“แมะ” หรือ “ม่ายเจิ่น (脉诊)” คือหนึ่งในศาสตร์วินิจฉัยที่สำคัญของแพทย์แผนจีนที่มีหลักฐานปรากฎมากกว่า 5000 ปี สามารถตรวจสอบถึงภาวะสุขภาพหรืออาการเจ็บป่วยต่างๆได้ ทั้งยังช่วยแพทย์แผนจีนในการวินิจฉัยโรคให้แม่นยำและถูกกับตัวโรคได้มากขึ้น แล้ว “หมอแมะ” คืออะไร การแมะบอกโรคได้จริงหรือไม่ บทความนี้จะมาให้คำตอบกันค่ะ
การแมะคืออะไร?
การแมะ เป็นภาษาแต้จิ๋วที่เพี้ยนมาจากภาษาจีนกลาง ซึ่งคือคำว่า ม่ายเจิ่น (脉诊) หรือคือการตรวจวินิจฉัยด้วยเส้นชีพจร ในศาสตร์แพทย์แผนจีนนั้นเชื่อว่าชีพจรเป็นที่อยู่ของเลือดและชี่ ทั้งยังทำงานคู่กับเส้นลมปราณซึ่งเชื่อมอยู่กับอวัยวะต่างๆ ดังนั้นหากมีอวัยวะใดผิดปกติ เส้นชีพจรก็จะแสดงผลออกมาเป็นความเร็ว ความหนักเบาและความตื้นลึกที่ผิดปกติในการเต้นของชีพจร
หมอแมะทำอย่างไร? จับตำแหน่งไหนบ้าง?
หมอแมะจะใช้เนื้อบริเวณปลายนิ้วของนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง ค่อยๆวางเรียงทาบลงบนบริเวณข้อมือฝั่งนิ้วโป้งของคนไข้ ซึ่งจุดแรกจะตั้งอยู่บนแอ่งข้อมือของกระดูกเรเดียส (Radius) โดยเรียกเป็นตำแหน่งชุ่น กวาน ฉื่อ (寸关尺) หมอจะเริ่มแมะจากการนับจังหวะการเต้นของชีพจร ซึ่งในคนทั่วไป จะเต้นอยู่ประมาณ4-5 ครั้ง ต่อหนึ่งลมหายใจ หรือ 70-90 ครั้งต่อนาที ชีพจรไม่ลอยหรือจม ไม่ช้าไม่เร็วเกินไป เต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ไหลลื่นและมีกำลัง

ซึ่งจุดเด่นของชีพจรในคนปกติหรือสุขภาพแข็งแรงจะมีอยู่ 3 ข้อได้แก่ มีพลัง (有胃) มีจิตวิญญาณ (有神) มีราก (有根)
1.การที่ชีพจรมีพลัง (有胃) หมายถึงชีพจรที่พลังของชี่กระเพาะอาหาร โดยจะมีลักษณะไหลลื่น ไม่ติดขัด นุ่มนวล เพราะศาสตร์แผนจีนมองว่ากระเพาะเป็นทะเลแห่งแหล่งพลังงานหลังกำเนิด (胃为后天之气) แปรพลังงานจากอาหารที่เราทานเป็นชี่และเลือด คอยหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ดังนั้นหากชี่ของกระเพาะอาหารผิดปกติ การย่อยอาหารไม่สมบูรณ์ ชี่และเลือดที่อยู่ในเส้นเลือดก็จะมีการเปลี่ยนแปลงและแสดงผลออกมาเป็นการเต้นของชีพจรที่ผิดปกติด้วย การที่หมอแมะจับชีพจรชนิดนี้เจอจึงเป็นการยืนยันว่าแหล่งพลังงานของร่างกายยังครบถ้วนดี
2.ชีพจรที่มีจิตวิญญาณ (有神) หมายถึงชีพจรที่มีแรงในการเต้นดี แสดงถึงความแข็งแรงในการทำงานของหัวใจ กระเพาะอาหารและอวัยวะต่างๆ หากความแรงในการเต้นเบาลงหรือแรงบ้างเบาบ้าง ไม่อยู่ในระดับที่คงที่ อาจคาดคะเนได้ว่าอวัยวะหัวใจและกระเพาะอาหารมีความผิดปกติบางอย่างได้
3.ในตำแหน่งนิ้วนางหรือจุดฉื่อ(尺) ของหมอแมะจะมีไว้ตรวจสอบว่าชีพจรมีราก (有根) หรือไม่ โดยหมอแมะจะกดนิ้วนางลึกเกือบถึงชั้นกระดูกเพื่อหาการเต้นของชีพจร หากพบการเต้นที่สม่ำเสมอ จะเป็นแสดงว่ารากหรือพื้นฐานของพลังงานชีวิตยังปกติดี ซึ่งรากในที่นี้หมายถึงชี่ของไต เพราะไตในศาสตร์แผนจีนนอกจากจะเป็นที่คัดกรองสารน้ำต่างๆ ยังเป็นที่อยู่ของพลังงานชีวิตก่อนกำเนิด (肾为先天之气)
โดยมนุษย์เราแบ่งแหล่งพลังงานชีวิตเป็น 2 ช่วง คือก่อนกำเนิดหรือช่วงที่อยู่ในครรภ์ และหลังกำเนิด ช่วงก่อนกำเนิด ร่างกายจะใช้พลังงานชีวิตจากไตในการพัฒนาจากสภาพตัวอ่อน (fetus) เป็นสภาพทารกในครรภ์จนครบ 9 เดือน และกระเพาะอาหารจะรับหน้าที่เป็นแหล่งพลังงานชีวิตต่อหลังคลอดออกมา ดังนั้นหากรากมีความผิดปกติ จะสามารถคาดได้ว่าอวัยวะไตมีภาวะไม่สมบูรณ์และบางกรณีอาจอันตรายถึงชีวิตได้ {1}{3}
การแมะช่วยบอกโรคได้อย่างไร?
การแมะสามารถบอกโรคได้โดยการจับถึงความผิดปกติในการเต้นของชีพจรใน 3 ตำแหน่ง ชุ่น กวานฉือ (寸关尺) ของข้อมือคนไข้ทั้งสองข้าง ซึ่งแต่ละตำแหน่งจะแสดงถึงการทำงานของอวัยวะแตกต่างกัน ในด้านซ้ายของข้อมือคนไข้ เรียกจากชุ่น ไปกวานและฉื่อ จะเป็นของตำแหน่งอวัยวะ หัวใจ ตับ ไต และฝั่งขวาของคนไข้คือ ปอด ม้าม ไต


การตรวจแมะจะแบ่งตามลักษณะชีพจร 3 รูปแบบหลักคือ ระดับความตื่นลึกของชีพจรที่จับได้ ความช้าเร็วของชีพจร และกำลังของชีพจร ซึ่งแต่ละรูปแบบจะแสดงภาวะในร่างกายแตกต่างกัน
ในคนทั่วไปจะมีชีพจรอยู่ 3 แบบ คือ ห่วนม่าย – 缓脉 (ชีพจรเต้นประมาณ 4 ครั้งต่อหนึ่งลมหายใจ มานิ่มๆไม่ค่อยมีกำลัง) ฉือม่าย – 实脉(จับชีพจรได้ทั้ง 3 ตำแหน่งและมีกำลัง) ฉางม่าย – 长脉 (จับชีพจรเจอมากกว่า 3 ตำแหน่ง มักบ่งบอกได้อีกอย่างว่าอายุจะยืน)
ในคนสุขภาพดี ชีพจรจะมีลักษณะใหญ่ มาช้าๆนุ่มๆ มักพบในนักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ (ต้าม่าย – 大脉) และในผู้สูงอายุที่ร่างกายแข็งแรง ชีพจรจะมีลักษณะยาว และตึงเหมือนสายดีดพิณ (เสียนม่าย – 弦脉) แต่ในกลุ่มคนทั่วไป ชีพจรลักษณะนี้มักแสดงถึงอาการปวดได้เช่นกัน {2}{3}
| ประเภทชีพจร | ลักษณะเด่น | ชื่อชีพจร | คำอธิบายชีพจร | อาการที่แสดง |
| ฝูม่าย ( 浮脉 ) | แตะเบาแล้วเจอ | ฝูม่าย( 浮脉 ) | ชีพจรเต้นอยู่ใต้ผิวหนัง กดหนักแล้วยังเจอ เหมือนขอนไม้ลอยน้ำ | อาการจากภายนอกหยางพร่อง |
| หงม่าย( 洪脉 ) | ชีพจรลอย ใหญ่กว้างมาแรงไปอ่อน เหมือนคลื่นทะเลซัด | อาการร้อนปะทุอาการของเส้นลมปราณหยางหมิง | ||
| เฉินม่าย( 沉脉 ) | กดลึกจึงเจอชีพจร | เฉินม่าย( 沉脉 ) | กดเบาไม่เจอ กดจมลึกจึงเจอ | อาการภายใน |
| รั่วม่าย( 弱脉 ) | อยู่ลึก แต่เล็ก นุ่ม ไม่มีกำลัง | ชี่หยางพร่องชี่และเลือดพร่อง | ||
| ฉือม่าย( 迟脉 ) | ชีพจรเต้นไม่ถึง 4 ครั้ง ต่อหนึ่งลมหายใจหรือ60 ครั้งต่อนาที | ฉือม่าย( 迟脉 ) | ชีพจรเต้นช้า ไม่ถึง4ครั้งต่อหนึ่งลมหายใจ | อาการจากความเย็นพิษร้อนจิดอยู่ข้างใน |
| ห่วนม่าย( 缓脉 ) | จับชีพจรเต้นได้ 4 ครั้งต่อหนึ่งลมหายใจ ไม่ค่อยมีกำลัง | โรคความชื้นม้าม กระเพาะอาหารพร่องชีพจรคนทั่วไป | ||
| ชู่ม่าย( 数脉 ) | ชีพจรเต้นเกิน 5 ครั้งต่อหนึ่งลมหายใจ | ชู่ม่าย( 数脉 ) | นับชีพจรเต้นได้ 5-7 ครั้งต่อหนึ่งลมหายใจ หรือเกิน 90 ครั้งต่อนาที | อาการร้อนยินพร่องร้อนปะทุจากภายใน |
| ต้งม่าย( 动脉 ) | ชีพจรสั้น จับได้ถึงแค่จุดกวาน ลื่นและเร็ว เหมือนเม็ดถั้วเขียววิ่งในเส้นชีพจร | อาการปวดอาการตื่นตระหนก กังวล กลัว | ||
| ซูม่าย( 虚脉 ) | ชีพจรไม่มีกำลัง | ซูม่าย( 虚脉 ) | ชีพจรทั้งสามจุดไม่มีกำลัง ต้องกดเบาๆจึงจะสัมผัสได้ กดแล้วกลวง | ชี่และเลือดพร่อง |
| ซี่ม่าย( 细脉 ) | ชีพจรเล็กเหมือนเส้นด้าย | ชี่และเลือดพร่องเยอะอาการชื้น | ||
| ชื๋อม่าย( 实脉 ) | ชีพจรมีกำลัง | ชื๋อม่าย( 实脉 ) | ชีพจรมีกำลังทั้ง 3 จุด | อาการแกร่งชีพจรคนทั่วไป |
| ฮว๋าม่าย( 滑脉 ) | ชีพจรวิ่งไหลลื่น เหมือนไข่มุกวิ่งบนจาน | อาการความชื้น เสมหะอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อยอาการร้อนแกร่งชีพจรของคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ |

การแมะบอกโรคได้จริงไหม?
การแมะสามารถช่วยหมอแมะในการวินิจฉัยโรคและคาดคะเนประเภทของโรคได้ ทั้งนี้ต้องพิจารณาตวบคู่กับการซักประวัติและการดูลิ้นอีกครั้ง การวินิจฉัยจึงจะแม่นยำที่สุด
หมอแมะช่วยตรวจอาการอะไรได้บ้าง?
หมอแมะสามารถแมะตรวจอาการเจ็บป่วยต่างๆทั้งทางอายุรกรรมภายใน และการเจ็บปวดจากกล้ามเนื้อภายนอกได้ โดยอ้างอิงจากการแบ่งประเภทโรคตามแนวทางศาสตร์แพทย์แผนจีน เช่น ความสมดุลของหยินหยาง (阴阳辩证) สมดุลของธาตุทั้ง5 ชี่และเลือด (五行气血辩证) ปัจจัยก่อโรคภายนอกที่เข้ามากระทบ (六淫) {1}
ข้อดีของการแมะก่อนรักษา
เป็นการยืนยันอาการและโรคที่คนไข้เป็นอยู่ให้ชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากการแมะสามารถบอกสาเหตุของโรคได้มากพอสมควร ทำให้แพทย์เลือกรูปแบบการรักษาทั้งการฝังเข็ม จ่ายยาจีน หรือทุยหนาได้เจาะจงและเหมาะกับโรคได้มากขึ้น เพราะศาสตร์แผนจีนไม่ได้แค่รักษาตามอาการ แต่สืบไปถึงสาเหตุการเกิดโรคทั่งในทางกายภาพ จิตใจและสภาพแวดล้อมที่อยู่ ดังนั้น หากเรากำจัดสาเหตุการเกิดโรคออกไป ก็จะเป็นลดความถี่ ทั้งยังป้องกันในการกลับมาของโรคได้อีกด้วย
ใครเหมาะกับการแมะบ้าง ?
เหมาะสำหรับทุกคนที่ทั้งต้องการมาตรวจชีพจรเพื่อบำรุงดูแลร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ รวมถึงผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยต่างๆ และต้องการเข้ารับการรักษาโดยแพทย์แผนจีน
คนส่วนใหญ่มักมองว่าต้องป่วยก่อนจึงค่อยมารักษา แต่ศาสตร์แผนจีนเรามองต่างกัน ดังที่กล่าวในหัวข้อข้างต้น เรามองว่าภาวะเจ็บป่วยต่างๆ เกิดจากความไม่สมดุลของพลังงานและอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย หรือบางครั้งการที่เราอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมก็ทำให้เกิดโรคได้เช่นกัน ดังนั้นแพทย์แผนจีนจึงเน้นปรับสมดุลร่างกายให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมอีกครั้ง เพื่อทั้งรักษาและป้องกันโรคนั่นเอง

การแมะที่ “ปิยชาติคลินิก”
การแมะที่ปิยชาติคลินิก แพทย์แผนจีนจะทำการซักประวัติสุขภาพทั่วไป ตรวจร่างกายและประเมินอาการตามหลักแพทย์แผนจีน ด้วยการตรวจแมะชีพจรและดูลิ้น เพื่อวินิจฉัยโรคและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมเฉพาะบุคคล
ในกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ จะมีการตรวจความสมดุลของโครงสร้างสรีระและบุคลิกภาพเพิ่มเติม เนื่องจากสาเหตุของกลุ่มอาการเหล่านี้ ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่สมดุลของสรีระร่างกายและบุคลิกภาพที่ไม่ถูกต้อง ทั้งนี้แพทย์แผนจีนอาจให้คำแนะนำในการออกกำลังกายและการดูแลตนเองควบคู่ไปด้วย
โดยทั่วไป ระยะเวลาในการแมะและปรึกษาแพทย์จะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงและประเภทของอาการคนไข้ หลังจากแพทย์วินิจฉัยเสร็จเรียบร้อย แพทย์จะทำการออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับอาการคนไข้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นการฝังเข็มและจ่ายยาจีน ส่วนการรักษาด้วยนวดทุยหนามักใช้กับคนไข้ประเภทอาการปวดระดับต้นถึงปานกลาง หรือคนไข้ที่ต้องการรับการรักษาเพื่อบำรุงร่างกาย
“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”
References
- 文锋, 朱., 泽澄, 庄., 承玉, 吴., (2002). 诊断学 (1st ed., Vol. 十一五). 中国中医药出版社. csln. net/qksd/
- 春虎,吴., 烁, 李., 阿虎医考研究组., (2022). 中医执业医师资格考试表格速记 (1st ed., 一北京). 中国中医药出版社.
- Tang, A. C., Chung, J. W., & Wong, T. K. (2012). Validation of a novel traditional chinese medicine pulse diagnostic model using an artificial neural network. Evidence-based complementary and alternative medicine : eCAM, 2012, 685094. https://doi.org/10.1155/2012/685094

English
中文 (简体字)
Lastest Post
ฝังเข็ม
วิธีรักษาอาการปวดสะโพกร้าวลงขา ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก!
ฝังเข็ม
ปวดไหล่ตอนนอนจนสะดุ้งตื่น! รู้จักภาวะไหล่ติดกับการฝังเข็มทางเลือกรักษาที่ปิยชาติคลินิก
ฝังเข็ม
กล้ามเนื้ออักเสบ ฝังเข็มที่ไหนดี? ชี้เป้าคลินิกแพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก