ภาวะมีบุตรยาก ฝังเข็มตามรอบประจำเดือนช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้จริงหรือ?

ภาวะมีบุตรยาก ฝังเข็มตามรอบประจำเดือนช่วยเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์ได้จริงหรือ?

ภาวะมีบุตรยาก (Infertility) หมายถึง การที่คู่สมรสมีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอโดยไม่คุมกำเนิดเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือน แต่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าภาวะมีบุตรยากเป็นปัญหาสุขภาพของระบบสืบพันธุ์ที่พบได้ในผู้หญิงและผู้ชายทั่วโลก และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ในผู้หญิงยุคปัจจุบัน ปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะมีบุตรยาก ได้แก่ การมีบุตรในอายุที่มากขึ้นเนื่องจากความไม่พร้อมในหลายๆ เรื่อง ความเครียดจากการทำงานที่มีภาวะกดดันและการแข่งขันสูง สภาวะที่ไม่เหมาะสมของสิ่งแวดล้อมอาจส่งผลทำให้มีบุตรช้าลง ภาวะนอนหลับไม่เพียงพอที่มีผลกับการตกไข่ คุณภาพของไข่และอสุจิ ฮอร์โมนแปรปรวน รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป นอนดึกขึ้น คุณภาพของอาหารการกิน รวมถึงโรคทางนรีเวชต่างๆ เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) และเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพไข่และการฝังตัวของตัวอ่อน 

แม้การแพทย์แผนปัจจุบันจะมีแนวทางการรักษาที่หลากหลาย แต่ผู้หญิงและครอบครัวจำนวนมากเริ่มให้ความสนใจกับการแพทย์ทางเลือกที่สามารถดูแลร่างกายแบบองค์รวม หนึ่งในนั้นคือ “การฝังเข็มตามศาสตร์แพทย์แผนจีน” ซึ่งมีงานวิจัยสนับสนุนว่าช่วยเสริมสมดุลฮอร์โมน ลดความเครียด และสนับสนุนระบบสืบพันธุ์ได้อย่างปลอดภัย 

ภาวะมีบุตรยาก แพทย์แผนจีนมองว่าการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ต้องอาศัยความสมดุลของพลังชีวิตหรือ ชี่ (Qi) เลือด (Blood) และสารจำเป็นต่อการสืบพันธุ์ (Jing) ทั้งหมดอยู่ในร่างกายแบบองค์รวม โดยเฉพาะพลังของอวัยวะสำคัญ ได้แก่ ไต (Shen) ตับ (Gan) ม้าม (Pi) ที่มีบทบาทโดยตรงต่อรอบประจำเดือน

ภาวะมีบุตรยากในมุมมองของแพทย์แผนจีนคืออย่างไร?

แพทย์แผนจีนมองว่าการตั้งครรภ์ที่สมบูรณ์ต้องอาศัยความสมดุลของพลังชีวิตหรือ ชี่ (Qi) เลือด (Blood) และสารจำเป็นต่อการสืบพันธุ์ (Jing) ทั้งหมดอยู่ในร่างกายแบบองค์รวม โดยเฉพาะพลังของอวัยวะสำคัญ ได้แก่ ไต (Shen) ตับ (Gan) ม้าม (Pi) ที่มีบทบาทโดยตรงต่อรอบประจำเดือน การตกไข่ และการบำรุงมดลูก โดยในคัมภีร์จีนเรียกลักษณะอาการนี้ว่า 不孕 (ปู๋หยวิ้น) หรือ 不育 (ปู๋หยวี้)

ภาวะมีบุตรยากในศาสตร์การแพทย์แผนจีนจึงไม่ได้มองเป็นโรคเดียว แต่เป็นผลจากความไม่สมดุลหลายรูปแบบในร่างกายเรา เช่น

  • ไตพร่อง มีผลทำให้การตกไข่ไม่สม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีผลต่อสารจำเป็นต่อการสืบพันธุ์ (Jing) ลดลง แบ่งเป็น 2 ประเภท

1. ไตหยางพร่อง – ส่งผลทำให้ประจำเดือนมาช้า น้อย คนไข้หนาวง่าย เอวเข่าอ่อนแรง ตกไข่ไม่สม่ำเสมอ

2. ไตหยินพร่อง – ส่งผลทำให้ประเดือนอาจมาไวกว่าปกติ แต่ปริมาณน้อย สีแดงเข้ม คนไข้มักมีอาการร้อนใน ปากแห้ง นอนไม่หลับ ส่งผลทำให้คุณภาพของไข่ไม่ดี

  • เลือดพร่อง ส่งผลต่อความหนาและคุณภาพของเยื่อบุโพรงมดลูก คนไข้มักประจำเดือนมาน้อย มีภาวะซีด เวียนหัวง่าย ใจสั่น อ่อนเพลีย และผนังมดลูกมักจะบาง
  • ชี่ตับติดขัด มักพบในผู้หญิงที่มีความเครียดสูง ปวดท้องประจำเดือนง่าย รอบเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ไข่ตกผิดปกติ
  •  ความเย็นสะสมในมดลูก ทำให้การฝังตัวของตัวอ่อนยากขึ้น มักพบในคนไข้ที่เป็น PCOS ประจำเดือนขาด/มาน้อย มีมูกขาว/ตกขาวมาก
  • ภาวะเลือดคั่ง คนไข้มักจะประจำเดือนมามาก สีคล้ำ มีลิ่มเลือด เยื่อบุโพรงมดลูกผิดปกติ ท่อนำไข่อุดตัน
  • 冲任二脉 (เส้นลมปราณ ชง-เริ่น) ติดขัด เนื่องจากเป็นเส้นลมปราณที่ควบคุมมดลูกและประจำเดือน มักส่งผลทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติได้

ดังนั้น  ถ้าหากส่วนใดส่วนหนึ่งเสียสมดุลไป โอกาสตั้งครรภ์ก็จะลดลงตาม แพทย์แผนจีนจึงให้ความสำคัญกับการวินิจฉัยเฉพาะบุคคล เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคนได้อย่างละเอียดและถูกต้อง

ฝังเข็มช่วยเรื่องภาวะมีบุตรยากอย่างไร?

การฝังเข็มเป็นการกระตุ้นจุดพลังงานตามเส้นลมปราณ เพื่อปรับสมดุลการไหลเวียนของชี่และเลือด ในกรณีของภาวะมีบุตรยาก การฝังเข็มมีบทบาทสำคัญทั้งในเชิงแพทย์แผนจีนและการแพทย์แผนปัจจุบัน

งานวิจัยพบว่าการฝังเข็มสามารถช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังมดลูกและรังไข่ ส่งผลให้เยื่อบุโพรงมดลูกมีคุณภาพเหมาะสมต่อการฝังตัวของตัวอ่อน นอกจากนี้ การฝังเข็มยังมีผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ ช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด เช่น Cortisol และปรับสมดุลของแกนสมอง-ต่อมใต้สมอง-รังไข่ (HPO Axis) กระตุ้นการตกไข่ เพิ่มเลือดให้ไปเลี้ยงมดลูกมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้รอบประจำเดือนสม่ำเสมอขึ้น 

ในผู้ที่เข้ารับการรักษาด้วย IVF มีรายงานว่าการฝังเข็มร่วมกับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันอาจช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์และลดความวิตกกังวลของผู้ป่วย 

นอกจากทางเลือกเรื่องการฝังเข็มแล้ว การทานยาจีนก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยปรับสมดุลของร่างกายที่ปลอดภัยเช่นเดียวกับการฝังเข็ม ด้วยความหลากหลายของยาจีนทำให้สามารถปรับสมดุลของร่างกาย ลดความกังวล เพิ่มคุณภาพการนอนหลับ ทำให้ยิ่งมีส่วนเพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ได้มากขึ้น

ภาวะมีบุตรยาก รักษาด้วยการฝังเข็ม/ทานยาจีนตามรอบประจำเดือน คือการวางแผนการรักษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในแต่ละช่วงของรอบเดือน โดยแพทย์แผนจีนจะแบ่งรอบประจำเดือนออกเป็น 4ระยะ ได้แก่ ระยะมีประจำเดือน ระยะฟื้นฟูเลือด ระยะตกไข่ และระยะเตรียมการฝังตัวอ่อน

การฝังเข็ม/ทานยาจีน ตามรอบประจำเดือนคืออะไร?

การฝังเข็ม/ทานยาจีนตามรอบประจำเดือน คือการวางแผนการรักษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในแต่ละช่วงของรอบเดือน โดยแพทย์แผนจีนจะแบ่งรอบประจำเดือนออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะมีประจำเดือน ระยะฟื้นฟูเลือด ระยะตกไข่ และระยะเตรียมการฝังตัวอ่อน

ในแต่ละช่วงจะใช้จุดฝังเข็มและยาจีนในเทคนิคที่แตกต่างกัน เช่น

  • ระยะมีประจำเดือน เนื่องจากเป็นช่วงสำคัญของการ “ขับเลือดเก่า เปิดทางให้เลือดใหม่” เน้นให้เลือดของประจำเดือนมีการระบายออกได้หมด ลดโอกาสการเกิดเลือดคั่งในมดลูก ป้องกันการปวดและการอุดกั้น
  • ระยะหลังมีประจำเดือน/ระยะฟื้นฟูเลือด เน้นบำรุงเลือดและหยิน ส่งเสริมการเจริญเติบโตของไข่
  • ระยะตกไข่ เน้นกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลมปราณ ช่วยให้ไข่ตกสมบูรณ์
  • ระยะหลังตกไข่/ระยะเตรียมการฝังตัวอ่อน เน้นเสริมพลังไตและหยาง เตรียมพร้อมมดลูกให้พร้อมรับกับการฝังตัว

แนวทางนี้ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติของร่างกายผู้หญิง 

จุดฝังเข็มที่มักใช้ในการรักษาภาวะมีบุตรยาก

จุดฝังเข็มที่ใช้ในการรักษาภาวะมีบุตรยากจะถูกเลือกตามสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล แต่จุดที่ใช้บ่อย ได้แก่ 

– จุดกวานหยวน (CV4) จุดอยู่บริเวณท้องน้อย ถัดจากสะดือลงมา 3 ชุ่น

– จุดชี่ไห่ (CV6) จุดอยู่บริเวณท้องน้อย ถัดจากสะดือลงมา 1.5 ชุ่น

– จุดซานอินเจียว (SP6) จุดอยู่บริเวณเหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมา 3 ชุ่น

– จุดกุยหลาย (ST29) จุดอยู่บริเวณท้องน้อย ถัดจากสะดือลงมา 4 ชุ่นและถัดจากเส้นกลางลำตัวออกไป 2 ชุ่น

– จุดไท่ซี (KI3) จุดอยู่บริเวณระหว่างตาตุ่มด้านขอบด้านหลังกับเอ็นร้อยหวาย

ซึ่งทั้งหมดมีบทบาทในการบำรุงมดลูก เสริมพลังไต และปรับสมดุลฮอร์โมน การเลือกจุดฝังเข็มอย่างเหมาะสมจำเป็นต้องอาศัยการซักประวัติ พูดคุยกับแพทย์แผนจีนเพื่อให้การรักษาปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด 

ฝังเข็มภาวะมีบุตรยาก โดยทั่วไปแพทย์แผนจีนมักแนะนำให้ฝังเข็มอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งร่วมกับทานยาจีนอย่างน้อย 3–6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก และการดูแลสุขภาพร่วมของผู้ป่วย

 ฝังกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

โดยทั่วไปแพทย์แผนจีนมักแนะนำให้ฝังเข็มอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งร่วมกับทานยาจีนอย่างน้อย 3–6 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ สาเหตุของภาวะมีบุตรยาก และการดูแลสุขภาพร่วมของผู้ป่วย 

เคล็ดลับเสริมเพื่อเพิ่มโอกาสมีบุตร

​”การรักษาสามารถทำร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันได้ เช่น การทำ IUI / IVF จะยิ่งเป็นการช่วยเพิ่มคุณภาพของไข่และอสุจิ ช่วยลดผลข้างเคียงจากฮอร์โมน และเพิ่มอัตราการฝังตัว“

​นอกจากการฝังเข็มและการทานยาจีนการปรับพฤติกรรมเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะสมดุลร่างกายอาจไม่เกิดขึ้น หากไม่มีการปรับพฤติกรรมร่วมด้วย

– นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะก่อนเวลา 23.00 น. 

– หลีกเลี่ยงอาหารเย็น ดิบ มัน และหวาน

– ลดความเครียดและอารมณ์กดดัน

– ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและชี่

นอกจากการดูแลรักษาโดยแพทย์แล้ว การปรับพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตประจำวันมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อผลการรักษา วันนี้หมอจึงได้รวบรวมอาหารและเครื่องดื่มที่ส่งผลต่อการดูแลสุขภาพประจำเดือน เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลตนเองควบคู่ไปกับการรักษา

เพราะแพทย์แผนจีนเชื่อว่า “อาหารคือยาที่อ่อนโยนที่สุด” การเลือกอาหารที่เหมาะสมจะช่วยให้ ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ ลดอาการบวม หน่วง ลิ่มเลือด และบำรุงมดลูกในระยะยาว

  1.  กลุ่มอาหารที่ควรทาน เพื่อดูแลประจำเดือน
  • กลุ่มบำรุงเลือด เหมาะกับคนที่มีภาวะเลือดน้อย ประจำเดือนสีจาง ปริมาณน้อย อ่อนเพลีย หน้ามืด เวียนหัวง่าย กลุ่มอาหารที่ควรทาน เช่น ตับหมู/ตับไก่ ไข่ไก่ เนื้อแดง งาดำ พุทราจีน
  • กลุ่มกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เหมาะกับคนที่ปวดท้องประจำเดือน เลือดสีคล้ำ มีลิ่มเลือด กลุ่มอาหารที่ควรรับประทาน เช่น ขิงสด หอมใหญ่ ใบกะเพรา พริกไทย(ปริมาณเล็กน้อย)
  • กลุ่มบำรุงม้าม เหมาะกับคนที่มีภาวะท้องอืดง่าย ถ่ายเหลวบ่อย ประจำเดือนมาไม่เสมอที่เป็นผลจากระบบย่อย อาหารที่ควรทาน เช่น ข้าวสวยอุ่น ข้าวกล้อง ฟักทอง แครอท มันเทศ
  1. ชาและเครื่องดื่มที่ช่วยเรื่องประจำเดือน
  • น้ำขิงอุ่น ช่วยในการอุ่นมดลูก ลดปวดประจำเดือน กระตุ้นการไหลเวียนเลือด
  • ชาพุทราจีน เหมาะสำหรับคนเลือดพร่อง เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ
  • ชากุหลาบ เหมาะสำหรับคนที่มีภาวะเครียดสะสม ประจำเดือนมาไม่ตรง ช่วยลดอาการแน่นตึง คัดเต้านม
  • น้ำอุ่น/น้ำซุป ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ไม่เกิดการคั่งค้างของเลือด
เคล็ดลับเสริมสำหรับผู้ที่มีภาวะมีบุตรยาก ดื่มชาพุทราจีน เหมาะสำหรับคนเลือดพร่อง เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ

และควรเลี่ยงของที่มีฤทธิ์เย็น เพราะจะส่งผลทำให้มดลูกหดตัวไม่ดี เช่น น้ำแข็ง น้ำเย็น ไอศกรีม สมูทตี้/น้ำปั่นต่างๆ โดยเฉพาะช่วงที่กำลังมีประจำเดือน อาหารดิบ เช่น สลัดผักสด ซูชิ ของดิบต่างๆ จะส่งผลทำให้ม้ามอ่อนแอ ของมันของทอด เพราะจะทำให้เกิดเป็นเสมหะสะสม เกิดความชื้น รวมถึง ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ เพราะจะไปกระตุ้นการทำงานของลมปราณตับแรงเกินไป รบกวนการไหลเวียนเลือด ทำให้อาการแปรปรวนได้

ทำไมต้องรักษากับปิยชาติคลินิก?

ที่ปิยชาติคลินิกให้ความสำคัญกับการรักษาแบบเฉพาะบุคคล วางแผนการฝังเข็มตามรอบประจำเดือน ปรับพฤติกรรมร่างกายกับทางแพทย์แผนจีน เพราะเรามองว่า ภาวะมีบุตรยากไม่ใช่โรคของมดลูกหรือรังไข่อย่างเดียว แต่เป็นผลของความไม่สมดุลทั้งระบบ เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันได้อย่างปลอดภัย ตามมาตรฐานองค์การอนามัย

  • การฝังเข็มที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
  • การผสมผสานยาจีนบำรุง
  • ครอบแก้ว (Cupping Therapy)
  • คำปรึกษาด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
  • สะดวก เข้าถึงง่าย – 4 สาขาครอบคลุมทั่วกรุงเทพและปริมณฑล​

เลือกสาขาใกล้บ้านคุณ หรือ ติดต่อผ่าน Line@ : @piyachartclinic

1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร ​​​เบอร์ติดต่อ : 085-955-9646

2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร ​เบอร์ติดต่อ : 081-630-3180

3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี ​​​เบอร์ติดต่อ : 093-113-4718

4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี ​​เบอร์ติดต่อ : 065-442-8987

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q:การฝังเข็มช่วยเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์จริงหรือไม่?

A: การฝังเข็มสามารถช่วยได้จริง เพราะการฝังเข็มช่วยปรับสมดุลร่างกาย เพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังมดลูกและรังไข่ รวมถึงช่วยในการปรับฮอร์โมน จึงมีส่วนช่วยในการตั้งครรภ์ได้ แต่ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับบุคคลค่ะ เพราะสมดุลร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

Q:การฝังเข็มมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง?

A: โดยทั่วไปการฝังเข็มเป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง อาจพบรอยช้ำเล็กน้อยที่บริเวณจุดที่ฝัง หรือมีอาการปวดเมื่อยตึงบริเวณที่ฝังได้ ซึ่งมักจะหายได้เอง

Q:ควรเริ่มการฝังเข็มเมื่อใดหากต้องการมีบุตร?

A: แนะนำให้ฝังเข็มล่วงหน้าอย่างน้อย 2-3 เดือนก่อนวางแผนตั้งครรภ์ เพื่อเตรียมความพร้อมของร่างกาย

Q:สามารถใช้การฝังเข็มร่วมกับการรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันได้หรือไม่?

A: สามารถใช้ร่วมกันได้ โดยการฝังเข็มจะช่วยเสริมผลการรักษา ลดผลข้างเคียง และช่วยเพิ่มความพร้อมของร่างกาย

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

References

• Stener-Victorin, E., et al. (2010). Acupuncture and reproductive function. Human Reproduction Update.

• Smith, C. A., et al. (2018). Acupuncture for female infertility. Cochrane Database of Systematic Reviews.

• Paulus, W. E., et al. (2002). Influence of acupuncture on IVF outcome. Fertility and Sterility.

• World Health Organization. (2023). Infertility.

• American Society for Reproductive Medicine. (2020). Definitions of infertility.

• Maciocia, G. (2015). The Foundations of Chinese Medicine.

• Chen, J., & Chen, T. (2004). Chinese Medical Gynecology.

• Maciocia, G. (2018). Obstetrics and Gynecology in Chinese Medicine.

• Li, J., et al. (2014). Cycle-based acupuncture for infertility. Journal of Traditional Chinese Medicine.

• Deadman, P., et al. (2007). A Manual of Acupuncture.

• Chen, H. Y., et al. (2014). Acupuncture points for infertility. Complementary Therapies in Medicine.

• Huang, D. M., et al. (2011). Duration of acupuncture treatment in infertility. Journal of Alternative and Complementary Medicine.

• World Health Organization. (2019). Benchmarks for training in acupuncture.