เจาะลึก! ทำไมการฝังเข็มรักษาอาการปวดงูสวัดได้ดีกว่าที่คุณคิด? ลดอาการปวดเสียว ปวดแปลบ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ

เจาะลึก! ทำไมการฝังเข็มรักษาอาการปวดงูสวัดได้ดีกว่าที่คุณคิด? ลดอาการปวดเสียว ปวดแปลบ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ

งูสวัดเป็นโรคที่มีอาการแสดงทางผิวหนังและทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดแสบปวดร้อน บางรายอาจมีอาการปวดเสียวเหมือนถูกไฟช็อต หรือมีอาการเจ็บได้ง่ายผิดปกติ เช่นแม้ขณะเสื้อผ้าสัมผัสผิวเบาๆ สิ่งที่เป็นเหมือนฝัยร้ายของผู้ป่วยงูสวัดคือ แม้รอยโรคที่บริเวณผิวหนังจะหายไปแล้ว แต่อาการปวดยังคงหลงเหลืออยู่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตรวมถึงการพักผ่อนด้วย “ฝังเข็มรักษาอาการปวดจากงูสวัด” เป็นหนึ่งในการรักษาเสริมที่สามารถบรรเทาอาการปวดจากงูสวัดได้ดี ผลการรักษาเป็นที่ยอมรับในระดับสากลโดย WHO จึงเป็นอีกทางเลือกที่แนะนำสำหรับผู้ป่วย

ทำความรู้จัก”งูสวัด” และทำไมงูสวัดถึงทำให้ปวดแสบปวดร้อนไม่เลิก?

งูสวัด (Herpes zoster, Shingles) เป็นโรคที่เกิดในผู้ที่เคยป่วยอีสุกอีใสมาก่อน เนื่องจากโรคทั้งสองเกิดจากไวรัส Varicella Zoster (VZV) เหมือนกัน โดยโรคอีสุกอีใส คือการติดไวรัส VZV ครั้งแรก มักพบในเด็กหรือวัยรุ่น ไวรัสดังกล่าวก่อให้เกิดอาการคือผื่นตุ่มน้ำใสกระจายตามใบหน้าและลำตัวทั่วร่างกาย มีอาการคันเป็นหลักร่วมกับไข้ ต่อมาแม้อาการของโรคอีสุกอีใสจะหายไป แต่ไวรัส VZV ยังไม่ถูกกำจัดจากร่างกายทั้งหมด คงเหลือบางส่วนแฝงตัวซ่อนอยู่บริเวณปมประสาท การกำเริบอีกครั้งของไวรัส VZV ก็คือโรคงูสวัด ในครั้งนี้ผู้ป่วยจะมีอาการปวดแสบปวดร้อนบริเวณผิวหนัง บางรายอาจปวดแปลบลึกๆ และมีตุ่มน้ำใสขึ้นบริเวณเรียงเป็นกลุ่มหรือแนวตามแนวเส้นประสาท ตุ่มน้ำมักเกิดเพียงซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย

โรคงูสวัดสามารถเกิดได้ในสัดส่วน 3-5 คนต่อประชากร 1,000 คน มักพบในผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไปและมักพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โรคนี้มีปัจจัยกระตุ้นหลักคือกลุ่มผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ มีความเครียด หรือทานยากดภูมิคุ้มกัน รวมถึงผู้ที่เคยเป็นงูสวัดมาก่อน ซึ่งมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้

อาการปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัด (Postherpetic Neuralgia; PHN) คือภาวะแทรกซ้อนที่พบได้ได้บ่อยที่สุดหลังจากแผลงูสวัดหายแล้ว เนื่องจากในขณะที่ไวรัส VZV เคลื่อนตัวไปตามแนวเส้นประสาทสู่ผิวหนังได้ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทส่วนปลาย (Peripheral nerve) ส่งผลให้เส้นประสาททำงานผิดปกติ โดยส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปสู่สมองรุนแรงกว่าปกติหรือส่งสัญญาณที่สับสนไปสู่สมอง ก่อให้เกิดอาการปวดที่เกิดจากความเสียหายของระบบประสาทที่เรียกว่า Neuropathic pain โดยจะมีอาการแสบปวดร้อน ปวดแปล๊บ หรือการรับความรู้สึกผิดเพี้ยนไปเช่น อาการปวดจากสิ่งกระตุ้นรุนแรงผิดปกติหรือมีอาการคัน ชา เป็นต้น กล่าวโดยสรุปคือไวรัส VZV ไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดรอยโรคที่ผิว แต่ยังสร้างความเสียหายให้กับเส้นประสาทด้วย จึงทำให้อาการปวดหลงเหลืออยู่แม้รอยโรคบริเวณผิวหนังจะหายไปแล้ว

ฝังเข็มรักษาอาการปวดจากงูสวัด ได้จริง โดยการกระตุ้นระบบประสาทให้ลดการส่งสัญญาณปวด ด้วยหลัก Gate control theory: กระตุ้น nerve fiber ประเภท A-beta fiber ให้แย่งส่งสัญญาณกระแสประสาทและยับยั้ง C-fiber ที่ทำหน้าที่ส่งกระแสประสาทความปวดแบบ Neuropathic pain ที่ผู้ป่วยอาการ PHN มี เมื่อกระแสประสาทถูกยับยั้ง ความรู้สึกปวดก็จะลดลงและหายไป

อาการปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัด (PHN) มีแบบไหนบ้าง?

ลักษณะอาการPHN สามารถแบ่งกลุ่มอาการสำคัญได้เป็น

  1. Spontaneous pain คืออาการปวดที่เกิดขึ้นเองโดยไม่มีสิ่งกระตุ้น ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดแม้ว่าจะไม่ได้สัมผัสอะไรเลย อาการปวดที่พบได้บ่อยที่สุดจะเป็นลักษณะปวดแสบปวดร้อนเหมือนถูกไฟลวก (Burning pain) ลักษณะการปวดอื่นๆ ที่พบได้อีก เช่น ปวดจี๊ดเหมือนถูกไฟช็อต (Electric shock like pain) เป็นช่วงๆ  ปวดแปล๊บแทงลึก(Stabbing pain)ตามแนวเส้นประสาท และปวดลึกๆ หน่วงๆ (Deep pain)
  2. Evoked pain คืออาการปวดจากสิ่งกระตุ้น แบ่งเป็น อาการเจ็บจากสิง่ที่ปกติไม่ควรเจ็บ (Allodynia) เช่น เสื้อผ้าสัมผัสเบาๆ และเจ็บมากผิดปกติเมื่อถูกสิ่งที่ควรเจ็บอยู่แล้ว (Hyperalgesia)
  3. Dysesthesia and Paresthesia คือภาวะความรู้สึกผิดปกติ ผู้ป่วยอาจมีอาการชา (Numbness) ซ่าๆ เหมือนเข็มทิ่ม (Tingling) หรือคันแบบที่เกาแล้วไม่หาย (Neuropathic itching)

ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่มีอาการ PHN มักจะปวดแบบ Allodynia และมีบริเวณที่ปวดอยู่ตามแนว Dermatome คือบริเวณผิวหนังส่วนที่รับความรู้สึกจากรากประสาทไขสันหลัง (Spinal nerve root) เพียงเส้นเดียวหรือคู่เดียว และอาจมีอาการทั้งปวด ชา และคันได้ในเวลาเดียวกัน

ฝังเข็มรักษาอาการปวดจากงูสวัดได้จริงโดยการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าจะกระตุ้นการทำงานของเส้นทางระบบประสาทส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมและส่งต่อความเจ็บปวดที่ชื่อ Descending pain modulation pathway ที่มี PAG (periaqueductal gray) และ RVM (rostral ventromedial medulla) เป็นหัวใจสำคัญ ทำให้เกิดการหลั่งสาร serotonin และ norepinephrine ซึ่งเป็นสารระงับปวดธรรมชาติ มาระงับอาการปวดในระดับไขสันหลังที่มีรอยโรค

(ภาพแสดง Dermatome)

เจาะลึกกลไก ฝังเข็มรักษาอาการปวดจากงูสวัด ช่วย”ดับปวด” ได้อย่างไร?

การฝังเข็มรักษาอาการปวดจากงูสวัดได้จากหลายกลไกดังนี้

  • กระตุ้นระบบประสาทให้ลดการส่งสัญญาณปวด ด้วยหลัก Gate control theory: กระตุ้น nerve fiber ประเภท A-beta fiber ให้แย่งส่งสัญญาณกระแสประสาทและยับยั้ง C-fiber ที่ทำหน้าที่ส่งกระแสประสาทความปวดแบบ Neuropathic pain ที่ผู้ป่วยอาการ PHN มี เมื่อกระแสประสาทถูกยับยั้ง ความรู้สึกปวดก็จะลดลงและหายไป
  • เพิ่มสารระงับปวดธรรมชาติ: การฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าจะกระตุ้นการทำงานของเส้นทางระบบประสาทส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมและส่งต่อความเจ็บปวดที่ชื่อ Descending pain modulation pathway ที่มี PAG (periaqueductal gray) และ RVM (rostral ventromedial medulla) เป็นหัวใจสำคัญ ทำให้เกิดการหลั่งสาร serotonin และ norepinephrine ซึ่งเป็นสารระงับปวดธรรมชาติ มาระงับอาการปวดในระดับไขสันหลังที่มีรอยโรค
  • ลดการอักเสบของเส้นประสาท: การฝังเข็มช่วยลดการหลั่งสารอักเสบIL-1β, IL-6, TNF-α จากการที่เส้นประสาทที่อักเสบและเสียหาย รวมถึงลด Substance P(SP) และ Calcitonin Gene-Related Peptide (CGRP) ที่ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาทด้านการปวด ส่งผลให้ลดอาการปวดแสบปวดร้อนและช่วยลดความไวต่อสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดการปวดในระยะยาว
  • แก้ไขภาวะ Ectopic discharge คือภาวะที่เส้นประสาทส่วนปลายยิงกระแสไฟฟ้าเองโดยไม่มีสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดอาการปวดแม้ไม่มีสิ่งกระตุ้น (Spontaneous pain) ซึ่งมีสาเหตุจากการเสียหายของเส้นประสาทส่วนปลาย
  • กระตุ้นภูมิคุ้มกันเพื่อให้ร่างกายกำจัดไวรัสได้เร็วขึ้น: ช่วยเพิ่ม NK cell activity ปรับสมดุลภูมิคุ้มกันของเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดTh1/Th2 เสริมการทำงานของภูมิคุ้มกัน

มุมมองศาสตร์แพทย์แผนจีนกับอาการงูสวัด

ในทางแพทย์แผนจีน งูสวัดคือโรค Shechuanchuang(蛇串疮)โรคดังกล่าวเกี่ยวข้องกับธาตุไฟซึ่งสัมพันธ์กับระบบอวัยวะตับเป็นหลัก เมื่อมีไฟในร่างกายมากเกินไป เกิดการสะสมจนเปลี่ยนเป้นภาวะพิษของไฟ(火毒)สะสมในร่างกาย และสามารถมีปัจจัยก่อโรคเพิ่มเติมคือลม และความชื้นเกิดภาวะร้อนชื้น แพทย์แผนจีนแบ่งลักษณะภาวะโรคนี้ได้เป็น

  • ภาวะเส้นลมปราณตับอุดกั้นร้อน(肝经郁热)
  • ม้ามพร่องความชื้นสะสม(脾虚湿蕴)
  • ชี่ (ลมปราณ) และเลือดติดขัด( 气滞血瘀)

สามารถรักษาด้วยการระบายไฟตับ-ถอนพิษลดปวด(清泻肝火,解毒止痛)บำรุงม้ามขับความชื้น-ถอนพิษลดปวด健脾利湿,解毒止痛)และปรับการไหลเวียนชื่กระตุ้นการไหลเวียนเลือด-ทะลวงเส้นลมปราณลดปวด(理气活血,通络止痛)

ฝังเข็มรักษาอาการปวดจากงูสวัดได้จริงโดยการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้า ช่วยลดการหลั่งสารอักเสบIL-1β, IL-6, TNF-α จากการที่เส้นประสาทที่อักเสบและเสียหาย รวมถึงลดSubstance P(SP) และ Calcitonin Gene-Related Peptide (CGRP)ที่ทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาทด้านการปวด ส่งผลให้ลดอาการปวดแสบปวดร้อนและช่วยลดความไวต่อสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดการปวดในระยะยาว

ฝังเข็มรักษาอาการปวดจากงูสวัดที่ Piyachart Clinic

ที่ Piyachart Clinic มีแนวทางการรักษาโรคงูสวัดด้วยการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าเป็นหลัก หลังการซักประวัติและวินิจฉัยเบื้องต้น แพทย์จีนจะฝังเข็มรักษาอาการปวดจากงูสวัด บริเวณรอบรอยโรคและกระตุ้นไฟฟ้าโดยเลือกใช้ความถี่ที่เหมาะสมกับลักษณะอาการปวดของผู้ป่วยเพื่อบรรเทาอาการปวดและกระตุ้นการฟื้นฟูเส้นประสาท

รวมทั้งอาจพิจารณาฝังเข็มที่จุดฝังเข็มอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อปรับสมดุลร่างกายและเสริมภูมิคุ้มกัน และเนื่องจากปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกิดโรคงูสวัดคือภูมิคุ้มกันต่ำ ซึ่งมีสาเหตุได้จากทั้งอายุที่มากขึ้น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออาการปวดและปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบให้การนอนไม่มีคุณภาพ ปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวเหล่านี้คือต้นเหตุของการเกิดโรค

ทางคลินิกเน้นการรักษาแบบองค์รวมที่ครอบคลุมไปถึงต้นตอสาเหตุของโรค ผู้ป่วยจึงสามารถเลือกรักษาเสริมด้วยการทานยาจีนตำรับเฉพาะบุคคลซึ่งจ่ายโดยแพทย์แผนจีนเพื่อเสริมสร้างและฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันได้ โดยแพทย์จีนจะทำการซักประวัติเพิ่มเติมตามหลักศาสตร์แพทย์แผนจีน ดูลิ้นและจับชีพจรเพื่อวินิจฉัยสภาวะร่างกายของผู้ป่วยในขณะนั้นและจ่ายยาตามความเหมาะสม

ข้อดีของการรักษาด้วยการฝังเข็มรักษาอาการปวดจากงูสวัด ที่เหนือกว่าการกินยาเพียงอย่างเดียว

แนวทางการรักษาโรคงูสวัดของแพทย์แผนปัจจุบันคือให้ยาต้านไวรัส เช่น Acyclovir, Famciclovir หรือ Valaciclovir เพื่อบรรเทาอาการและลดโอกาสเกิดอาการปวดเรื้อรัง ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการปวดรุนแรงแพทย์อาจพิจารณาให้ยากลุ่มบรรเทาอาการปวดปลายประสาท (Neuropathic Pain Modulators) เช่น ยากลุ่ม Gabapentinoids อย่าง Gabapentin, Pregabalin หรือยาต้านซึมเศร้า เช่น Amitriptyline ควบคู่กับยาต้านไวรัสในช่วงแรกภายใน 72 ชั่วโมง ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงได้โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ทานยาในโดสสูง เช่น ง่วงซึม เวียนศีรษะ หรือมีอาการบวมที่เท้า

การฝังเข็มสามารถบรรเทาอาการปวดและปรับสมดุลร่างกายผู้ป่วย ส่งผลให้สามารถลดโดสยารวมทั้งลดผลข้างเคียงจากยาแผนปัจจุบันได้ ทั้งยังสามารถปรับสมดุลร่างกาย ส่งเสริมการฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซึ่งช่วยให้ผู้ป่วยหายได้เร็วขึ้นและลดโอกาสการเป็นเรื้อรัง ส่งผลดีต่อร่างกายในระยะยาว เมื่อผู้ป่วยอาการปวดลดลง มีสมดุลร่างกายดีจากการรักษาที่ต้นเหตุ ก็จะส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและส่งเสริมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว

ฝังเข็มรักษาอาการปวดจากงูสวัด ที่ Piyachart Clinic มีแนวทางการรักษาโรคงูสวัดด้วยการฝังเข็มกระตุ้นไฟฟ้าเป็นหลัก หลังการซักประวัติและวินิจฉัยเบื้องต้น แพทย์จีนจะฝังเข็มบริเวณรอบรอยโรคและกระตุ้นไฟฟ้าโดยเลือกใช้ความถี่ที่เหมาะสมกับลักษณะอาการปวดของผู้ป่วยเพื่อบรรเทาอาการปวดและกระตุ้นการฟื้นฟูเส้นประสาท รวมทั้งอาจพิจารณาฝังเข็มที่จุดฝังเข็มอื่นๆ

คำแนะนำ ควรเริ่มฝังเข็มเมื่อไหร่?

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการฝังเข็มรักษาอาการ PHN คือหลังจากรอยโรคแผลงูสวัดบริเวณผิวหนังเริ่มแห้งแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงของผู้ป่วยในการติดเชื้อ

  • หากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในช่วงแรกตั้งแต่แผลเริ่มแห้ง แนะนำให้รักษาด้วยการฝังเข็ม 3-5 ครั้ง/สัปดาห์
  • หากอาการปวดเลยระยะเฉียบพลันหรือเป็นชนิดเรื้อรังหลายเดือนแพทย์จีนอาจพิจารณาความถี่ฝังเข็ม 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ขึ้นกับความรุนแรงของอาการปวดและระยะของโรค

การดูแลร่างกายของผู้ป่วยงูสวัด (PHN)

  1. ใช้ สบู่อ่อน / pH-balanced เพื่อลดการระคายเคืองผิว และทา moisturizer เป็นประจำเพื่อไม่ให้ปวดมากขึ้นจากผิวแห้ง หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัดและการขัดผิวแรงๆ
  2. ลดสิ่งกระตุ้นปวดด้วยการใส่เสื้อผ้าที่ทำจากผ้าฝ้ายซึ่งนุ่มและหลวม หลีกเลี่ยงผ้าหยาบและการเสียดสี  ในบางรายอาจใช้ผ้าก๊อซบาง ๆ ปิดผิวเพื่อลดแรงเสียดทาน
  3. สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดแสบปวดร้อนได้ ผู้ป่วยบางรายอาจตอบสนองกับการประคบอุ่นเบาๆ แต่ห้ามไม่ให้ร้อน/เย็นจัดเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงการปวดเพิ่มขึ้น
  4. การจัดการความปวดโดยไม่ใช้ยา หลีกเลี่ยงความเครียดที่เป็นปัจจัยกระตุ้นความปวด ทำกิจกรรมผ่อนคลายเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากอาการปวด
  5. ใช้ยาลดปวดภายใต้การดูแลของแพทย์
  6. ฟื้นฟูร่างกายด้วยการขยับเบาๆ หรือยืดเหยียด เลี่ยงการไม่ขยับเลยเนื่องจากทำให้ปวดมากขึ้นได้
  7. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
  8. ทานโปรตีนให้เพียงพอและทานอาหารอุดมไปด้วยวิตามินB1/B6/B12 เพื่อกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและระบบประสาท

ที่ปิยชาติคลินิกพร้อมให้บริการโดยทีมแพทย์แผนจีนมากประสบการณ์ ดำเนินกิจการมานานกว่า 10 ปีให้บริการทั้ง ฝังเข็ม ครอบแก้ว และยาจีน ภายใต้มาตรฐานการแพทย์ที่ปลอดภัยและใส่ใจในทุกขั้นตอนสาขาที่เปิดให้บริการ มีดังนี้

1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร ​​​เบอร์ติดต่อ : 085-955-9646

2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร ​เบอร์ติดต่อ : 081-630-3180

3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี ​​​เบอร์ติดต่อ : 093-113-4718

4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี ​​เบอร์ติดต่อ : 065-442-8987

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”