ปวดประจำเดือน ฝังเข็มช่วยได้จริงหรือ? มุมมองการรักษาจากแพทย์แผนจีน

ปวดประจำเดือน ฝังเข็มช่วยได้จริงหรือ? มุมมองการรักษาจากแพทย์แผนจีน

อาการปวดหน่วง บีบรัด บริเวณท้องน้อยในช่วงที่มีประจำเดือนเป็นอาการที่ผู้หญิงส่วนใหญ่เคยเจอและคุ้นเคยกันดี แต่ในบางรายอาจมีอาการปวดมากหรือมีอาการร่วมอื่นๆ จนกระทบการใช้ชีวิตประจำวันแล้วแก้ปัญหาด้วยการทานยาแก้ปวด จะดีกว่าไหมถ้าสามารถบรรเทาอาการเหล่านี้ได้โดยพึ่งพาการใช้ยาน้อยลง บทความนี้จะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับ”อาการปวดประจำเดือน”ให้มากขึ้น และเข้าใจมุมมองและการรักษาอาการดังกล่าวด้วยวิธีทางแพทย์แผนจีน

In this article

อาการปวดประจำเดือนคืออะไร อาการที่พบบ่อย และประเภทของอาการปวด?

ปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea) เป็นอาการที่ผู้หญิงหลายคนเคยเจอ โดยสามารถพบได้มากถึง 45-95% ในหญิงวัยเจริญพันธุ์[1] อาการคือรู้สึกปวดหน่วง ปวดบีบ หรือปวดคล้ายตะคริวบริเวณท้องน้อยซึ่งระยะแสดงอาการสัมพันธ์กับประจำเดือน โดยมักมีอาการในช่วงก่อนมีประจำเดือน 1-2 วันหรือระหว่างที่มีประจำเดือน นอกจากนี้ยังสามารถพบอาการร่วมอื่นๆ เช่น อ่อนเพลีย ถ่ายเหลว คลื่นไส้ ปวดศีรษะ แม้ปวดท้องประจำเดือนจะเป็นอาการที่พบได้โดยทั่วไป แต่ความรุนแรงของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน อาการปวดประจำเดือนสามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท

1) Primary Dysmenorrhea คือ อาการปวดท้องประจำเดือนจากสาร prostaglandin ที่ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกและหลอดเลือดเกิดการบีบตัวเพื่อขับประจำเดือนออก 

2) Secondary Dysmenorrhea คืออาการปวดท้องประจำเดือนหรือปวดท้องน้อยที่มีความผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่หรือช็อกโกแลตซีสต์ อุ้งเชิงกรานอักเสบ เนื้องอกมดลูก พังผืดในอุ้งเชิงกราน เป็นต้น อาการปวดท้องประจำเดือนประเภทที่สองนี้มักมีความรุนแรงมากกว่าประเภทแรก โดยหากผู้ป่วยมีอาการปวดท้องน้อยมากหรือปวดนานผิดปกติ เช่นปวดเกือบตลอดทั้งเดือน ปวดมากจนต้องใช้ยาแก้ปวดตลอดเวลา ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วยเช่น มีไข้ อาเจียน ท้องเสียรุนแรง ควรพบแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมและรักษาแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของโรค

แพทย์แผนจีนกับอาการปวดประจำเดือน?

ในทางแพทย์แผนจีน อาการปวดมีสาเหตุหลักคือ การไหลเวียนติดขัด(不通则痛)และการหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ(不容则通)แพทย์แผนจีนมองว่าการปวดท้องประจำเดือนเกี่ยวข้องกับอวัยวะมดลูก ตับ และไตเป็นหลัก โดยมีสาเหตุได้จากหลายปัจจัย คือ ชี่และเลือดติดขัด(气滞血瘀) ความเย็นชื้นขังในร่างกาย(寒湿凝滞)หยางพร่องร่างกายเย็น( 阳虚内寒)ความร้อนชื้นอุดกั้นภายใน( 湿热瘀阻) ชี่และเลือดพร่อง(气血虚弱)และตับ-ไตพร่อง( 肝肾亏损)

หลักการรักษาจึงอยู่ที่การกระตุ้นการไหลเวียนแก้การติดขัดและบำรุงเพื่อเสริมสร้างการหล่อเลี้ยง เมื่อการไหลเวียนไม่ติดขัดและมีการหล่อเลี้ยงที่เพียงพอ อาการปวดก็จะหายไป(通则不痛,容则不痛)วิธีการรักษาโดยกระตุ้นการไหลเวียน ทำได้โดยการแก้ที่ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการติดขัด คือ กระตุ้นการไหลเวียนของชี่และเลือด กำจัดความเย็น-ความชื้น ขจัดความเย็นบำรุงยาง กำจัดความร้อน-ความชื้น ส่วนวิธีรักษาด้วยการบำรุงจะบำรุงชี่และเลือด ระบบตับและไต ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการปวดมีหลากหลาย แพทย์แผนจีนจะเป็นผู้วินิจฉัยภาวะอาการของผู้ป่วยแต่ละรายและพิจารณาวางแผนการรักษาเฉพาะรายบุคคลตามความเหมาะสม

การรักษาอาการปวดประจำเดือนด้วยศาสตร์การแพทย์แผนจีน?

แพทย์แผนจีนมีวิธีการรักษาที่หลากหลาย เช่น การฝังเข็ม ครอบแก้ว ยาจีน กัวซา รมยา เป็นต้น การรักษาที่นิยมใช้กับอาการปวดท้องประจำเดือนคือการฝังเข็มและอาจมีการกระตุ้นไฟฟ้า ขึ้นกับดุลพินิจแพทย์จีน นอกจากนี้การทานยาจีนก็สามารถปรับสมดุลร่างกายผู้ป่วยได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะโรคแบบพร่อง(虚证)อีกทั้งการครอบแก้วก็ยังเป็นส่วนเสริมที่ช่วยให้ประสิทธิภาพการรักษาดียิ่งขึ้น

ปวดประจำเดือน(Dysmenorrhea)เป็นอาการที่ผู้หญิงหลายคนเคยเจอ โดยสามารถพบได้มากถึง 45-95% ในหญิงวัยเจริญพันธุ์[1] อาการคือรู้สึกปวดหน่วง ปวดบีบ หรือปวดคล้ายตะคริวบริเวณท้องน้อยซึ่งระยะแสดงอาการสัมพันธ์กับประจำเดือน

จุดฝังเข็มที่ใช้บ่อยในการรักษา?

การฝังเข็มรักษาอาการปวดท้องประจำเดือนใช้จุดฝังเข็มหลายจุดบนเส้นลมปราณซึ่งกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น มือ เท้า แขน ขา ท้องน้อย สะโพก จุดฝังเข็มที่นิยมใช้เช่น Diji(地机), Sanyinjiao(三阴交), Taichong(太冲), Zusanli(足三里), Xuehai (血海), Qihai(气海) จุดฝังเข็มส่วนใหญ่กระจายอยู่บริเวณขาเป็นหลัก นอกจากนี้ยังสามารถใช้การฝังเข็มเพื่อลดอาการร่วมที่เกิดจากการปวดท้องประจำเดือนเช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ ท้องอืด อ่อนเพลีย ทั้งนี้แพทย์จีนจะเลือกใช้จุดฝังเข็มตามลักษณะอาการของผู้ป่วย

 การฝังเข็มช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้อย่างไร?

ตามหลักทฤษฎีทางแพทย์แผนจีน การฝังเข็มจะเป็นการปรับสมดุลร่างกายจากต้นตอที่เป็นสาเหตุของอาการปวด จุดฝังเข็มที่แพทย์จีนเลือกใช้แต่ละจุดมีสรรพคุณที่แตกต่างกัน เมื่อปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการปวดถูกแก้ไขหรือกำจัด ก็จะส่งผลให้อาการปวดหายไป

ในแง่กลไกการรักษาทางวิทยาศาสตร์ นักวิจัยพบว่ากลไกการทำงานของการฝังเข็มต่อการปวดท้องประจำเดือนจากสาร prostaglandin (Primary Dysmenorrhea) คือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความถี่สมองและปรับเครือข่ายประสาทสมองที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน คือ pain matrix, default mode network, salience network และ limbic system[2] ส่งผลให้อาการปวดลดลงหรือหายไป

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่ากลไกการเกิดอาการปวดท้องประจำเดือนมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการอักเสบที่ซับซ้อนภายในร่างกาย และการฝังเข็มสามารถช่วยลดอาการปวดโดยมีบทบาทในการลดการทำงานของสารก่ออักเสบ TNF-α, IL-1, IL-2 ลดการหดรัดตัวของมดลูก และปรับสมดุลเซลล์ภูมิคุ้มกัน (เช่น T lymphocytes) [3]

ข้อดีของการฝังเข็ม?

การฝังเข็มสามารถบรรเทาอาการปวดประจำเดือน รวมถึงลดการพึ่งพายาแก้ปวดแผนปัจจุบันได้ และเนื่องจากยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ที่เป็นยาหลักในการรักษาอาการปวดท้องประจำเดือนยังมีอัตราการรักษาที่ไม่ได้ผลสูงถึงประมาณ 20-30%[3] การฝังเข็มจึงเป็นทางเลือกที่แนะนำสำหรับผู้ป่วยที่มีการตอบสนองต่อยาน้อย

นอกจากนี้การฝังเข็มยังสามารถลดอาการร่วมอื่นๆ ที่มาพร้อมกับอาการปวดท้องประจำเดือนได้ รวมถึงสามารถปรับสมดุลร่างกายคนไข้ได้ในระยะยาว

ฝังเข็มนานแค่ไหนจึงเห็นผล?

กรณีที่ผู้ป่วยรับการฝังเข็มในขณะที่มีประจำเดือน (มีอาการปวดประเดือนอยู่) ฝังเข็มสามารถบรรเทาอาการปวดได้ภายในครั้งแรกของการรักษา และแนะนำให้รับรักษาต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาในระยะยาว

หากรับการรักษาขณะที่ไม่ได้มีประจำเดือนเองก็เช่นกัน และแนะนำให้รับรักษาต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1 ครั้ง นาน 4-8 สัปดาห์จึงเห็นผล

ทั้งนี้ผลรักษาขึ้นกับสภาพร่างกายผู้ป่วย หากอาการปวดรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนร่วมด้วย เช่น เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ ก็จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาการรักษาเพิ่มขึ้น งานวิจัยพบว่าในช่วงระยะเวลา 12 สัปดาห์ของการฝังเข็มสามารถลดอาการปวดท้องประจำเดือนจากภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ได้[4] อย่างไรก็ตามแนะนำให้ผู้ป่วยรักษาด้วยวิธีทางแพทย์แผนปัจจุบันควบคู่กับการฝังเข็มเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

การฝังเข็มช่วยลดอาการปวดประจำเดือน เป็นการปรับสมดุลร่างกายจากต้นตอที่เป็นสาเหตุของอาการปวด จุดฝังเข็มที่แพทย์จีนเลือกใช้แต่ละจุดมีสรรพคุณที่แตกต่างกัน เมื่อปัจจัยที่เป็นสาเหตุของการปวดถูกแก้ไขหรือกำจัด ก็จะส่งผลให้อาการปวดหายไป

ฝังเข็มรักษาอาการปวดท้องประจำเดือนเจ็บไหม ปลอดภัยหรือไม่ ผลข้างเคียงที่สามารถพบได้จากการฝังเข็ม?

เข็มที่ใช้ในการฝังเข็มมีหลายขนาด แพทย์จีนจะเลือกใช้เข็มตามความเหมาะสมโดยพิจารณาจากบริเวณที่ฝังเข็มเป็นหลัก แต่เข็มที่ใช้จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางค่อนข้างเล็ก คือ 0.25mm.

  • ผู้ป่วยอาจมีความรู้สึกเจ็บเหมือนโดนมดกัดขณะที่แพทย์จีนทำการลงเข็มและอาจเกิดความรู้สึกตึง หน่วง ตื้อ บริเวณที่ถูกฝังเข็ม แต่ไม่มีอันตรายที่ต้องกังวลหากปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จีน
  • ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้คือมีเลือดออกเล็กน้อยและ/หรือเกิดรอยช้ำบริเวณจุดที่ลงเข็ม ซึ่งในคนทั่วไปสามารถหายได้เอง

ใครไม่เหมาะกับการรักษาอาการปวดท้องประจำเดือนด้วยการฝังเข็ม?

ผู้ป่วยที่มีภาวะเลือดหยุดไหลยาก เช่น ผู้ป่วยฮีโมฟีเลีย ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงโดยไม่ได้ทานยาควบคุม เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แนะนำให้เข้ารับการรักษา นอกจากนี้หากแพทย์จีนพิจารณาว่าผู้ป่วยมีสภาพร่างกายพร่องมาก อาจพิจารณาให้ทานยาจีนควบคู่กับการฝังเข็ม

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการฝังเข็มรักษาอาการปวดประจำเดือน?

1. พักผ่อนให้เพียงพอ

2. ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนเข้ารับการฝังเข็มอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

3. ทานอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับการรักษาหรืออยู่ในภาวะไม่หิวหรืออิ่มจนเกินไป

4. หากมีโรคประจำตัวเช่น ความดัน เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง สามารถทานยาได้ปกติก่อนเข้ารับการรักษา

ขั้นตอนการฝังเข็มรักษาอาการปวดประจำเดือน?

1. ผู้ป่วยแจ้งความประสงค์รับการรักษาที่หน้าเคาน์เตอร์หรือติดต่อจองคิวล่วงหน้าตามช่องทางต่างๆ เช่น โทรศัพท์ ไลน์ หรือเพจ Facebook

2. แจ้งอาการเบื้องต้นที่ต้องการรักษา กรอกข้อมูลทำใบประวัติการรักษา อ่านและเซ็นหนังสือยินยอมเข้ารับการรักษา

3. รอเจ้าหน้าที่ขานชื่อและนำทางไปห้องรักษา

4. เจ้าหน้าที่วัดความดันผู้ป่วยและบันทึกลงใบประวัติการรักษา

5. หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนชุด เจ้าหน้าที่จะนำชุดใหม่มาให้เปลี่ยนก่อนรับการรักษา

6. แพทย์จีนซักประวัติอาการ ดูลิ้น จับชีพจร วินิจฉัยเบื้องต้น และวางแผนการรักษาให้ผู้ป่วย

7. ผู้ป่วยรับการฝังเข็ม โดยทั่วไปจะฝังในท่านอนหงาย หลังฝังเข็มมักอุ่นโคมอินฟาเรดและค้างเข็มไว้ประมาณ 30นาที

8. เจ้าหน้าที่เข้ามาถอนเข็มเมื่อครบเวลา หากไม่มีการรักษาเพิ่มเติม ผู้ป่วยเปลี่ยนชุดและออกมาชำระค่ารักษาพยาบาลที่บริเวณเคาน์เตอร์

9. ผู้ป่วยลงนัดการรักษาล่วงหน้าหรือแจ้งนัดคิวภายหลังตามช่องทางที่สะดวก

การดูแลตนเองเมื่อมีอาการปวดท้องประจำเดือน?

เมื่อมีอาการปวดท้องประจำเดือนสิ่งสำคัญที่สุดอันดับแรกคือควรประเมินความรุนแรงของอาการตนเองก่อน หากพบว่าอาการปวดรุนแรง ปวดนานผิดปกติหรือมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่น ไข้ ท้องเสียรุนแรง ปวดท้องขณะมีเพศสัมพันธ์ ควรพบแพทย์แผนปัจจุบันเพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมและรับการรักษา

แต่หากอาการไม่รุนแรง สามารถดูแลตนเองได้โดยหลีกเลี่ยงอยู่ในที่เย็น รักษาร่างกายให้อบอุ่น ประคบอุ่นบริเวณท้องน้อยด้วยกระเป๋าน้ำร้อน หลีกเลี่ยงอาหารมันทอด อาหารย่อยยากหรืออาหารที่มีฤทธิ์เย็นหรือร้อนเกินไป เช่น น้ำเย็น ทุเรียน ฯลฯ นอนหลับให้เพียงพอและมีคุณภาพ เลี่ยงหรือลดความเครียด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นต้น นอกจากนี้การดื่มน้ำขิงอุ่นผสมน้ำตาลทรายแดงก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ชาวจีนนิยมใช้เพื่อบรรเทาอาการปวด เนื่องจากขิงมีฤทธิ์อุ่น ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ขับความเย็นในร่างกาย บรรเทาอาการคลื่นไส้ ส่วนน้ำตาลทรายแดงมีรสหวาน บำรุงร่างกายให้รู้สึกสดชื่นและช่วยปรับรสชาติให้ดื่มง่ายขึ้น

รักษาอาการปวดประจำเดือนที่ปิยชาติคลินิก ผู้ป่วยจะได้รับการซักประวัติ จับชีพจร ดูลิ้นเพื่อวิเคราะห์ลักษณะอาการ วินิจฉัยอาการเบื้องต้น วางแผนการรักษาและดูแลรักษาจากแพทย์แผนจีนที่มีประสบการณ์ในห้องรักษาที่มีความเป็นส่วนตัว ซึ่งทางคลินิกมีบริการการรักษาที่หลากหลาย ทั้งการฝังเข็ม ครอบแก้ว ยาจีนแคปซูล

ทำไมถึงควรรักษาอาการปวดประจำเดือนที่ “ปิยชาติคลินิก”?

อาการปวดท้องประจำเดือนแม้ไม่รุนแรงแต่ก็สามารถรบกวนชีวิตประจำวันได้ การรักษาที่ปิยชาติคลินิกผู้ป่วยจะได้รับการซักประวัติ จับชีพจร ดูลิ้นเพื่อวิเคราะห์ลักษณะอาการ วินิจฉัยอาการเบื้องต้น วางแผนการรักษาและดูแลรักษาจากแพทย์แผนจีนที่มีประสบการณ์ในห้องรักษาที่มีความเป็นส่วนตัว ซึ่งทางคลินิกมีบริการการรักษาที่หลากหลาย ทั้งการฝังเข็ม ครอบแก้ว ยาจีนแคปซูลที่สะดวกและทานง่าย รวมทั้งบริการจัดตำรับยาจีนเฉพาะบุคคล โดยมีจุดประสงค์หลักคือเพื่อบรรเทาอาการและลดการพึ่งพายาแผนปัจจุบัน และสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการรักษาและปรับสมดุลร่างกายในระยะยาว สามารถเลือกรักษาด้วยการฝังเข็ม ครอบแก้ว และทานยาจีนควบคู่เพื่อประสิทธิภาพการรักษาสูงสุด

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

Reference 

[1] Kirsch E, Rahman S, Kerolus K, Hasan R, Kowalska DB, Desai A, Bergese SD. Dysmenorrhea, a Narrative Review of Therapeutic Options. J Pain Res. 2024 Aug 15;17:2657-2666.

[2] Chen B, Guo Q, Zhang Q, Di Z, Zhang Q. Revealing the Central Mechanism of Acupuncture for Primary Dysmenorrhea Based on Neuroimaging: A Narrative Review. Pain Res Manag. 2023 Feb 18;2023:8307249.

[3] Yu WY, Ma LX, Zhang Z, Mu JD, Sun TY, Tian Y, Qian X, Zhang YD. Acupuncture for Primary Dysmenorrhea: A Potential Mechanism from an Anti-Inflammatory Perspective. Evid Based Complement Alternat Med. 2021 Dec 3;2021:1907009.

[4] Li PS, Peng XM, Niu XX, Xu L, Hung Yu Ng E, Wang CC, Dai JF, Lu J, Liang RN. Efficacy of acupuncture for endometriosis-associated pain: a multicenter randomized single-blind placebo-controlled trial. Fertil Steril. 2023 May;119(5):815-823.