พุงยุบ ขาเรียว! “ฝังเข็มลดความอ้วน” ตัวช่วยเร่งเบิร์น ปรับสมดุลร่างกายจากภายในโดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด

พุงยุบ ขาเรียว! "ฝังเข็มลดความอ้วน" ตัวช่วยเร่งเบิร์น ปรับสมดุลร่างกายจากภายในโดยไม่ต้องเจ็บตัวผ่าตัด

หลายคนอาจเคยเจอปัญหาเดียวกัน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด แต่น้ำหนักหรือสัดส่วนกลับไม่ลดลงอย่างที่คาดหวัง ในบางกรณี ปัญหาเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับความสมดุลของระบบภายในร่างกาย เช่น ระบบเผาผลาญ พลังงาน และการไหลเวียนเลือด
ซึ่งตามแนวคิดของแพทย์แผนจีน เชื่อว่าความไม่สมดุลดังกล่าวอาจส่งผลต่อการสะสมไขมันและการควบคุมน้ำหนักได้ “การฝังเข็มลดความอ้วน “จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ถูกนำมาใช้เป็น “ตัวช่วยเสริม” เพื่อกระตุ้นการทำงานของร่างกายให้กลับเข้าสู่สมดุลมากขึ้น ไม่ใช่การลดน้ำหนักแบบเร่งรัด และไม่สามารถทดแทนการดูแลสุขภาพพื้นฐานได้
แต่สามารถใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อช่วยสนับสนุนผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้ยาลดน้ำหนัก

In this article

ทำไม “อ้วนลงพุง” ทั้งที่ตัวผอม หรือ “น้ำหนักขึ้นง่าย” ทั้งๆ ที่กินน้อย?

ภาวะอ้วนลงพุงหรือมีน้ำหนักเกิน ไม่ได้เกิดจาก “กินเยอะอย่างเดียว” แต่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ ระบบประสาทและฮอร์โมน หลายส่วนร่วมกัน โดยเฉพาะ

1. Hypothalamus เป็นส่วนหนึ่งของสมอง ซึ่งเป็นศูนย์ควบคุมความหิว (hunger signaling) ,ความอิ่ม (satiety)และ สมดุลพลังงาน (energy homeostasis)

โดยรับสัญญาณจากฮอร์โมนสำคัญ เช่น

  • Leptin บอกว่า “อิ่มแล้ว”
  • Ghrelin กระตุ้นความหิว
  • Insulin สะท้อนระดับน้ำตาลและพลังงาน

เมื่อระบบนี้เสียสมดุลจะทำให้เกิด “leptin resistance” กินแล้วไม่รู้สึกอิ่ม ,Ghrelin ผิดปกติ ทำให้หิวบ่อยและมีการใช้พลังงานลดลง  ส่งผลให้กินมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว และมีไขมันสะสมมากบริเวณหน้าท้อง

2.HPA Axis (Hypothalamus–Pituitary–Adrenal Axis) 

คือ เป็นระบบที่ควบคุม “การตอบสนองต่อความเครียด” ของร่างกาย ที่เชื่อมการทำงานระหว่าง

Hypothalamus – Pituitary gland – Adrenal gland

เมื่อเกิดความเครียดเรื้อรัง (chronic stress)

  • Hypothalamus จะรับรู้ความเครียดและ กระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมน CRH

จากนั้น CRH จะส่งสัญญาณไปยัง Pituitary gland (ต่อมใต้สมอง)

  •  Pituitary gland (ต่อมใต้สมอง) จะหลั่งฮอร์โมน ACTH ออกสู่กระแสเลือด

แล้ว ACTH จะไปกระตุ้น Adrenal gland (ต่อมหมวกไต)

  • Adrenal gland (ต่อมหมวกไต) จะสร้างและหลั่งฮอร์โมน Cortisol เพิ่มขึ้น

เพื่อช่วยให้ร่างกายปรับตัวและรับมือกับความเครียด

เมื่อระดับ Cortisol สูงอย่างต่อเนื่อง และร่างกายไม่สามารถกำจัดออกได้หมด
จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน ได้แก่

  • เพิ่มการสะสมไขมันในช่องท้อง (visceral fat)
  • กระตุ้นความอยากอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง
  • ลด insulin sensitivity ทำให้เสี่ยงต่อภาวะดื้ออินซูลิน
  • รบกวน circadian rhythm (นาฬิกาชีวภาพ) ส่งผลต่อการนอนและการเผาผลาญ

ทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงและระบบเผาผลาญพัง

ฝังเข็มลดความอ้วน ทำให้การตอบสนองต่อฮอร์โมนอย่าง Leptin (ความอิ่ม) และ Ghrelin (ความหิว) มีความสมดุลมากขึ้น ส่งผลให้ความอยากอาหารลดลงในบางคน และช่วยควบคุมพฤติกรรมการกินได้ดีขึ้น

3. ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System)

แบ่งเป็นSympathetic (Fight or Flight) และParasympathetic (Rest & Digest) 

  1. ระบบประสาทซิมพาเทติก (sympathetic nervous system) ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้ร่างกาย “ตื่นตัว–พร้อมสู้หรือหนี” (fight or flight) เมื่อเจอความเครียดเรื้อรัง ,นอนน้อย / นอนไม่เป็นเวลา  ,ดื่มคาเฟอีน/เครื่องดื่มชูกำลังมากเกิน  เป็นต้น ทำให้sympathetic ทำงานเกิน จะส่งผลให้
  • หัวใจเต้นเร็ว
  • นอนหลับไม่ลึก
  • ระบบย่อยอาหารแย่ลง
  • การเผาผลาญไขมันผิดปกติ
  1.  ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (parasympathetic nervous system) เป็นระบบที่ทำให้ร่างกาย “พัก–ฟื้นฟู” (rest and digest) จะทำงานตรงข้ามกับ sympathetic หาก parasympathetic ทำงานลดลง 
  • ร่างกาย “ไม่เข้าสู่โหมดซ่อมแซม” ทำให้การย่อยและดูดซึมอาหารไม่มีประสิทธิภาพ  พลังงานถูกใช้ไม่สมดุล  มีแนวโน้มสะสมไขมันง่ายขึ้น
  • sympathetic ทำงานมากเกิน ระตุ้นการเก็บพลังงานมากขึ้น เกิดการสะสมไขมันบริเวณท้อง
  • ฮอร์โมนไม่สมดุล cortisol เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อยากอาหารมากขึ้น ,อยากกินหวาน/มัน,หิวบ่อย ,กินจุกจิก
  • การนอนแย่ลง ระบบควบคุมความหิวพัง ทำให้กินมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

สุดท้ายร่างกายจะเข้าสู่ภาวะ “เก็บพลังงานมากกว่าเผาผลาญ” ทำให้เกิดการสะสมไขมัน โดยเฉพาะบริเวณช่องท้องจนเกิดภาวะอ้วนลงพุงแม้รูปร่างภายนอกอาจยังดูผอม อีกทั้งยังทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่ายแม้จะรับประทานอาหารในปริมาณไม่มาก รวมถึงมีความรู้สึกหิวบ่อยขึ้นและเกิดพฤติกรรมกินจุกจิกหรืออยากอาหารตลอดเวลา

4.อินซูลิน & พฤติกรรมการกิน

อินซูลิน (Insulin) เป็นฮอร์โมนที่มีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือดและการเก็บพลังงาน ดังนั้นจึงมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับพฤติกรรมการกินและภาวะอ้วนง่ายหรืออ้วนลงพุง เมื่อร่างกายได้รับอาหารโดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลบ่อย ๆ ระดับอินซูลินจะถูกหลั่งซ้ำ ๆ เพื่อพาน้ำตาลเข้าสู่เซลล์และเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินไปเก็บในรูปไขมัน หากพฤติกรรมการกินเป็นแบบกินจุกจิก กินหวาน หรือกินถี่ตลอดวัน ระดับอินซูลินจะสูงอยู่ต่อเนื่อง ทำให้ร่างกายอยู่ในโหมด “เก็บพลังงาน” มากกว่า “เผาผลาญ” ส่งผลให้เกิดการสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะไขมันบริเวณช่องท้อง

เมื่อเวลาผ่านไป เซลล์อาจตอบสนองต่ออินซูลินลดลงจนเกิดภาวะ insulin resistance ทำให้ร่างกายต้องหลั่งอินซูลินมากขึ้นเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ซึ่งยิ่งเร่งการสะสมไขมันเข้าไปอีก วงจรนี้ร่วมกับพฤติกรรมการกินที่ไม่เป็นเวลา ทำให้รู้สึกหิวบ่อย ควบคุมความอยากอาหารยาก และนำไปสู่ภาวะน้ำหนักขึ้นง่ายหรืออ้วนลงพุงได้ แม้ปริมาณอาหารต่อมื้ออาจไม่ได้มากก็ตาม

ฝังเข็มลดความอ้วน การกระตุ้นจุดฝังเข็มจะส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทไปยังสมอง โดยเฉพาะ Hypothalamus ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมการตอบสนองต่อความเครียด จากนั้นอาจช่วยลดการทำงานของแกน HPA axis ส่งผลให้การหลั่ง CRH จาก hypothalamus ลดลง และกระทบต่อเนื่องไปยัง Pituitary gland ทำให้การหลั่ง ACTH ลดลงตามไปด้วย เมื่อการกระตุ้นลดลง จะส่งผลให้ต่อมหมวกไตหลั่ง Cortisol ลดลงตามลำดับ ทำให้ระดับความเครียดในระบบประสาทลดลง และร่างกายเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายมากขึ้นจากการ ทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติกที่เด่นขึ้น ส่งผลให้สมดุลของระบบประสาทดีขึ้นและการตอบสนองต่อความเครียดลดลงโดยรวม

ทำไม “อ้วนลงพุง” รักษาด้วยการฝังเข็มถึงได้ผล?

มีหหลายงานวิจัยพบว่า  การฝังเข็มลดความอ้วน อาจมีผลต่อ “neuroendocrine system” ระบบประสาทและฮอร์โมน

1. Hypothalamus

ทำให้การตอบสนองต่อฮอร์โมนอย่าง Leptin (ความอิ่ม) และ Ghrelin (ความหิว) มีความสมดุลมากขึ้น ส่งผลให้ความอยากอาหารลดลงในบางคน และช่วยควบคุมพฤติกรรมการกินได้ดีขึ้น

2. HPA Axis

การกระตุ้นจุดฝังเข็มจะส่งสัญญาณผ่านเส้นประสาทไปยังสมอง โดยเฉพาะ Hypothalamus ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์ควบคุมการตอบสนองต่อความเครียด จากนั้นอาจช่วยลดการทำงานของแกน HPA axis ส่งผลให้การหลั่ง CRH จาก hypothalamus ลดลง และกระทบต่อเนื่องไปยัง Pituitary gland ทำให้การหลั่ง ACTH ลดลงตามไปด้วย

เมื่อการกระตุ้นลดลง จะส่งผลให้ต่อมหมวกไตหลั่ง Cortisol ลดลงตามลำดับ ทำให้ระดับความเครียดในระบบประสาทลดลง และร่างกายเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายมากขึ้นจากการทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติกที่เด่นขึ้น ส่งผลให้สมดุลของระบบประสาทดีขึ้นและการตอบสนองต่อความเครียดลดลงโดยรวม

3. ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System)

เมื่อมีการกระตุ้นจุดฝังเข็ม สัญญาณประสาทจากผิวหนังและกล้ามเนื้อจะถูกส่งเข้าสู่ไขสันหลังและสมอง โดยไปมีผลต่อ Hypothalamus และเครือข่ายประสาทที่ควบคุมสมดุลอัตโนมัติ จากนั้นมีแนวโน้มกระตุ้นการทำงานของ vagus nerve มากขึ้น ซึ่งเป็นเส้นประสาทหลักของระบบ parasympathetic

เมื่อ vagus nerve ทำงานเด่นขึ้น จะส่งผลให้ร่างกายเข้าสู่โหมดผ่อนคลาย เช่น หัวใจเต้นช้าลง การหายใจนิ่งขึ้น และการย่อยอาหารดีขึ้น รวมถึงลดการตอบสนองของระบบ sympathetic ที่เกี่ยวข้องกับความเครียด

4. อินซูลิน (Insulin) & เมตาบอลิซึม(Metabolism)

ในบางงานวิจัยพบว่า การปรับสมดุลของระบบร่างกาย (เช่น ลดความเครียด เพิ่มการนอน และกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก) อาจมีส่วนช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่อ insulin ได้ดีขึ้น หรือที่เรียกว่า เพิ่ม insulin sensitivity ซึ่งหมายถึงเซลล์สามารถนำน้ำตาลจากเลือดไปใช้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ต้องหลั่ง insulin ในปริมาณสูงตลอดเวลา

เมื่อ insulin sensitivity ดีขึ้น ร่างกายจะจัดการพลังงานได้สมดุลมากขึ้น โดยมีแนวโน้มลดการเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินไปสะสมเป็นไขมัน โดยเฉพาะไขมันบริเวณช่องท้อง (visceral fat) ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะอ้วนลงพุงและโรคเมตาบอลิกในระยะยาว

โรคอ้วนของคุณอยู่กลุ่มไหน? ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

  1. ม้ามพร่อง (Spleen Qi Deficiency)

อาการ : ตัวบวมง่าย หนักขา เหนื่อยง่าย อ่อยเพลีย ท้องอืด แน่นท้อง ถ่ายเหลว

  1. ความชื้นและเสมหะสะสม (Dampness and Phlegm Accumulatiom)

อาการ : น้ำหนักขึ้นง่าย รู้สึกตัวหนักๆ ชอบนอน แน่นอก อุจจาระเหนียว

  1. ตับติดขัด (Liver Qi Stagnation) 

อาการ : เครียด หงุดหงิดง่าย กินจุกจิก  แน่นชายโครงและหน้าอก ชอบถอนหายใจ

  1. ไตพร่อง (Kidney Deficiency)

อาการ : อ้วนง่าย กินนิดเดียวก็น้ำหนักขึ้น อ่อนแรง  หนาวง่าย มือเท้าเย็น บวมโดยเฉพาะช่วงล่าง

  1. ความร้อนสะสมในกระเพาะอาหาร (Stomach Heat)

อาการ : กินเยอะ หิวบ่อย ปากแห้ง ชอบดื่มน้ำเย็น ท้องผูก เหงื่อออกมาก

ฝังเข็มลดความอ้วน ที่ Piyachart Clinic มีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย แนะนำ และทำการรักษาอย่างเหมาะสมให้กับคนไข้ รวมถึงติดตามการรักษาและประเมินผลอย่างต่อเนื่องหากท่านใดสนใจเกี่ยวกับฝังเข็มลดน้ำหนัก

ทำไมต้องมา “ฝังเข็มลดความอ้วน” ที่ Piyachart Clinic?

ที่ปิยชาติคลินิกเรามีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย แนะนำ และทำการรักษาอย่างเหมาะสมให้กับคนไข้ รวมถึงติดตามการรักษาและประเมินผลอย่างต่อเนื่องหากท่านใดสนใจเกี่ยวกับฝังเข็มลดน้ำหนัก หากคุณกำลังมองหาคลินิกแพทย์แผนจีนที่ดูแลครบทั้งร่างกายและจิตใจ ที่ปิยชาติคลินิกพร้อมให้บริการโดยทีมแพทย์แผนจีนมากประสบการณ์

  • Customized Program: คุณหมอไม่ได้แค่ฝังเข็ม แต่จะ “แมะ” เพื่อหาสาเหตุความอ้วนและออกแบบโปรแกรมการรักษาเฉพาะบุคคล 
  • Safety & Cleanliness: มั่นใจด้วยเข็มแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single Use) และห้องตรวจที่สะอาดได้มาตรฐาน
  • Integrative Advice: แนะนำการทานอาหารตามลักษณะของร่างกายควบคู่ไปกับการรักษา เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืน (No Yo-Yo Effect)

ที่ปิยชาติคลินิกพร้อมให้บริการโดยทีมแพทย์แผนจีนมากประสบการณ์ ดำเนินกิจการมานานกว่า 10 ปีให้บริการทั้ง ฝังเข็ม ครอบแก้ว และยาจีน ภายใต้มาตรฐานการแพทย์ที่ปลอดภัยและใส่ใจในทุกขั้นตอนสาขาที่เปิดให้บริการ มีดังนี้

1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร ​​​เบอร์ติดต่อ : 085-955-9646

2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร ​เบอร์ติดต่อ : 081-630-3180

3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี ​​​เบอร์ติดต่อ : 093-113-4718

4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี ​​เบอร์ติดต่อ : 065-442-8987

คำถามที่พบบ่อย ฝังเข็มลดความอ้วน (FAQ) 

ฝังเข็มกี่ครั้งถึงจะเห็นว่าพุงยุบ? 

ฝังเข็มสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อเนื่อง 2-3 เดือน (ประมาณ 8-10 ครั้ง ขึ้นไป) ทั้งนี้ผลการรักษาขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล

ฝังเข็มลดความอ้วนได้จริงไหม?

ฝังเข็มช่วยลดความอ้วนได้จริง หากทำร่วมกับการออกกำลังกายและปรับพฤติกรรมการกิน

ฝังเข็มลดความอ้วนเจ็บไหม? 

การเข็มฝัง เป็นเข็มที่มีขนาดเล็กมากๆ จะรู้สึกเหมือนมดกัดตอนเข็มผ่านผิว หลังจากนั้นอาจจะมีรู้สึกตื้อๆ ได้นิดหน่อยค่ะ

ฝังเข็มลดความอ้วนหลังทำต้องพักฟื้นไหม?

หลังทำการรักษาไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตหรือทำกิจกรรมอื่นๆได้ตามปกติ

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

Reference

โรงพยาบาลหัวเฉียวแพทย์แผนจีน. การรักษาโรคอ้วนด้วยแพทย์แผนจีน. เข้าถึงได้จาก: https://www.huachiewtcm.com/

Zhang, K., Zhou, S., Wang, C., Xu, H., & Zhang, L. (2018). Acupuncture on obesity: Clinical evidence and possible neuroendocrine mechanisms. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine, 2018, 6409389. https://doi.org/10.1155/2018/6409389

Li, L., Liang, S., Bai, J., Zeng, Y., Zhang, M., Li, Z., Yan, D., Hu, Y., He, L., Liu, Y., Liu, Q., Zhang, Y., & Feng, M. (2025). Regulation of autonomic nervous system by acupuncture: A heart rate variability study on physical stress. Frontiers in Human Neuroscience, 19, 1676863. https://doi.org/10.3389/fnhum.2025.1676863

Chrousos, G. P. (2020). Stress: Endocrine physiology and pathophysiology. In K. R. Feingold, B. Anawalt, A. Boyce, et al. (Eds.), Endotext [Internet]. MDText.com, Inc. Available from: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK279038/

Wang, L., Yu, C.-C., Li, J., Tian, Q., & Du, Y.-J. (2021). Mechanism of action of acupuncture in obesity: A perspective from the hypothalamus. Frontiers in Endocrinology, 12, 632324. https://doi.org/10.3389/fendo.2021.632324