“ยาจีนขมไหม?” “กินแล้วไตจะพังหรือเปล่า?” หรือ “แอบผสมสเตียรอยด์ไหม?” สารพัดความกังวลใจเหล่านี้ คือสิ่งที่คนไข้ใหม่มักถามหมอเสมอ ยาจีนไม่ใช่แค่สมุนไพรต้มหม้อดินแบบที่เคยเห็นในหนัง แต่คือศาสตร์การรักษาที่มีงานวิจัยรองรับและมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ปิยชาติคลินิก รวบรวมคำถามยอดฮิตมาตอบชัดๆ ในบทความเดียว เพื่อให้คุณเริ่มการรักษาได้อย่างมั่นใจ 100%

Q : ยาจีนที่ปิยชาติคลินิก ปลอดภัยไหม มีสเตียรอยด์หรือไม่?
A : ยาสมุนไพรจีนที่ทางปิยชาติคลินิกเลือกใช้มีความปลอดภัยสูง มีการจดขึ้นทะเบียนเลขที่ตำรับยา มีแหล่งผลิตและนำเข้าที่ถูกต้องชัดเจน มีมาตรฐานและขั้นตอนการผลิตอย่างถูกต้อง และไม่มีสเตียรอยด์สังเคราะห์ปนเปื้อน โดยปริมาณการทาน หรือตำรับยาจีนที่เลือกใช้ในคนไข้แต่ละรายจะแตกต่างกัน ซึ่งคุณหมอจะเป็นผู้ดูแลตรวจประเมินอาการ วินิจฉัย และเลือกใช้ตำรับยาจีนที่เหมาะสม ปลอดภัย และมีคุณภาพให้แก่คนไข้ ดังนั้นคนไข้ที่เข้ามารับบริการการรักษา สามารถไว้วางใจและมั่นใจได้เลยว่ามีความปลอดภัย อยู่ในการดูแลของคุณหมอในทีมปิยชาติคลินิกอย่างแน่นอน
Q : ยาจีนมีแบบไหนบ้าง?
A : ปัจจุบันยาจีนมีการพัฒนา ปรับปรุง และต่อยอด ทั้งในด้านงานวิจัยประสิทธิภาพในการรักษา กลุ่มโรคและอาการต่างๆ รวมถึงพัฒนารูปแบบของตัวสมุนไพรด้วยเช่นกัน โดยในปัจจุบันมีดังนี้
1.ยาต้ม คือ รูปแบบดั้งเดิมที่นำยาสมุนไพรจีนแบบแห้งชนิดต่างๆ มาผ่านกระบวนการต้มด้วยน้ำ จนเกิดเป็นสารสกัดสำคัญออกมาดื่ม โดยจุดเด่นคือออกฤทธิ์เร็ว ดูดซึมสารออกฤทธิ์ได้ไว มีความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สูง ประสิทธิภาพการรักษาดี และคุณหมอสามารถปรับปริมาณการใช้ยาให้เหมาะแก่คนไข้แต่ละรายได้อย่างแม่นยำ แต่จุดด้อยคือใช้เวลาในการจัดเตรียมนาน ไม่สะดวก และอาจมีรสหรือกลิ่นของสมุนไพรจีนชัดกว่ารูปแบบอื่นๆ
2.ยาสำเร็จรูป คือการนำยาสมุนไพรจีนมาแปรรูป เปลี่ยนแปลงเป็นลักษณะใช้ภายใน เช่น ลูกกลอน แคปซูล เม็ดตอก เป็นต้น หรือใช้ภายนอก เช่น ยาพ่นสเปรย์ ครีม บาล์มขี้ผึ้ง เป็นต้น ยาสำเร็จรูปมีจุดเด่นคือสะดวกในการทานและพกพา ไม่มีรสหรือกลิ่นที่ทำให้ยากต่อการทาน ส่วนจุดด้อยคือ ออกฤทธิ์ได้ช้า และใช้เวลาดูดซึมนานกว่า ความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์ไม่มาก และไม่สามารถปรับปริมาณการใช้สมุนไพรจีนแต่ละตัวให้แม่นยำและเหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายได้
3.ยาเคอลี่ หรือยาผงสกัดแห้ง คือการนำยาสมุนไพรจีนมาผ่านการสกัดแห้งให้อยู่ในรูปแบบผงหรือเกล็ด และสามารถนำมาชงกับน้ำร้อน เพื่อดื่มรับประทานได้ทันที จุดเด่นคือมีความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สูง ประสิทธิภาพดี ออกฤทธิ์ไว ดูดซึมเร็ว คุณหมอสามารถปรับปริมาณการใช้ยาให้เหมาะแก่คนไข้แต่ละรายได้อย่างแม่นยำ และสะดวกต่อการจัดเตรียม พกพาเพื่อทานอย่างต่อเนื่อง ส่วนจุดด้อยคืออาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ยังมีรสและกลิ่นสมุนไพรจีนอยู่ แต่จะอ่อนกว่าชนิดยาต้ม
Q : ทานยาจีนต่อเนื่องเป็นอันตรายต่อตับและไตจริงหรือ?
A : การทานยาจีน หากอยู่ภายใต้การควบคุมและดูแลของคุณหมอ เลือกทานอย่างถูกต้อง ปลอดภัย มี การรับรองและจดขึ้นทำเบียนยาอย่างถูกต้อง จะไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ แต่ในทางกลับกัน อาจเป็นอันตราย ต่อสุขภาพได้ หากใช้ยาจีนอย่างไม่ถูกต้อง ไม่ทราบแหล่งที่มา และไม่มีการรับรองหรือจดทะเบียน รวมถึงไม่อยู่ในการควบคุมและดูแลของคุณหมอ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าที่ปิยชาติคลินิกมีทีมคุณหมอคอยดูแล และเลือกใช้ยาจีนให้แก่คนไข้ทุกท่าน จึงไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพแน่นอน

Q : วิธีทานยาจีนร่วมกับยาแผนปัจจุบันให้ปลอดภัยและได้ผลดีที่สุด?
A : ยาจีนส่วนมาก สามารถทานร่วมกับยาแผนปัจจุบันได้ โดยจะแนะนำให้เว้นช่วงการรับประทานให้ ห่างกันประมาณ 1ชั่วโมง และทุกครั้งคนไข้ต้องแจ้งประวัติโรคประจำตัว ประวัติการใช้ยาประจำ ประวัติการ แพ้ยาและสมุนไพรของคนไข้แก่คุณหมอเจ้าของไข้ให้ทราบ เพื่อเป็นข้อมูลแก่คุณหมอในการประกอบ พิจารณาเลือกใช้ยาสมุนไพรจีน ให้มีความเหมาะสม มีประสิทธิภาพและมีปลอดภัยสูงสุดแก่คนไข้แต่ละราย
Q : ยาจีนแบบผงสารสกัด (Granule) คืออะไร ทำไมถึงได้รับความนิยมในปัจจุบัน? (ถ้าที่คลินิกไม่มี ไม่ต้องเขียนก็ได้ค่ะ)
A : ยาผงสกัดแห้ง หรือยาเคอลี่ คือการนำยาจีนมาผ่านการสกัดแห้งให้อยู่ในรูปแบบผงหรือเกล็ด และสามารถนำมาชงกับน้ำอุ่นหรือร้อน เพื่อดื่มรับประทานได้ทันที เป็นรูปแบบยาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากมีจุดเด่นคือมีความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์สูง ประสิทธิภาพดี ออกฤทธิ์ไว ดูดซึมเร็ว คุณหมอสามารถปรับปริมาณการใช้ยาให้เหมาะแก่คนไข้แต่ละรายได้อย่างแม่นยำ และยังสะดวกต่อการจัดเตรียม พกพาเพื่อทานอย่างต่อเนื่อง ส่วนจุดด้อยคืออาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ยังมีรสและกลิ่นสมุนไพรจีนอยู่ แต่จะอ่อนกว่าชนิดยาต้ม

Q : ต้องกินยาสมุนไพรจีนนานแค่ไหน?
A : ระยะเวลาในการทานสมุนไพรจีน ขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกาย ตัวโรคและอาการ รวมถึงระยะเวลาที่เกิดของ คนไข้แต่ละราย โดยส่วนมากคุณหมอจะให้รับประทานทุกวันต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น โรคหรืออาการ ฉับพลันมักจ่ายให้ทาน 1-2สัปดาห์ต่อเนื่อง โรคหรืออาการเรื้อรัง มักจ่ายให้ทาน 1-3เดือนต่อเนื่องขึ้นไป โดย จะนัดเข้ามาเพื่อติดตามอาการและตรวจดูชีพจรและลิ้น เพื่อประเมินสภาวะร่างกาย และประเมินตัวอาการ โรคอีกครั้ง ซึ่งมักมีการปรับตำรับยา ชนิดหรือปริมาณสมุนไพรจีนในแต่ละตัว เพื่อให้เหมาะสม สอดคล้องกับ สภาวะร่างกายในแต่ละช่วงของคนไข้ให้มากที่สุด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ และความปลอดภัยอย่างสูงสุดแก่ คนไข้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัย ประเมิน และการพิจารณาของคุณหมอแต่ละท่าน
Q : ทำไมยาสมุนไพรจีนต้องขม?
A : โดยส่วนมากสมุนไพรจีนมักเป็นส่วนประกอบของพืชเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น ส่วนใบ ราก ผล หรือลำต้น ซึ่ง องค์ประกอบเหล่านี้มักมีสารประกอบ ประเภทอัลคาลอยด์ (Alkaloids) และไกลโคไซด์ (Glycosides) ซึ่งมี รสขมโดยธรรมชาติ จึงทำให้มักพบว่าตำรับยาจีนที่คุณหมอเลือกจ่ายให้แก่คนไข้ มักจะมีรสขม หรืออาจมี กลิ่นคล้ายส่วนประกอบของพืช ที่อาจทำให้รับประทานยากในบางครั้ง
Q : สตรีมีครรภ์ทานสมุนไพรจีนได้ไหม?
A : โดยส่วนมากจะหลีกเลี่ยงการจ่ายสมุนไพรจีนให้แก่สตรีมีครรภ์ เนื่องจากสมุนไพรจีนบางชนิดมีความเสี่ยงต่อการฝังตัวของตัวอ่อน ซึ่งมีบางตำรับยาจีนที่ใช้สำหรับบำรุงสตรีมีครรภ์หรือบำรุงน้ำนม แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของคุณหมอทั้งแผนจีนและแผนปัจจุบันอย่างเคร่งครัด โดยแนะนำให้คนไข้แจ้งคุณหมอเจ้าของไข้ทันที ตั้งแต่ที่พบว่าตนเองตั้งครรภ์ เพื่อตรวจประเมิน และวางแนวทางการรักษาโรคหรืออาการที่เป็นอยู่แก่คนไข้อีกครั้ง

Q : อาหารแสลงที่ควรเลี่ยงขณะทานยาจีน เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ชัดเจน?
A : ควรเลี่ยงอาหารประเภทหมักดอง หน่อไม้ อาหารทะเล ของเย็นจัด ของรสจัด และควรเลี่ยงหัวไชเท้า โดยเฉพาะหากในตำรับยามีโสมเป็นส่วนประกอบ เนื่องจากของแสลงเหล่านี้มักล้างฤทธิ์ของสมุนไพรจีนบาง ชนิด รวมถึงส่งผลให้สภาวะร่างกายเสียสมดุลมากขึ้นได้ ทำให้ประสิทธิภาพการรักษาลดลง
Q : ทำไมต้องปรึกษาแพทย์แผนจีนก่อนซื้อยาทานเอง?
A : คนไข้แต่ละรายมีสภาวะร่างกาย สาเหตุของอาการและโรคที่แตกต่างกัน ดังนั้นสมุนไพรจีนหรือตำรับยา จีนที่เลือกใช้ย่อมแตกต่างกันเช่นเดียวกัน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่ต้องปรึกษาคุณหมอแพทย์แผนจีนทุก ครั้งที่จำเป็นต้องทานสมุนไพรจีน เพื่อให้คุณหมอได้ตรวจลิ้น ชีพจร ดูสภาวะร่างกายและซักประวัติ ประเมินอาการ จึงจะสามารถเลือกใช้ยาจีนได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องแม่นยำ มีประสิทธิภาพ และมี ความปลอดภัยอย่างสูงสุดให้แก่คนไข้ได้ รวมถึงการอยู่ในความดูแลของคุณหมอ คนไข้จะได้รับคำแนะนำที่ ถูกต้อง ลดผลข้างเคียงหรือความอันตรายต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงปฏิกิริยาระหว่างยาประจำตัวของ คนไข้ ดังนั้นการซื้อสมุนไพรจีนทานเองโดยไม่ตรวจก่อน จะทำให้ได้รับยาไม่ตรงโรค ไม่เห็นผล หรือเกิด อันตรายต่อสุขภาพได้ การปรึกษาคุณหมอแพทย์แผนจีนจึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและเกิดความ ปลอดภัยอย่างสูงสุด
Q : ทำไมต้องรักษาที่ ปิยชาติ คลินิก?
A : ที่ปิยชาติคลินิกเราเลือกใช้สมุนไพรจีนที่มีความปลอดภัยสูง มีการจดขึ้นทะเบียนเลขที่ตำรับยา มีแหล่ง ผลิตและนำเข้าที่ถูกต้องชัดเจน มีมาตรฐานและขั้นตอนการผลิตอย่างถูกต้อง และไม่มีสเตียรอยด์สังเคราะห์ ปนเปื้อน และมีการควบคุมดูแลการใช้ผ่านคุณหมอในทุกครั้ง โดยมีแพทย์ผู้มีประสบการณ์ในการให้ คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย แนะนำ และทำการรักษาอย่างเหมาะสมให้กับคนไข้ รวมถึงติดตามการรักษาและ ประเมินผลอย่างต่อเนื่องหากท่านใดสนใจเกี่ยวกับยาจีน ตำรับยาสมุนไพรจีน รวมถึงการฝังเข็ม ครอบแก้ว หรือกวาซา เพื่อดูแลสุขภาพองค์รวม ปรับสมดุล รวมถึงบำบัดรักษากลุ่มอาการและโรคต่างๆ หาก คุณกำลังมองหาคลินิกแพทย์แผนจีนที่ดูแลครบทั้งร่างกายและจิตใจ ที่ปิยชาติคลินิกพร้อมให้บริการโดยทีม แพทย์แผนจีนมากประสบการณ์ ดำเนินกิจการมานานกว่า 10 ปี ให้บริการทั้ง ฝังเข็ม ครอบแก้ว และยาจีน ภายใต้มาตรฐานการแพทย์ที่ปลอดภัยและใส่ใจในทุก ขั้นตอน สาขาที่เปิดให้บริการ มีดังนี้
1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ : 085-955-9646
2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ : 081-630-3180
3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี เบอร์ติดต่อ : 093-113-4718
4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี เบอร์ติดต่อ : 065-442-8987
“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

English
中文 (简体字)
Lastest Post
ฝังเข็ม
5 อาการบาดเจ็บที่เจอบ่อยจาก HYROX และวิธีดูแลตัวเองด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน!!
ฝังเข็ม
HYROX คืออะไร? คู่มือมือใหม่ และการเตรียมร่างกายก่อนแข่ง Hyrox Bangkok 2026
ครอบแก้ว
สีของรอยครอบแก้ว บอกอะไรในร่างกาย? อ่านสัญญาณสุขภาพจากศาสตร์แพทย์แผนจีน