ครอบแก้วบำบัดความปวด เคล็ดลับลดความปวดที่นักกีฬาระดับโลกเลือกใช้

ครอบแก้วบำบัดความปวด เคล็ดลับลดความปวดที่นักกีฬาระดับโลกเลือกใช้

ปรากฎการณ์จากสนามโอลิมปิก เมื่อนักกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิก อย่างไมเคิล เฟลป์ส ปรากฏกายพร้อยกับ “รอยวงกลมสีแดง” ทั่วหลัง ทำให้ทั่วทั้งโลกพากันรู้จักศาสตร์ครอบแก้ว กลายเป็นแฟชั่นสุดฮิตของเหล่านักกีฬาระดับโลก ทำให้รอยครอบแก้วไม่ใช่เรื่องประหลาด น่ากลัวอีกต่อไป บทความนี้จะเฉลยว่า ครอบแก้วบำบัดความปวดได้จริงหรือไม่ และถึงแม้คุณจะไม่ใช่นักกีฬามืออาชีพ ก็สามารถรับบริการระดับโลกได้ที่ปิยชาติคลินิก (Piyachart Clinic)

In this article

ทำไม “นักกีฬา” ถึงเลือกครอบแก้ว (The Athlete’s Secret)

หลังจากไมเคิล เฟลป์ส ช่วยเป็นพรีเซนเตอร์โดยไม่ตั้งใจ ตามด้วยนักกีฬามืออาชีพมากมายปรากฏกลายพร้อมรอยครอบแก้ว ผลการวิจัยทางฝั่งตะวันตกเกี่ยวกับครอบแก้วถูกตีพิมพ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันแม้วิทยาศาสตร์การกีฬาจะล้ำสมัย แต่ทำไมศาสตร์การรักษาแบบโบราณของแพทย์แผนจีนยังได้รับความนิยมอยู่  แรงดูดจากการครอบแก้วจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อมากขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ อาการปวดได้เร็วขึ้น เหมาะมากกับนักกีฬาที่ใช้กล้ามเนื้อหนักๆ บาดเจ็บจุดเดิมซ้ำๆ ช่วยลดความตึง ลดอาการอักเสบสะสม ซึ่งสำคัญมากในช่วงโปรแกรมฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง 

เจาะลึกกลไกบำบัดครอบแก้วบำบัดความปวดได้อย่างไร?

การครอบแก้วบำบัดความปวดผ่านกลไกหลายประการร่วมกัน ได้แก่ การเพิ่มการไหลเวียนเลือด การคลายแรงกดทับของเนื้อเยื่อ และผลต่อระบบประสาท กลไกเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อลดการอักเสบ คลายกล้ามเนื้อ และปรับการรับรู้สัญญาณความปวด

1.การกระตุ้นการไหลเวียนเลือด (Circulation Boost)

แรงดูดจากการครอบแก้วจะดึงผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวขึ้น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดเฉพาะที่ ทำให้ออกซิเจนและสารอาหารถูกลำเลียงมายังบริเวณกล้ามเนื้อที่ครอบแก้วมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยขจัดของเสียจากกระบวนการเผาผลาญ(เช่น แลคเตต และสารก่อการอักเสบ)  ส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดอาการปวดที่เกิดจากการอักเสบ[1]

2.การคลายแรงกดทับของเนื้อเยื่อ (Tissue Decompression)

แรงดูดจากการครอบแก้ว ทำให้เกิดการยืดของพังผืด เส้นใยกล้ามเนื้อ และชั้นเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ซึ่งสามารถลดแรงกดเชิงกลต่อปลายประสาทรับความเจ็บปวด (nociceptors) และช่วยคลายการยึดติดหรือการหดเกร็งเล็กน้อยของเนื้อเยื่อ ในแง่นี้ การครอบแก้วอาจคล้ายกับการกระตุ้นแบบ “ภาวะขาดเลือด–กลับมาไหลเวียนระดับจุลภาค” (micro-ischemic–reperfusion) หรือ “ภาวะเลือดคั่งเล็กน้อย” (micro-hyperemia) ซึ่งมีความคล้ายคลึงบางส่วนกับการนวด การคลายพังผืด (myofascial release) หรือแม้แต่กลไกการกระตุ้นแบบ ischemic preconditioning เฉพาะที่[1] 

3.การปรับการส่งสัญญาณประสาท (Neurological Modulation)

3.1 ระดับปลายประสาทและไขสันหลัง (Gate Control-like effects)

แรงดึงและการสั่นสะเทือนจากการครอบแก้วกระตุ้นเส้นใยประสาทขนาดใหญ่ชนิด Aβ (ตัวรับแรงกล) ที่ผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิว ซึ่งสามารถยับยั้งการส่งสัญญาณปวดจากเส้นใยขนาดเล็ก Aδ และ C ที่ระดับ dorsal horn ของไขสันหลัง คล้ายกับแบบจำลอง Gate Control ของ Melzack–Wall

นักวิจัยบางส่วนเชื่อมโยงกลไกของการครอบแก้วกับการฝังเข็ม โดยเสนอว่าการกระตุ้นเชิงกลต่อเส้นใย Aδ และ C อาจกระตุ้นกลไก DNIC (Diffuse Noxious Inhibitory Controls) ทำให้เกิดปรากฏการณ์ “ความปวดยับยั้งความปวด” (pain inhibits pain)[2]

3.2 ระดับเหนือไขสันหลังและระบบโอปิออยด์ภายในร่างกาย

ข้อมูลจากการศึกษาทางคลินิกและในสัตว์ทดลองชี้ว่า การครอบแก้วสามารถเพิ่มความผ่อนคลายและความสบายโดยรวม ซึ่งสัมพันธ์กับการเพิ่มขึ้นของสารโอปิออยด์ภายในร่างกาย เช่น เบต้า-เอ็นดอร์ฟิน (β-endorphin) และการปรับการแสดงออกของโปรตีน heat-shock (เช่น HSP70) ซึ่งอาจช่วยลดการประมวลผลความปวดที่ระดับส่วนกลาง[3]

อ่านร่างกายผ่าน “สี” ของรอยครอบแก้ว

ครอบแก้วบำบัดความปวด รอยวงกลมสีคล้ำบนหลังของนักกีฬาระดับโลก (เช่น ไมเคิล เฟลป์ส ในโอลิมปิก หรือนักฟุตบอลชื่อดัง) ที่ทำให้คนทั้งโลกหันมาสนใจ "ครอบแก้ว" ทำไมการรักษาด้วยศาสตร์โบราณถึงกลายเป็นอาวุธลับของวิทยาศาสตร์การกีฬายุคใหม่

รูปภาพที่ 1  สีของรอยครอบแก้ว [4]

1. รอยสีชมพูอ่อน หรือแดงอ่อน

ความหมาย: รอยสีชมพูหรือแดงอ่อนมักพบในบริเวณที่มีการไหลเวียนเลือดดี และมีของเสียหรือเลือดคั่งถูกดึงขึ้นมาสู่ผิวเพียงเล็กน้อย

สาเหตุที่เกิดขึ้น: แรงดูดจากถ้วยครอบดึงเลือดขึ้นสู่ผิวหนังในระดับเล็กน้อย ทำให้เกิดสีแดงอ่อน ซึ่งมักจางหายเร็ว ภายในไม่กี่ชั่วโมงถึง 1 วัน

การแปลผล: หากรอยเป็นสีชมพูหรือแดงอ่อน ถือเป็นสัญญาณที่ดี แสดงว่ากล้ามเนื้อบริเวณนั้นอยู่ในสภาพดี และการครอบแก้วช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโดยไม่พบการอุดกั้นรุนแรง

2. รอยสีแดงสด

ความหมาย: สีแดงสดมักบ่งบอกถึงภาวะเฉียบพลัน เช่น กล้ามเนื้ออักเสบ กล้ามเนื้ออักเสบจากการใช้งานหนัก  แสดงว่าร่างกายกำลังตอบสนองต่อความตึงเครียดในบริเวณนั้น

สาเหตุที่เกิดขึ้น: เมื่อการครอบแก้วช่วยฟื้นฟูการไหลเวียนเลือดอย่างรวดเร็วในจุดที่เคยไหลเวียนไม่ดี จะทำให้เกิดสีแดงสด

การแปลผล: เป็นการตอบสนองตามปกติของร่างกาย อาจเกิดจากความเครียดเล็กน้อยหรือการใช้งานกล้ามเนื้อมากเกินไป

3. รอยสีแดงเข้ม ม่วง หรือมีจุดคล้ำในรอยครอบแก้ว

ความหมาย: รอยสีแดงเข้มหรือม่วงมักเกี่ยวข้องกับภาวะเรื้อรัง บ่งบอกถึงการไหลเวียนเลือดติดขัดเป็นเวลานาน หรือมีของเสียสะสมในบริเวณนั้น

สาเหตุที่เกิดขึ้น: ยิ่งรอยสีเข้มมาก แสดงว่าก่อนทำการครอบแก้วมีเลือดคั่งหรือของเสียสะสมมาก แรงดูดจะดึงเลือดคั่งเหล่านี้ขึ้นมาสู่ผิวหนัง ทำให้เกิดสีเข้ม

การแปลผล: แม้สีจะดูเข้ม แต่ถือเป็นสัญญาณว่าการครอบแก้วช่วยคลายการไหลเวียนเลือดที่อุดกั้นลึก ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รอยลักษณะนี้อาจใช้เวลาจางนานกว่า โดยบางครั้งนานถึงประมาณ 2 สัปดาห์

4. รอยสีเหลือง หรือเขียว

ความหมาย: พบไม่บ่อย และมักปรากฏในช่วงที่รอยสีเข้มเริ่มจาง เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังสลายและกำจัดของเสียที่ถูกดึงขึ้นมาระหว่างการครอบแก้ว

สาเหตุที่เกิดขึ้น: เมื่อร่างกายสลายเม็ดเลือดแดง จะทำให้เกิดเฉดสีเหลืองหรือเขียว ซึ่งเป็นกระบวนการตามธรรมชาติของการฟื้นตัว

การแปลผล: สีเหลืองหรือเขียวเป็นสัญญาณเชิงบวก แสดงว่าร่างกายกำลังฟื้นฟูและกำจัดของเสียออกจากบริเวณที่รักษา

5. ไม่มีรอยเลย

ความหมาย: บางครั้งการครอบแก้วอาจไม่ทิ้งรอย หรือมีรอยจางมาก มักพบในบางบริเวณ เช่น น่อง ต้นขา ซึ่งเกิดจาก

สาเหตุที่เกิดขึ้น: ไม่มีเลือดคั่งหรือของเสียจำนวนมากให้ถูกดึงขึ้นสู่ผิว จึงไม่เกิดรอยชัดเจน หรือในบางราย พลังชี่ (Qi) อ่อน หรือการไหลเวียนเลือดไม่เพียงพอ

การแปลผล: บริเวณนั้นอาจขาดเลือดหรือพลังงาน การฝังเข็มหรือครอบแก้ว อาจช่วยกระตุ้นการไหลเวียนและฟื้นฟูสมดุลได้

โดยทั่วไปในการครอบแก้วครั้งแรก สีของรอยอาจมีความเข้มมาก เนื่องจากร่างกายยังมีภาวะเลือดคั่งหรือกล้ามเนื้อตึงสะสมอยู่ เมื่อทำการรักษาต่อเนื่องครั้งที่ 2–3 เป็นต้นไป มักพบว่าความเข้มของสีรอยครอบแก้วค่อย ๆ ลดลงอย่างชัดเจน สะท้อนถึงการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น การคลายตัวของกล้ามเนื้อ และการลดลงของภาวะอักเสบหรือเลือดคั่ง ดังนั้น ระดับสีที่อ่อนลงตามลำดับการรักษา จึงเป็นสัญญาณเชิงบวกที่บ่งบอกว่าการครอบแก้วบำบัดความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อของผู้ป่วยกำลังดีขึ้น และร่างกายตอบสนองต่อการรักษาอย่างเหมาะสม

ครอบแก้วบำบัดความปวด ผ่านกลไกหลายประการร่วมกัน ได้แก่ การเพิ่มการไหลเวียนเลือด การคลายแรงกดทับของเนื้อเยื่อ และผลต่อระบบประสาท กลไกเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อลดการอักเสบ คลายกล้ามเนื้อ และปรับการรับรู้สัญญาณความปวด

อาการแบบไหนที่ควรเดินมาหา Piyachart Clinic เพื่อครอบแก้วบำบัดความปวด?

หากคุณกำลังมีอาการปวดเมื่อยเรื้อรัง กล้ามเนื้อตึง หรืออาการปวดจากความเครียดสะสม การทำครอบแก้วบำบัดความปวด (Cupping Therapy) อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยฟื้นฟูการไหลเวียนเลือดและลดอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ Piyachart Clinic เราให้บริการครอบแก้วตามหลักแพทย์แผนจีน (TCM) โดยเน้นการวิเคราะห์ต้นเหตุของอาการ ไม่ใช่เพียงการบรรเทาอาการชั่วคราว

อาการแบบไหนที่ควรมาครอบแก้ว?

1.Office Syndrome – ปวดบ่า ปวดคอ จากการนั่งทำงานนาน

หากคุณทำงานหน้าคอมพิวเตอร์วันละหลายชั่วโมง มีอาการปวดบ่า ปวดคอ ไหล่ตึง ชาร้าวลงแขน

อาการเหล่านี้มักเกิดจากการนั่งท่าเดิมนาน ๆ ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดีและกล้ามเนื้อตึงสะสม การครอบแก้วช่วยกระตุ้นการไหลเวียนและคลายกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ได้อย่างลึกถึงชั้นพังผืด

2. Chronic Pain – ปวดหลังเรื้อรัง นวดเท่าไหร่ก็ไม่หาย

ถ้าคุณมีอาการปวดหลังส่วนล่าง ปวดสะบัก ปวดลึก ๆ เป็นมานาน การครอบแก้วสามารถช่วยคลายภาวะเลือดคั่ง (Blood Stagnation) และลดการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งมักเป็นสาเหตุของอาการปวดที่นวดอย่างเดียวไม่หาย

3. Muscle Tension – กล้ามเนื้อตึงจากออกกำลังกายหรือยกของหนัก

หลังออกกำลังกายหนัก หรือยกของหนัก กล้ามเนื้อแข็งตึง ปวดเมื่อยสะสม เคลื่อนไหวไม่คล่อง การครอบแก้วช่วยเร่งการไหลเวียนเลือด ขจัดของเสียจากกล้ามเนื้อ และลดอาการตึงได้รวดเร็วกว่าการพักเพียงอย่างเดียว

4. Stress-Related Pain – ปวดหัว ปวดตัวจากความเครียดสะสม

ความเครียดส่งผลให้กล้ามเนื้อหดเกร็งโดยไม่รู้ตัว ปวดหัวตุบ ๆ ตึงต้นคอ ปวดเมื่อยทั้งตัว การครอบแก้วช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนและส่งเสริมภาวะผ่อนคลายของระบบประสาทอัตโนมัติ ช่วยลดอาการปวดที่เกิดจากความเครียดสะสม

ครอบแก้วบำบัดความปวด ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญแพทย์แผนจีน ที่ Piyachart Clinic การครอบแก้วไม่ได้ทำแบบทั่วไป เราวิเคราะห์ จุดฝังเข็ม แนวเส้นลมปราณ ตำแหน่งเลือดคั่ง เพื่อให้การรักษาแม่นยำและตรงจุดอาการ Safety First – สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ผ่านการฆ่าเชื้อทุกครั้ง ใช้เทคนิคแรงดูดที่เหมาะสมกับสภาพผิว ลดความเสี่ยงการระคายเคืองหรือรอยช้ำเกินจำเป็น ความปลอดภัยของผู้ป่วยคือสิ่งสำคัญที่สุดของเรา

ทำไมต้อง “ครอบแก้วบำบัดความปวด” ที่ Piyachart Clinic?

1. Expertise – ดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญแพทย์แผนจีน ที่ Piyachart Clinic การครอบแก้วไม่ได้ทำแบบทั่วไป

เราวิเคราะห์ จุดฝังเข็ม แนวเส้นลมปราณ ตำแหน่งเลือดคั่ง เพื่อให้การรักษาแม่นยำและตรงจุดอาการ

2. Safety First – สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน อุปกรณ์ผ่านการฆ่าเชื้อทุกครั้ง ใช้เทคนิคแรงดูดที่เหมาะสมกับสภาพผิว ลดความเสี่ยงการระคายเคืองหรือรอยช้ำเกินจำเป็น ความปลอดภัยของผู้ป่วยคือสิ่งสำคัญที่สุดของเรา

3. Personalized Care – ออกแบบเฉพาะบุคคล ไม่มีอาการปวดใดเหมือนกัน 100% เราจึงออกแบบตำแหน่งการครอบ มัดกล้ามเนื้อที่ควรคลายด้วยเทคนิคเฉพาะ ระยะเวลาการรักษา ตามลักษณะอาการและสภาพร่างกายของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

หากคุณกำลังมองหาคลินิกครอบแก้วที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย และดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีนเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด ควรเลือกทำโดย แพทย์หรือแพทย์แผนจีนผู้ได้รับใบอนุญาต ใน สถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและปลอดภัย ปิยชาติคลินิก ฝังเข็ม ครอบแก้ว ยาจีน พร้อมให้บริการฝังเข็มโดยแพทย์จีนผู้มีประสบการณ์ ดำเนินกิจการมากว่า 10 ปี  มีสาขาครอบคลุมทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีสาขาที่คุณสามารถเข้ารับการรักษาได้ดังนี้

1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร ​​​เบอร์ติดต่อ : 085-955-9646

2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร ​เบอร์ติดต่อ : 081-630-3180

3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี ​​​เบอร์ติดต่อ : 093-113-4718

4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี ​​เบอร์ติดต่อ : 065-442-8987

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

Reference

1.       Al-Bedah, A.M.N., et al., The medical perspective of cupping therapy: Effects and mechanisms of action. J Tradit Complement Med, 2019. 9(2): p. 90-97.

2.       Furhad, S., R.E. Sina, and A.A. Bokhari, Cupping Therapy, in StatPearls. 2025, StatPearls Publishing

Copyright © 2025, StatPearls Publishing LLC.: Treasure Island (FL) ineligible companies. Disclosure: Reddog Sina declares no relevant financial relationships with ineligible companies. Disclosure: Abdullah Bokhari declares no relevant financial relationships with ineligible companies.

3.       Wang, L., et al., Efficacy of cupping therapy on pain outcomes: an evidence-mapping study. Front Neurol, 2023. 14: p. 1266712.

4. Modi, J. (n.d.). Marks of cupping. JasmineModi.com. Retrieved March 1, 2026, from https://jasminemodi.com/marks-of-cupping/