัวได้เพียงพอสำหรับการมีเพศสัมพันธ์

​2.โรคเบาหวาน

สาเหตุ : โรคเบาหวานเรื้อรังจะทำลายหลอดเลือดและเส้นประสาท

ผลกระทบ : ความเสียหายของเส้นประสาท ขัดขวางการส่งสัญญาณจากสมองไปยังอวัยวะเพศ ในขณะที่การไหลเวียนเลือดที่ไม่ดีจากหลอดเลือดที่เสียหายก็ทำให้การแข็งตัวลดน้อยลง

​3.ความไม่สมดุลของฮอร์โมน

สาเหตุ : ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำ ปัญหาไทรอยด์ หรือความผิดปกติของฮอร์โมนอื่น ๆ

ผลกระทบ : ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมีความสำคัญต่อความต้องการทางเพศและการแข็งตัว หากเกิดความไม่สมดุลจะทำให้ความต้องการทางเพศลดลง

​4.ความผิดปกติของระบบประสาท

สาเหตุ : โรคพาร์กินสัน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง โรคหลอดเลือดสมอง หรือการบาดเจ็บของไขสันหลัง

ผลกระทบ : ภาวะเหล่านี้ขัดขวางการส่งสัญญาณระหว่างสมองและอวัยวะเพศ ทำให้การแข็งตัวเป็นเรื่องยาก

​5.การใช้ยาบางประเภท

สาเหตุ : ยาบางชนิด เช่น ยาต้านเศร้า ยาลดความดันโลหิต หรือเคมีบำบัด

ผลกระทบ : ยาเหล่านี้สามารถขัดขวางกลไกการแข็งตัวของร่างกายโดยส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือด การทำงานของเส้นประสาท หรือระดับฮอร์โมน

​6.สาเหตุทางจิตวิทยา

สาเหตุ : ความเครียด ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า หรือปัญหาความสัมพันธ์

ผลกระทบ : ปัจจัยทางจิตวิทยาสามารถกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอล ซึ่งยับยั้งการทำงานทางเพศ และอาจลดความต้องการทางเพศ หรือก่อให้เกิดความวิตกกังวลเรื่องสมรรถภาพ

​7.ปัจจัยทางพฤติกรรม

สาเหตุ : การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป โรคอ้วน และการขาดการออกกำลังกาย

ผลกระทบ : การสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์สามารถทำลายหลอดเลือดและเส้นประสาท ในขณะที่โรคอ้วนและการขาดการออกกำลังกายมีส่วนทำให้เกิดโรคเบาหวานและโรคหัวใจ ซึ่งส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะเพศ

​การรักษาในทางแพทย์แผนปัจจุบันจะให้รับประทานยาตามอาการในกลุ่มยับยั้งการทำงานของ phosphodiesterase-5 (PDE-5inhibitor) เช่น Viagra, Levitra, Cialis ซึ่งผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ยารับประทานไปตลอดที่มีอาการ อีกทั้งการใช้ยากลุ่มนี้มีข้อจำกัดและอาจส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายได้ นอกจากนี้ยังมีการรักษาอื่นๆเช่น การใช้กระบอกสุญญากาศ (Vacuum device) ,Shockwave, Platelet-rich plasma (PRP), Intracavenous injection (ICI), Testosterone therapy (TTh) หรือ การผ่าตัดใส่แกนอวัยวะเพศเทียมเข้าไปในอวัยวะเพศโดยตรง

ฝังเข็มช่วยสมรรถภาพทางเพศ เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่องค์การอนามัยโลก(WHO) ให้การรับรองว่า“การฝังเข็มสามารถรักษาโรคได้จริง”

ทำไมผู้ชายยุคใหม่ถึงนิยมการ “ฝังเข็มช่วยสมรรถภาพทางเพศ” มากกว่าการกินยา?

​ในปัจจุบันการแพทย์ทางเลือกได้เข้ามาเป็นตัวเลือกในการรักษาให้กับผู้ป่วยมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการแพทย์แผนจีนที่ใช้พื้นฐานทฤษฎีศาสตร์การแพทย์แผนจีนในการตรวจวินิจฉัยรักษาและป้องกันโรคต่างๆ ซึ่งวิธีการรักษาที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากทั่วโลกคือ การฝังเข็ม (Acupuncture) เป็นการใช้เข็มฝังลงตาม “จุดฝังเข็ม” ที่เรียงอยู่บนแนวเส้นลมปราณ (Meridian System) เพื่อปรับสมดุลกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณของร่างกาย ฝังเข็มช่วยสมรรถภาพทางเพศ เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีนที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้การรับรองว่า “การฝังเข็มสามารถรักษาโรคได้จริง”

และภาวะเสื่อมสมรรถภาพก็เป็นหนึ่งในโรคที่ WHO ให้การยอมรับว่าการฝังเข็มช่วยสมรรถภาพทางเพศ ให้ประสิทธิผลในการรักษาที่ดี ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบปัญหาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมากขึ้นการหาแนวทางเพื่อบรรเทาหรือรักษาภาวะนี้จะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตที่ดีขึ้น อีกทั้งการฝังเข็มยังเป็นวิธีที่ปลอดภัย ความเสี่ยงต่ำ และค่าใช้จ่ายในการรักษาไม่สูง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา ลดความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงจากการใช้ยา

ฝังเข็มช่วยสมรรถภาพทางเพศได้อย่างไร

​ในทางการแพทย์แผนจีน ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จัดอยู่ใน ภาวะหยางเว่ย (阳痿) ที่เกิดจากอินหยาง ลมปราณ เลือดพร่อง หรือตับติดขัด ความชื้นสะสมในร่างกาย และไตพร่อง การฝังเข็ม การรมยา และการรับประทานยาจีน จะทำให้ร่างกายกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลที่ปกติ ส่งผลให้ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรือภาวะหยางเว่ยดีขึ้น

​1.ช่วยปรับสมดุลของอินหยาง เสริมสร้างเลือด เสริมสร้างลมปราณของอวัยวะไต ขับความชื้นออกจากร่างกาย

​2.กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ ลดการติดขัด ปรับปรุงการส่งเลือดไปยังอวัยวะเพศ

​3.ช่วยให้ระบบประสาทสงบ ลดการเกิดปัจจัยทางจิตวิทยาเช่น ความเครียด ความวิตกกังวล เป็นต้น และช่วยให้ผู้ป่วยนอนหลับได้สนิท พักผ่อนได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น

​4.กระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (parasympathetic nerve) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการขยายตัวของหลอดเลือดบริเวณองคชาต (vasodilatation) และทำให้องคชาตเกิดการแข็งตัวขึ้น[1] 

​5.ช่วยเพิ่มกำลังในการหดและคลายตัว ของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (pelvic floor muscles) ทำให้เนื้อเยื่อ corpus cavernosum กักเก็บเลือดได้มากขึ้น ส่งผลให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้นานขึ้น[2-3] 

​6.ช่วยกระตุ้นทางอ้อมผ่านการกระตุ้น Tibial nerve ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ[4]

ฝังเข็มช่วยสมรรถภาพทางเพศ เหมาะกับ ผู้ที่มีปัญหาอวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้ หรือสามารถแข็งตัวได้ แต่คงความแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์อย่างพึงพอใจได้ ผู้ที่หลั่งเร็ว หรือขาดความมั่นใจในการมีเพศสัมพันธ์

ใครบ้างที่เหมาะกับการฝังเข็มช่วยสมรรถภาพทางเพศ?

1.ผู้ที่มีปัญหาอวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้ หรือสามารถแข็งตัวได้ แต่คงความแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์อย่างพึงพอใจได้

2.ผู้ที่หลั่งเร็ว หรือขาดความมั่นใจในการมีเพศสัมพันธ์

3.ผู้ที่ความต้องการทางเพศลดลง จนส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์ หรือสุขภาพจิตใจ

4.ผู้ที่ต้องการปรับสมดุล ฟื้นฟูร่างกายจากความเครียด ความเหนื่อยล้าสะสม

5.ผู้ที่ไม่ต้องการใช้ยาต่อเนื่อง และต้องการหาการรักษาทางเลือกอื่น ที่มีส่วนช่วยในภาวะดังกล่าว

ข้อควรระวัง

​1.ยาต้านการแข็งตัวของเลือด : หากกำลังรับประทานยา เช่น Warfarin, Clopidogrel, Heparin ต้องแจ้งแพทย์ 

​2.เครื่องกระตุ้นหัวใจ : ผู้ป่วยที่มีเครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) ควรแจ้งแพทย์ จะไม่สามารถติดกระตุ้นไฟฟ้าได้

​3.โรคประจำตัว : ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัว เช่นโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน โรคมะเร็ง (ที่ยังไม่ได้รับการรักษา) โรคเบาหวาน โรคลมบ้าหมู หรือภาวะเลือดออกง่าย 

​4.ออกกำลังกายหนัก : หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักก่อนเข้ารับการฝังเข็ม 

​5.แผลติดเชื้อ : ไม่ควรฝังเข็มบริเวณที่มีแผลติดเชื้อ 

​6.อาการอื่นๆ : หากมีอาการเวียนหัว หน้ามืด หรือปวดมากขึ้นระหว่างการฝังเข็ม ให้รีบแจ้งแพทย์ทันที

ฝังเข็มช่วยสมรรถภาพทางเพศ ที่ “ปิยชาติคลินิก” เรามีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย แนะนำ และทำการรักษาอย่างเหมาะสมให้กับคนไข้ รวมถึงติดตามการรักษาและประเมินผลอย่างต่อเนื่องหากท่านใดสนใจเกี่ยวกับฝังเข็มรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หากคุณกำลังมองหาคลินิกแพทย์แผนจีนที่ดูแลครบทั้งร่างกายและจิตใจ

ขั้นตอนการรักษาที่ Piyachart Clinic

​แนะนำให้คนไข้ติดต่อเพื่อนัดหมายเพื่อปรึกษากับคุณหมอล่วงหน้า จากนั้นคุณหมอจะให้คำปรึกษา ซักประวัติ ตรวจวินิจฉัยและวางแผนการรักษาร่วมกับคนไข้อีกครั้ง โดยส่วนมากมักใช้การรักษาด้วยการฝังเข็ม และหรือร่วมกับการใช้สมุนไพรจีน

โดยจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที-1ชั่งโมง ในการรักษา และจะนัดติดตามผลการรักษาร่วมกับทำการรักษาต่อเนื่องประมาณสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 1-3 เดือน ขึ้นอยู่กับอาการ พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการตอบสนองต่อการรักษาของคนไข้แต่ละราย

รักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศด้วยการฝังเข็ม ที่ “ปิยชาติคลินิก”

​ที่ปิยชาติคลินิกเรามีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย แนะนำ และทำการรักษาอย่างเหมาะสมให้กับคนไข้ รวมถึงติดตามการรักษาและประเมินผลอย่างต่อเนื่องหากท่านใดสนใจเกี่ยวกับฝังเข็มรักษาภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ หากคุณกำลังมองหาคลินิกแพทย์แผนจีนที่ดูแลครบทั้งร่างกายและจิตใจ ที่ปิยชาติคลินิกพร้อมให้บริการโดยทีมแพทย์แผนจีนมากประสบการณ์ ดำเนินกิจการมานานกว่า 10 ปีให้บริการทั้ง ฝังเข็ม ครอบแก้ว และยาจีน ภายใต้มาตรฐานการแพทย์ที่ปลอดภัยและใส่ใจในทุกขั้นตอนสาขาที่เปิดให้บริการ มีดังนี้

1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร ​​​เบอร์ติดต่อ : 085-955-9646

2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร ​เบอร์ติดต่อ : 081-630-3180

3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี ​​​เบอร์ติดต่อ : 093-113-4718

4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี ​​เบอร์ติดต่อ : 065-442-8987

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

Reference

1. Lai JS, Chen YD, Ruan CL. Electroacupuncture at Baliao points for erectile dysfunction after stroke: a randomized controlled trial. Zhongguo Zhen Jiu. 2023 Feb 12;43(2):158-62. Chinese.

2. Shafik A, Shafik I, El-Sibai O, et al. Effect of external anal sphincter contraction on the ischiocavernosus muscle and its suggested role in the sexual act. J Androl, 2006, 27(1): 40-44

3. B. Y. Lai, H. J. Cao, G. Y. Yang et al. Acupuncture for treatment of erectile dysfunction: a systematic review and meta-analysis. Advances in Integrative Medicine, 2019,6(3): S95–S338.

4. Guo Yan, Bao Yi, et al. Effect of massage at Sanyinjiao (SP6) Combined with Low-Frequency pulse feedback Electrical Stimulation on Pelvic Floor Function and Frequency of Urinary Incontinence in Patients with Postpartum Stress Urinary Incontinence. World journal of Integrated traditional and Western Medicine, 2023, 16(9):1826-1830.