วัยทอง อารมณ์แปรปรวน รักษาด้วยแพทย์แผนจีนได้จริงหรือ?

วัยทอง อารมณ์แปรปรวน รักษาด้วยแพทย์แผนจีนได้จริงหรือ?

วัยทอง หรือที่เรียกว่า “วัยหมดประจำเดือน” เป็นช่วงสำคัญช่วงหนึ่งในชีวิตของผู้หญิง ที่ร่างกายเริ่มปรับตัวจากการทำงานของฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป หลายคนอาจเริ่มรู้สึกว่าอารมณ์แปรปรวน เหนื่อยง่าย ใจสั่น ร้อนวูบวาบ หลับยาก หรือหลับไม่สนิท อาการเหล่านี้อาจค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว และส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และความมั่นใจในตนเอง

สำหรับแพทย์แผนจีน วัยทองคือกระบวนการเปลี่ยนผ่านของพลังชีวิตในร่างกายผู้หญิง เมื่อระบบภายในโดยเฉพาะพลังของไต เลือด และหยิน–หยางเริ่มเปลี่ยนแปลง หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ร่างกายจะสามารถปรับตัวได้ดี ลดความรุนแรงของอาการ และก้าวเข้าสู่วัยใหม่ด้วยสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายและใจ

ด้วยเหตุนี้ผู้หญิงหลายๆ ท่าน จึงมองหาทางเลือกในการรักษา เช่น การฝังเข็มหรือการใช้สมุนไพรจีน เพื่อช่วยฟื้นฟูสมดุลของร่างกายจากภายใน และเสริมคุณภาพชีวิตในช่วงวัยทองให้ดียิ่งขึ้น

อาการวัยทองคืออะไร?

สาเหตุหลักของอาการวัยทองคือการลดลงตามธรรมชาติของ ฮอร์โมนเพศหญิง ได้แก่ เอสโตรเจน (estrogen) และโปรเจสเตอโรน (progesterone) ซึ่งผลิตจากรังไข่

เอสโตรเจนมีหน้าที่ควบคุมรอบประจำเดือนและการตกไข่ อีกทั้งยังช่วยในการเผาผลาญแคลเซียม และช่วยรักษาระดับคอเลสเตอรอลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ จึงมีบทบาทในการป้องกันโรคกระดูกพรุนและลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ

ส่วนโปรเจสเตอโรนมีหน้าที่ช่วยในการฝังตัวของไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิ รักษาการตั้งครรภ์ให้เป็นปกติ ควบคุมความดันโลหิต รวมถึงช่วยส่งเสริมอารมณ์และคุณภาพการนอนหลับ

อาการวัยทอง คือ ประจำเดือนมักจะมาห่างออกและน้อยลงไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะมีการสิ้นสุดขิงประจำเดือน มีอาการร้อนวูบวาบ และเหงื่อออกมากช่วงกลางคืน เกิดอาการซึมเศร้า หงุดหงิด กังวลใจ ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง และมันสัมพันธ์กับอาการนอนไม่หลับ

อาการวัยทองที่พบบ่อย?

เมื่อระดับฮอร์โมนเพศลดลงจากการเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ผู้หญิงจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในร่างกาย ทั้งทางกายและจิตใจ

สตรีที่ย่างเข้าอายุ 40 ตอนปลาย รังไข่จะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง ทำให้มีอาการผิดปกติต่างๆ เกิดขึ้น ซึ่งแบ่งได้ 3 ระยะสำคัญ ดังนี้

  1. ระยะเริ่มต้น : อาการมักเกิดขึ้นภายใน 1 ปีแรกของการหมดประจำเดือน
  • ประจำเดือนมักจะมาห่างออกและน้อยลงไปเรื่อยๆ ก่อนที่จะมีการสิ้นสุดขิงประจำเดือน 
  • มีอาการร้อนวูบวาบ และเหงื่อออกมากช่วงกลางคืน
  • เกิดอาการซึมเศร้า หงุดหงิด กังวลใจ ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง และมันสัมพันธ์กับอาการนอนไม่หลับ
  1. ระยะกลาง : มักเกิดขึ้นภายใน 3-5 ปี หลังจากหมดประจำเดือน
  • ช่องคลอดแห้ง คันบริเวณปากช่องคลอด มีการ อักเสบของช่องคลอดบ่อย เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ทำให้ความ ต้องการทางเพศลดลง อาจมีการหย่อนของมดลูกและผนัง ช่องคลอด ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้
  • ผิวหนังเหี่ยวย่น แห้ง คัน ซ้ำได้ง่าย แม้ถูกกระทบกระแทกเพียงเล็กน้อย
  • เต้านมมีขนาดเล็กลง และหย่อนยาน

3. ระยะยาว : เป็นอาการที่เกิดขึ้นภายหลังหมดประจำเดือนไปแล้ว 5-10 ปี

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) ในช่วง 5 ปีแรกหลังหมดประจำเดือน การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนจะทำให้เกิดการบางตัวและการสูญเสียมวลกระดูกอย่างรวดเร็ว

• มวลกระดูกลดลง ร้อยละ 3–5 ต่อปี

• ขณะที่ในช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือน มวลกระดูกจะลดลงเพียงประมาณ ร้อยละ 0.5 ต่อปี ผลที่ตามมา คือ

• สตรีวัยหมดประจำเดือนมีความเสี่ยงสูงต่อภาวะ กระดูกบาง (osteopenia) และ กระดูกพรุน (osteoporosis) กระดูกหักได้ง่าย แม้จากการล้มเพียงเล็กน้อย

โรคหัวใจและหลอดเลือด (Cardio-vascular Disease)

เมื่อสตรีย่างเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนจะเริ่มมีอัตราการเกิดโรคดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหมดประจำเดือน

นอกจากนี้ยังพบว่าสตรีที่หมดประจำเดือน จากการ ผ่าตัดรังไข่ออกทั้งสองข้างมีความเสี่ยงเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน สูงกว่าสตรีที่ไม่ได้ผ่าตัดในอายุเดียวกันถึง 7 เท่า

ทั้งนี้การขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของระดับไขมันในเลือด ได้แก่

  • ระดับ cholesterol เพิ่มขึ้น
  • ระดับ LDL (low density lipoprotein) เพิ่มขึ้น
  • ระดับ HDL (high density lipoprotein) ลดลง
อาการวัยทอง ช่องคลอดแห้ง คันบริเวณปากช่องคลอด มีการ อักเสบของช่องคลอดบ่อย เจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ ทำให้ความ ต้องการทางเพศลดลง อาจมีการหย่อนของมดลูกและผนัง ช่องคลอด ปัสสาวะบ่อย กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้ ผิวหนังเหี่ยวย่น แห้ง คัน ซ้ำได้ง่าย แม้ถูกกระทบกระแทกเพียงเล็กน้อย

แพทย์แผนจีนมองอาการวัยทองอย่างไร?

ในคัมภีร์แพทย์แผนจีนโบราณหวงตี้เน่ยจิง (Huang Di Nei Jing) ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อผู้หญิงมีอายุประมาณ 49 ปี เทียนกุ้ย (天癸) ซึ่งเป็นสารสำคัญที่หล่อเลี้ยงร่างกายและสนับสนุนระบบสืบพันธุ์จะค่อย ๆ หมดลง

สาเหตุพื้นฐานของภาวะนี้คือ ภาวะไตพร่อง เนื่องจากแพทย์แผนจีนถือว่า ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดในการควบคุมระบบสืบพันธุ์ ในช่วงวัยหมดประจำเดือน พลังงานและเลือดในเส้นลมปราณ เริ่น (Ren) และชง (Chong) ซึ่งทำหน้าที่หล่อเลี้ยงอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิงจะลดลง ส่งผลให้ประจำเดือนหยุดลง

เมื่อเป็นเช่นนี้ ผู้หญิงจะสูญเสียความสามารถในการเจริญพันธุ์ และกระบวนการชราภาพจะเห็นได้ชัดและเกิดเร็วขึ้น รวมถึงเกิดสัญญาณของความเสื่อมอื่น ๆ เช่น ฟันหลุดร่วง ผมร่วง กระดูกพรุน

การรักษาวัยหมดประจำเดือนในมุมมองของ แพทย์แผนจีน สามารถรักษาด้วยการฝังเข็ม, ใช้สมุนไพรจีนตามกลุ่มอาการ และปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต

1.ไตหยินพร่อง (肾阴虚证)

อาการหลัก: เวียนศีรษะ, มีเสียงในหู (Tinnitus), ปวดเมื่อยเอวและปวดเข่า, ร้อนวูบวาบ, นอนไม่หลับฝันเยอะ, ปากแห้งคอแห้ง, ผิวหนังคัน, ประจำเดือนมาไม่ปกติ

หลักการรักษา: บำรุงไตยิน,ควบคุมพลังหยาง (滋肾养阴,育阴潜阳)

ตำรับยาพื้นฐาน: ลิ่วเว่ยตี้หวงหวัน (六味地黄丸) ร่วมกับการเพิ่มตัวยาอื่นๆ เช่น กระดองเต่า (生龟甲), เปลือกหอยมุก (生牡蛎)

2.ไตหยางพร่อง (肾阳虚证)

อาการหลัก: เวียนศีรษะ, เสียงในหู, ปวดเอวเข่าเย็น, กลัวหนาว, ปัสสาวะบ่อยหรือกลั้นไม่อยู่, ประจำเดือนมาน้อยและสีจาง, ใบหน้าหมองคล้ำ, ลิ้นซีด

หลักการรักษา: อุ่นไตและเสริมพลังหยาง, บำรุงสารจำเป็นและเลือด (温肾壮阳,填精养血)

ตำรับยา: อิ้วกุยกุ่ยหวัน (右归丸) 

3.หยินและหยางพร่องทั้งคู่ (肾阴阳俱虚者)

อาการหลัก: หยินและหยางพร่องจะมีอาการทั้งกลัวหนาวและมีอาการร้อนวูบวาบเหงื่อออกสลับกัน 

ตำรับยา: เอ้อเซียนทัง (二仙汤) ในการปรับสมดุล

การฝังเข็มรักษาวัยทอง เป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพในการปรับการไหลเวียนของพลังชี่ (Qi) และฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย ตามแนวคิดแพทย์แผนจีน อาการวัยทองมักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบตับและไต แพทย์จึงเลือกจุดฝังเข็มที่ช่วยเสริมและปรับสมดุลของระบบทั้งสองนี้

ฝังเข็มช่วยอาการวัยทองได้อย่างไร?

การฝังเข็มเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพในการปรับการไหลเวียนของพลังชี่ (Qi) และฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย ตามแนวคิดแพทย์แผนจีน อาการวัยทองมักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบตับและไต แพทย์จึงเลือกจุดฝังเข็มที่ช่วยเสริมและปรับสมดุลของระบบทั้งสองนี้

จุดฝังเข็มที่ใช้บ่อย ได้แก่ 三阴交 (ซานอินเจียว), 合谷(เหอกู่), 关元(กวนหยวน), 复溜(ฟู่หลิว) และ 子宫 (จื่อกง)

รวมถึงการฝังเข็มบริเวณหน้าท้อง เช่น 中脘 (จงหว่าน), 下脘 (เซี่ยหว่าน), 气海 (ชี่ไห่)

จากงานวิจัยทางคลินิก พบว่าการฝังเข็มมีบทบาทสำคัญในการช่วยบรรเทาอาการวัยทอง เช่น ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน นอนไม่หลับ วิตกกังวล ซึมเศร้า เหนื่อยล้า อารมณ์แปรปรวน ปวดศีรษะ ไมเกรน ใจสั่น และอาการปวดต่าง ๆ เช่น ปวดหลังส่วนล่าง ปวดคอ หรือข้อเข่าเสื่อม

ต้องรักษานานแค่ไหนจึงเห็นผล? 

แต่ละคนมีสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน ดังนั้นแผนการรักษาจะถูกปรับให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและอาการเฉพาะบุคคล โดยแบ่งช่วงของการรักษาดังนี้

ช่วงเริ่มต้นการรักษา: 

  • รักษา สัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 4–6 ครั้ง เพื่อช่วยปรับสมดุลร่างกายและบรรเทาอาการที่รบกวนชีวิตประจำวัน

ช่วงเสริมผลการรักษา:

  • จากนั้นรักษา สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องอีกประมาณ 4–6 สัปดาห์เพื่อเสริมความมั่นคงของสมดุลภายในร่างกาย

ระยะดูแลต่อเนื่อง (Maintenance):

  • เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว แนะนำให้รักษา เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อคงผลลัพธ์ ป้องกันอาการกลับมา และดูแลสุขภาพในระยะยาว

เคล็ดลับเสริมการดูแลวัยทอง?

การดูแลสุขภาพในช่วงวัยหมดประจำเดือน

1.ให้ความรู้ด้านสุขภาพ

เพื่อให้เข้าใจว่า ความไม่สบายใจ หงุดหงิด นอนไม่หลับ ใจสั่น ประจำเดือนแปรปรวน ล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาซึ่งสามารถปรับตัวได้ด้วย การปรับสภาพจิตใจ การสนับสนุนจากครอบครัวและสังคม ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและครอบครัว

2.ปรับวิถีชีวิต

ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่หนักจนเกินไปเพื่อป้องกันภาวะมดลูกหย่อน หมั่นรักษาอารมณ์ให้สงบสดชื่น ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นธัญพืช ถั่ว นม ผักสด ผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารหวานมันเค็ม และเผ็ดจัด

3.หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี

ควรตรวจสุขภาพทั้งช่วงก่อนและหลังหมดประจำเดือน  ทุก 6 เดือน – 2 ปี เพื่อให้สามารถ ตรวจพบมะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ และโรคทางนรีเวชอื่น ๆ ได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ท่านสามารถเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์แผนจีนได้ที่ ปิยชาติคลินิกทั้ง 4 สาขา เพื่อรับการประเมินอาการและวางแผนการดูแลรักษาแบบองค์รวม โดยปรับแนวทางให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลอย่างแท้จริง 

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

Reference 

  1. The Menopause Space. Traditional Chinese Medicine for Menopause [Internet]. [cited 2026 Jan 15]. Available from: https://www.themenopausespace.com/blog/traditional-chinese-medicine-for-menopause
  2. Li H, Yeung TC, Zhang C, Meng W, Miao JX, Zhong LL. Evidence-based Chinese medicine clinical practice guideline on menopausal syndrome in Hong Kong. European Journal of Integrative Medicine. 2023;57:102213. https://doi.org/10.1016/j.eujim.2022.102213
  3. สุครี สุนนทราภา. การรักษาสุขภาพของสตรีวัยทอง. ศรีนครินทร์เวชสาร. 2542.
  4. Kamdaeng P. The management of menopausal symptoms. Nursing Journal. 2020.
  5.  Li DH, editor. Manual of Traditional Chinese Medicine diagnosis and treatment of menstrual disorders. Beijing: China Traditional Chinese Medicine Press; 2019.

6. Luo ZK, editor. Gynecology of Traditional Chinese Medicine. Beijing: Higher Education Press; 2008. (Reprinted 2015).