ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด รักษาได้ด้วยแพทย์แผนจีน! เปิดวิธีปรับสมดุลทั้งใจและกายสำหรับคุณแม่

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด รักษาได้ด้วยแพทย์แผนจีน! เปิดวิธีปรับสมดุลทั้งใจและกายสำหรับคุณแม่

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับคุณแม่หลายคน มากกว่าที่เราคิด โดยอาการซึมเศร้าหลังคลอด (postpartum blue) และโรคซึมเศร้าหลังคลอด (postpartum depression) มักเกิดหลังคลอดภายในเวลา 2-4 สัปดาห์และอาจจะมีอาการคงอยู่จนถึง 1 ปีหลังคลอด  สาเหตุหลักมักจะมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนหลังคลอด รวมถึงความเหนื่อยล้าจากการพักผ่อนไม่เพียงพอและการดูแลลูกอย่างต่อเนื่อง แพทย์แผนจีนสามารถอธิบายได้ว่าภาวะนี้เกิดจาก ร่างกายและพลังชีวิต (ชี่) ภายในเสียสมดุล ซึ่งสามารถดูแลและฟื้นฟูได้ด้วยการปรับสมดุลร่างกายอย่างเป็นองค์รวม

In this article

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดคืออะไร ทำไมเกิดขึ้นได้ง่าย?

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด คือกลุ่มอาการผิดปกติทางจิตเวช ที่เกิดขึ้นกับมารดาหลังการคลอดบุตร โดยมีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่ รุนแรงและยาวนานกว่าความเศร้าหลังคลอดทั่วไป (baby blues) จนส่งผลต่อการใช้ชีวิต การดูแลตนเอง และการดูแลทารก

โดยจากงานวิจัยในช่วงระยะหลังคลอดมารดามีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม โดยเฉพาะทางด้านอารมณ์มีความแปรปรวนอย่างมาก เกิดจากมีการเปลี่ยนแปลงของต่อมไร้ท่อ (endocrine change) มีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรน (progesterone) และความตึงเครียดทางจิตใจ การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมของมารดาหลังคลอด มีการปรับตัวด้านบทบาทหน้าที่ภรรยาอย่างเดียวไปสู่บทบาทการเป็นมารดา ที่ต้องรับผิดชอบในการอบรมเลี้ยงดูบุตรเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ ทำให้มารดาหลังคลอดเกิดความวิตกกังวล (anxiety) ไปต่างๆ นานาร่วมกับการมีซึมเศร้าหลังคลอด (postpartum blue) จะมีอาการหดหู่ใจ (depression) โดยไม่ทราบสาเหตุ
อาการนี้มักจะเกิดภายใน 2-3 วันหลังคลอดจะเป็นอยู่ชั่วคราวประมาณ 48-72 ชั่วโมงแล้วหายไปได้เอง หากอาการไม่ทุเลาลง ยังคงมีอาการอย่างต่อเนื่อง อาจนำไปสู่ซึมเศร้าหลังคลอดที่รุนแรงอย่างการทำร้ายตนเองหรือทำร้ายลูกจึงควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการรักษาโดยเร็วที่สุดร่วมกับการดูแลของคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิด

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด คือกลุ่มอาการผิดปกติทางจิตเวช ที่เกิดขึ้นกับมารดาหลังการคลอดบุตร โดยมีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่ รุนแรงและยาวนานกว่าความเศร้าหลังคลอดทั่วไป (baby blues) จนส่งผลต่อการใช้ชีวิต การดูแลตนเอง และการดูแลทารก

ทำไมถึงเกิดภาวะนี้ได้ง่ายหลังคลอด?

สำหรับปัจจัยการเกิดโรคภาวะซึมเศร้าหลังคลอดในทางการแพทย์แผนปัจจุบันมีได้หลายปัจจัย ดังนี้

1) การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

หลังคลอดระดับฮอร์โมนเพศอย่าง เอสโตรเจน และ โปรเจสเตอโรน ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์และระบบประสาท

2) สาเหตุทางอารมณ์และสังคม

ความเครียดจากการต้องดูแลลูกน้อย ความรู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อม ขาดการสนับสนุนจากครอบครัวหรือคู่ชีวิต ปัญหาเรื่องคู่ครองหรือปัญหาทางการเงิน ปัจจัยพวกนี้เพิ่มความเสี่ยงให้เกิดซึมเศร้าหลังคลอดได้ง่ายขึ้น เพราะความเครียดจะทำให้ร่างกายมีการหลั่ง ฮอร์โมน คอร์ติซอล (Cortisol) เนื่องด้วยเหตุนี้ความเครียดจึงเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดซึมเศร้าหลังคลอดอีกด้วย

3) ประสบการณ์ก่อนหน้า

คนที่มีประวัติซึมเศร้าก่อนคลอด หรือเคยมี PPD มาก่อน มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้มากกว่า

4) ความเครียดทางกายภาพ

อาการเหนื่อยล้าตามร่างกายจากการเลี้ยงลูกทารก หรือ การนอนไม่พอ ปัญหาการให้นม หรือปัญหาสุขภาพของลูก อาจเป็นตัวกระตุ้นอาการได้

(Vejthani International Hospital, n.d.), (Diop et al., 2020)

มุมมองของแพทย์แผนจีนต่อภาวะซึมเศร้าหลังคลอด?

การแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine: TCM) มีมุมมองต่อ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression) แตกต่างจากแพทย์ตะวันตก โดยไม่ได้มองเพียงว่าเป็นปัญหาทางจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่มองว่าเป็น ภาวะความไม่สมดุลของพลังชีวิต (Qi), เลือด (Blood), และสารจำเป็นของร่างกาย (Yin–Yang) ที่เกิดขึ้นจากการตั้งครรภ์และคลอดลูก ซึ่งส่งผลต่อระบบอวัยวะภายในและอารมณ์ของผู้หญิงทั้งร่างกายและจิตใจได้

แพทย์แผนจีนเชื่อว่าหลังคลอดร่างกายผู้หญิงเราประสบกับการ เสียพลังชีวิต (ชี่)และเลือดจำนวนมาก ซึ่งเป็น “สารจำเป็นของชีวิต” ที่สำคัญในการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะ

เลือด (Blood) – ทำหน้าที่หล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อและกระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น

ชี่ (Qi) – พลังชีวิตที่เคลื่อนไหวในร่างกายและควบคุมการไหลของพลังงานและอารมณ์

หยิน และ หยาง (Yin–Yang) – ดูแลเรื่องสมดุลภายในร่างกาย

เมื่อ “ชี่และเลือด” ขาดหรือไม่สมดุล จะเกิดอาการอ่อนเพลีย อารมณ์เศร้า วิตกกังวล และซึมเศร้าหลังคลอดตามมาได้ง่ายกว่า เราจึงให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูพลังเหล่านี้เพื่อสร้างความมีชีวิตชีวาและอารมณ์ที่สมดุลหลังคลอด

แพทย์แผนจีนมักจำแนกซึมเศร้าหลังคลอดตาม “รูปแบบความไม่สมดุล (Patterns of Disharmony)” ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีอาการเฉพาะที่ต่างกัน และแนวทางการรักษาก็แตกต่างกันตามนั้น เช่น

เลือดพร่อง (Blood Deficiency) การคลอดลูกมักจะทำให้ร่างกายเสียเลือดและชี่ ส่งผลให้หัวใจขาดการหล่อเลี้ยงด้านพลังและสารชีวิต มักจะมีอาการ อ่อนเพลีย หวาดระแวง ฝันมาก วิตกกังวล เป็นต้น อาจจะนำไป สู่ กลุ่มอาการหัวใจและม้ามพร่อง ตามมา

หยินพร่อง (Yin Deficiency) เป็นภาวะที่หยินพร่อง หรือลดลงมักเกิดจากการที่ ภาวะเลือดพร่องดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนทำให้สารหล่อเลี้ยงและพลังความเย็นของร่างกาย โดยเฉพาะหยินของหัวใจ ลดลง เมื่อร่างกายขาดความชุ่มชื้นและความสงบภายใน จะทำให้หยางมีความเด่นมากเกินสมดุล ส่งผลต่ออารมณ์และการนอนหลับ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ เหงื่อออกเวลากลางคืน รู้สึกร้อนภายใน กระสับกระส่าย วิตกกังวล นอนไม่หลับ และรู้สึกไม่สบายใจ ในมุมมองของการแพทย์แผนจีน ภาวะนี้สะท้อนถึงความไม่สมดุลระหว่างหยินและหยาง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลโดยเน้นการฟื้นฟูหยินและช่วยให้จิตใจกลับสู่ภาวะสมดุล

กลุ่มอาการเลือดคั่ง (Blood Stasis) เลือดที่ไหลเวียนไม่ดี (คั่ง) มักจะมีอาการปวดแน่นหน้าอก ความรู้สึกติดขัดภายใน พบได้ในกรณีที่ร่างกายยังมีเลือดคั่งค้างหลังคลอด หรือเกิดร่วมกับภาวะชี่พร่อง ส่งผลให้การไหลเวียนเลือดไม่ดี

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด อาการสำคัญ ได้แก่ อารมณ์ซึมเศร้า วิตกกังวล เหนื่อยล้า นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ไม่ผูกพันกับบุตร รู้สึกผิด คิดซ้ำ ๆ และอาจมีความคิดทำร้ายตนเองหรือกลัวเผลอทำร้ายลูก ส่งผลให้ควบคุมอารมณ์ได้ยากและไม่มั่นใจในการเป็นมารดา

อาการที่บ่งบอกว่าคุณแม่อาจมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด?

โดยจำแนกได้ตามอาการผิดปกติทางจิตที่พบได้ทางคลินิกที่สำคัญได้แก่

(จุฑามณี เรืองจิตทวีกุล, 2550)

– อาการเศร้าหลังคลอด (postpartum blues หรือ Maternity blues)

– ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (postpartum depression)

– โรคจิตหลังคลอด (postpartum psychosis)

1.    ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (postpartum depression หรือ Maternity blues)

อาการสำคัญ ได้แก่ อารมณ์ซึมเศร้า วิตกกังวล เหนื่อยล้า นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ไม่ผูกพันกับบุตร รู้สึกผิด คิดซ้ำ ๆ และอาจมีความคิดทำร้ายตนเองหรือกลัวเผลอทำร้ายลูก ส่งผลให้ควบคุมอารมณ์ได้ยากและไม่มั่นใจในการเป็นมารดา ภาวะนี้รุนแรงและยาวนานกว่าอาการเศร้าหลังคลอดทั่วไป ผู้ที่เคยมีประวัติมาก่อนมีความเสี่ยงเกิดซ้ำ การรักษาต้องอาศัยทั้งจิตบำบัดเพื่อช่วยให้เข้าใจและจัดการอารมณ์ตนเอง และการใช้ยาเพื่อลดอาการสำคัญ หากไม่รักษาอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างมารดา ทารก และครอบครัว

การรักษา จำเป็นต้องใช้ทั้งจิตบำบัดและการใช้ยา หากไม่ได้รับการรักษา อาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างมารดาและทารก รวมถึงความสัมพันธ์ในครอบครัว เป้าหมายของจิตบำบัดคือการช่วยลดความขัดแย้งภายในใจและเสริมสร้างความเข้าใจในอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง ขณะที่การใช้ยามีบทบาทในการบรรเทาอาการสำคัญ เช่น นอนไม่หลับและความอ่อนเพลีย

2.    โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression)

พบได้ประมาณร้อยละ 13 มักเกิดภายใน 4 สัปดาห์หลังคลอด แต่อาจพบช้า ภายหลังการคลอดบุตร 1 ปี จุดสังเกตสำคัญคืออาการนอนไม่หลับ หากเป็นเพียงความกังวลจากการดูแลบุตร มารดามักหลับได้เมื่อทารกหลับ แต่ในผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหลังคลอดจะยังคงนอนไม่หลับแม้ทารกหลับแล้ว

การรักษา ตั้งแต่ระยะแรกมีความสำคัญ เพราะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นซ้ำหรือพัฒนาเป็นภาวะเรื้อรัง โดยพบว่ามารดาที่มาฝากครรภ์ประมาณ 1 ใน 4 รายมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้าหลังคลอด

3.    โรคจิตหลังคลอด (Postpartum Psychosis)

เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก ประมาณ 1–2 ต่อการคลอด 1,000 ราย และพบได้ใกล้เคียงกันในทุกวัฒนธรรม ลักษณะเด่นคืออาการเกิดขึ้นรวดเร็ว มักเริ่มภายใน 3–4 วันแรกหลังคลอด โดยเริ่มจากนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หงุดหงิดง่าย ก่อนพัฒนาเป็นอาการสับสน วุ่นวาย พูดมาก เพ้อเจ้อ หรือมีพฤติกรรมแปลกผิดปกติผู้ป่วยอาจมีอารมณ์แปรปรวนรุนแรง ซึมเศร้า หรือตื่นตระหนก ร่วมกับอาการหลงผิดและประสาทหลอน เช่น เชื่อว่ายังไม่ได้คลอด บุตรเสียชีวิตหรือพิการ มีคนปองร้ายหรือจะลักพาตัวบุตร บางรายมีความจำและสมาธิลดลง คล้ายภาวะ toxic psychosis หรือเกิดจากความเครียดทางชีวภาพ มักพบในครรภ์แรก และพบร่วมกับประวัติโรคอารมณ์สองขั้ว (bipolar disorder) หรือโรคจิตเภท (schizophrenia) การติดตามระยะยาวพบว่าประมาณร้อยละ 95 ของผู้ป่วยจะพัฒนาเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว และร้อยละ 5 เป็นโรคจิตเภท ภาวะนี้มีความเสี่ยงสูงต่อการทำร้ายตนเองหรือทารก

แนวทางการรักษาจึงจำเป็นอย่างเร่งด่วนด้วยการรับประทานยา และในบางรายที่มีความคิดหรือพยายามฆ่าตัวตาย อาจพิจารณาการรักษาด้วยไฟฟ้า (ECT) การฆ่าบุตรพบได้น้อยมาก (ประมาณร้อยละ 0.2) แต่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและดูแลในโรงพยาบาล

วิธีการรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน?

กลุ่มเลือดพร่อง

แนวทางการรักษามุ่งเน้นการ เสริมสร้างการทำงานของม้าม เพิ่มพลังชี่ บำรุงเลือดและหัวใจ เพื่อช่วยให้จิตใจสงบและฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย

กลุ่มหยินพร่อง (Yin Deficiency)

แนวทางการรักษา จึงมุ่งเน้น การบำรุงหยิน เสริมเลือด ลดความร้อนภายใน และสงบจิตใจ เพื่อช่วยให้การทำงานของหัวใจ ตับ และไตกลับสู่ภาวะสมดุล ส่งผลให้อารมณ์คงที่และคุณภาพการนอนหลับดีขึ้น

กลุ่มอาการเลือดคั่ง (Blood Stasis)

แนวทางการรักษา สามารถกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ขจัดเลือดคั่ง และฟื้นฟูการไหลเวียนของชี่ เพื่อช่วยปรับสมดุลทั้งทางร่างกายและจิตใจ

ทำไมคุณแม่หลังคลอดหลายคนเลือกแพทย์แผนจีน?

คุณแม่หลังคลอดหลายคนเลือกดูแลรักษาด้วย แพทย์แผนจีน เพราะสอดคล้องกับทั้งสภาพร่างกาย จิตใจ และวิถีการใช้ชีวิตในช่วงหลังคลอด โดยเหตุผลสำคัญ ได้แก่

มองแบบองค์รวม (Holistic approach)

แพทย์แผนจีนมองร่างกาย จิตใจ และอารมณ์เป็นระบบเดียวกัน เหมาะกับภาวะหลังคลอดที่มีทั้งความอ่อนเพลีย ฮอร์โมนแปรปรวน อารมณ์แปรปรวน และความเครียด

เน้นการฟื้นฟูมากกว่าการกดอาการ

การใช้สมุนไพร อาหารบำรุง การฝังเข็ม หรือการปรับสมดุลหยิน–หยาง ช่วยฟื้นฟูเลือดและพลังชีวิต (ชี่) ที่สูญเสียไปจากการคลอด ไม่ได้มุ่งแค่บรรเทาอาการเฉพาะจุด

ช่วยดูแลอารมณ์และการนอนหลับ

แพทย์แผนจีนให้ความสำคัญกับหัวใจ ตับ และม้าม ซึ่งเกี่ยวข้องกับอารมณ์ ความคิด และการนอน จึงช่วยลดอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และนอนไม่หลับหลังคลอดได้

ทางเลือกที่อ่อนโยนต่อแม่และลูก

คุณแม่บางรายกังวลเรื่องผลข้างเคียงของยาแผนปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงให้นมบุตร แพทย์แผนจีนจึงถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ค่อยเป็นค่อยไปและปรับตามแต่ละบุคคล

เสริมการรักษาหลัก

หลายคนเลือกใช้แพทย์แผนจีนควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบัน เพื่อดูแลระยะฟื้นฟู ลดอาการเรื้อรัง และเสริมคุณภาพชีวิต

การรักษาภาวะซึมเศร้าหลังคลอดที่ “ปิยชาติคลินิก” เหตุผลหลักๆที่คุณแม่หลังคลอดหลายคนพิจารณาเลือกมารักษาภาวะซึมเศร้าหลังคลอดที่ ปิยชาติคลินิก เพราะ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดไม่ใช่เพียงปัญหาทางด้านอารมณ์ แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกาย ฮอร์โมน ระบบประสาท

การรักษาภาวะซึมเศร้าหลังคลอดที่ “ปิยชาติคลินิก”

เหตุผลหลักๆที่คุณแม่หลังคลอดหลายคนพิจารณาเลือกมารักษาซึมเศร้าหลังคลอดที่ ปิยชาติคลินิก เพราะ ซึมเศร้าหลังคลอดไม่ใช่เพียงปัญหาทางด้านอารมณ์ แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกาย ฮอร์โมน ระบบประสาท บทบาทชีวิตของผู้เป็นแม่ และผลจากสิ่งแวดล้อม ทั้งผู้คนรอบตัวของผู้เป็นแม่ การดูแลรักษาจึงต้องเข้าใจผู้ป่วยอย่างรอบด้าน ปิยชาติคลินิกให้ความสำคัญกับการรักษาแบบองค์รวม

แนวทางการดูแลของปิยชาติคลินิกเน้นการฟื้นฟูสมดุลภายในร่างกายตามหลักแพทย์แผนจีน เช่น การปรับสมดุลชี่และเลือดที่สูญเสียจากการคลอด การดูแลภาวะหยินพร่อง เลือดพร่อง และการทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และการนอนหลับ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของซึมเศร้าหลังคลอด

การรักษาถูกปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ไม่ใช้แนวทางเดียวกับทุกคน โดยคำนึงถึงสภาพร่างกาย ระยะหลังคลอด การให้นมบุตร และสภาวะทางอารมณ์ของคุณแม่แต่ละราย วิธีการรักษา เช่น การฝังเข็ม การใช้สมุนไพรจีน และการดูแลฟื้นฟูร่างกาย ล้วนมุ่งช่วยให้ร่างกายค่อย ๆ กลับสู่สมดุล พร้อมกับลดความตึงเครียด วิตกกังวล และอาการนอนไม่หลับ

ที่สำคัญ ปิยชาติคลินิกมองว่าการรักษาภาวะซึมเศร้าหลังคลอดไม่ใช่เรื่องของ “ความอ่อนแอ” แต่เป็นกระบวนการฟื้นฟูสุขภาพของผู้หญิงในช่วงเปลี่ยนผ่านที่เปราะบางที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต การดูแลด้วยความเข้าใจ ไม่ตัดสิน และให้เวลาร่างกายได้ฟื้นตัวอย่างเหมาะสม คือหัวใจของการรักษาที่คลินิกยึดถือมาโดยตลอด

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

Reference

RAMA Channel. (2017, August 19). ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด โรคที่คุณแม่หลายคนต้องเผชิญ. คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล. https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/gallery/ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด-โรคที่คุณแม่หลายคนต้องเผชิญ/

จุฑามณี เรืองจิตทวีกุล. (2550). ความชุกของภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และแรงสนับสนุนทางสังคมของมารดาหลังคลอด ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ [วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย]. คลังปัญญาจุฬาฯ. https://doi.org/10.58837/CHULA.THE.2007.639

Vejthani International Hospital. (n.d.). Postpartum depression. Vejthani International Hospital. https://www.vejthani.com/diseases-conditions/postpartum-depression/ โรงพยาบาลเวชธานี

DIOP S, TURMES L, JUCKEL G, et al. Postpartum depression and migration [J]. Nervenarzt, 2020, 91(9): 822-831.

Me & Qi. (n.d.). Postpartum depression in traditional Chinese medicine (TCM): Patterns & treatment. Me & Qi.