สิวบอกสุขภาพอะไรบ้าง? วิเคราะห์ตำแหน่งสิวบอกโรคได้ตามศาสตร์จีน

สิวบอกสุขภาพอะไรบ้าง? วิเคราะห์ตำแหน่งสิวบอกโรคได้ตามศาสตร์จีน

ปัญหาผิวที่กวนใจได้ทั้งวัยรุ่นและวัยทำงานคงหนีไม่พ้น “สิว” หลายคนอาจเข้าใจว่าสิวเกิดจากฮอร์โมน ความมัน หรือความสกปรกเพียงไม่กี่อย่าง แต่ความจริงแล้วร่างกายของเราซับซ้อนกว่านั้นมาก ยังมีปัจจัยแวดล้อมอีกหลายด้านที่ส่งผลต่อผิว ทั้งอาหาร สภาพแวดล้อม การพักผ่อน ไปจนถึงความเครียดที่สะสมอยู่โดยไม่รู้ตัว 

บทความนี้จะพาทุกคนทำความรู้จักกับสิวตามศาสตร์แพทย์แผนจีน มากขึ้นว่าสิวไม่ได้เป็นเพียงปัญหาผิวเท่านั้น แต่ยังเป็น “สัญญาณเตือน ตำแหน่งสิวบอกโรค” ภายในร่างกายของเราว่าอาจกำลังเสียสมดุลบางอย่าง

In this article

สิวเกิดขึ้นได้อย่างไร? โดยทั่วไปกระบวนการเกิดสิวประกอบด้วย 4 ขั้นตอนสำคัญ คือ

1.) ต่อมไขมันทำงานมากผิดปกติ (Excessive Sebum Production)

ในชั้นผิวของเรามีต่อมไขมันหรือ sebaceous gland ทำหน้าที่ผลิตน้ำมันเพื่อเคลือบผิวตามธรรมชาติ แต่ในบางคนต่อมไขมันอาจทำงานมากกว่าปกติ จนเกิดความมันส่วนเกินบนใบหน้า โดยมีฮอร์โมน ความเครียด หรือพันธุกรรมเป็นปัจจัยกระตุ้นร่วม

 2.) การหนาตัวของชั้นเคราติน ทำให้รูขุมขนอุดตัน (Follicular Hyperkeratinization)

ปกติแล้วรูขุมขนมีการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อการผลัดเซลล์ผิดปกติ เซลล์ที่ตายแล้วจะหนาตัวส่งผลให้น้ำมันและเซลล์ผิวจับตัวกันเป็นหัวสิว

3.) การเพิ่มจำนวนของแบคทีเรีย P. acnes (Increase P. acnes Colonization)

เมื่อมีไขมันสะสมมากขึ้น ทำให้แบคทีเรียชนิดนี้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จนเกิดเป็นสารกระตุ้นการอักเสบ

4.) การอักเสบจากระบบภูมิคุ้มกัน (Inflammation)

เมื่อร่างกายรับรู้ว่ามีการอุดตันและมีแบคทีเรียเจริญเติบโตมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันจะส่งเม็ดเลือดขาวเข้ามาจัดการ ส่งผลให้เกิดการอักเสบในบริเวณรูขุมขนกลายเป็นสิว

ตำแหน่งสิวบอกโรค ความร้อนชื้นสะสมในกระเพาะอาหารและลำไส้
อาการ: ผื่นสีแดงเข้ม มีหนอง/ตุ่มนูนแดงเป็นหลัก, มักเกิดซ้ำๆ, ท้องผูก, ท้องอืด, ลิ้นแดงเข้ม, มีฝ้าเหลืองหนาและเหนียว, มีกลิ่นปาก, ปากแห้งแต่ไม่อยากดื่มน้ำ

สาเหตุและกลไกการเกิดสิวทางแพทย์แผนจีน

  1. พื้นฐานร่างกายเดิมมีหยางร้อนมากเกินไป(阳热) เส้นลมปราณปอดจึง  สะสมความร้อน ร่วมกับได้รับลมเสีย(风邪) จากภายนอกเข้ามา จึงระเหยขึ้นสู่ใบหน้าและก่อให้เกิดโรค
  2. พลังม้ามอ่อน(脾气) ร่างกายจะกำจัดความชื้นไม่ได้ เกิดชื้นสะสมจนกลายเป็นร้อน-ชื้น (湿热凝聚) แล้วพุ่งขึ้นสู่ใบหน้า จึงเกิดอาการ
  3. กินอาหารรสเผ็ด มัน หวาน และรสจัดมากเกินไป ยิ่งกระตุ้นความชื้นให้เปลี่ยนเป็นความร้อนสะสม เผาผลาญของเหลวในร่างกาย จนทำให้เกิดโรค

ตำแหน่งสิวบอกโรค ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

นอกจากนี้แพทย์จีนมองว่าเส้นลมปราณแต่ละอวัยวะ มีความเชื่อมโยงถึงใบหน้ากับตำแหน่งสิวบอกโรค เช่น 

  • เส้นลมปราณตับและถุงน้ำดี (Liver + Gallbladder Meridians)

วิ่งผ่านใบหน้าช่วงหว่างคิ้วและขมับ

หากมีความเครียดสะสม ลมปราณติดขัด ทานอาหารไขมันสูง ย่อยไขมันได้ไม่ดี -> เกิดสิวขึ้นหว่างคิ้วหรือขมับได้

  • เส้นลมปราณกระเพาะ (Stomach Meridian)

ผ่านบริเวณ มุมปาก ข้างจมูก

หากทานอาหารรสจัดหวานมันทอดมากไป ทำให้กระเพราะร้อน -> สิวขึ้นรอบปากและจมูกง่าย

  • เส้นลมปราณปอดและลำไส้ใหญ่ (Lung + Large Intestine Meridians)

ผ่านบริเวณแก้ม และรอบปาก

หากปอดอ่อนแอ ภูมิแพ้ ผิวแห้ง ลำไส้ขับถ่ายไม่ดี -> สิวขึ้นแก้มและปากเรื้อรัง

รวมถึงปัจจัยความร้อน ความชื้น เสมหะคั่งค้าง หรือการอ่อนแอของอวัยวะก็สามารถสะท้อนอกมาที่ใบหน้าได้เช่นกัน

  1. ลมร้อนสะสมที่ปอด (肺经风热证)

อาการ: ผื่นสีแดง หรือมีตุ่มเล็กๆ หรือมีสิวหัวเปิด, มีอาการคัน, เจ็บคอ, อุจจาระแข็ง, ปัสสาวะน้อยหรือสีเข้ม, ลิ้นแดง, มีฝ้าเหลืองบางๆ 

  1. ความร้อนชื้นสะสมในกระเพาะอาหารและลำไส้ (胃肠湿热证)

อาการ: ผื่นสีแดงเข้ม มีหนอง/ตุ่มนูนแดงเป็นหลัก, มักเกิดซ้ำๆ, ท้องผูก, ท้องอืด, ลิ้นแดงเข้ม, มีฝ้าเหลืองหนาและเหนียว, มีกลิ่นปาก, ปากแห้งแต่ไม่อยากดื่มน้ำ

  1. ภาวะเลือดคั่งและความชื้นสะสม (瘀血凝滞证)

อาการ: ผื่นมีสีคล้ำ(ม่วงแดง), มีอาการอักเสบเป็นก้อน, ถุงน้ำเป็นหลัก หรือเป็นเรื้อรัง, ผิวหนังมีสีคล้ำ, ลิ้นมีสีม่วงคล้ำ, มีจุดจ้ำเลือด

ตำแหน่งสิวบอกโรค ภาวะเลือดคั่งและความชื้นสะสม อาการ: ผื่นมีสีคล้ำ(ม่วงแดง), มีอาการอักเสบเป็นก้อน, ถุงน้ำเป็นหลัก หรือเป็นเรื้อรัง, ผิวหนังมีสีคล้ำ, ลิ้นมีสีม่วงคล้ำ, มีจุดจ้ำเลือด

ทำไมสิวบางตำแหน่งถึงไม่หายง่าย?

ตำแหน่งสิวบอกโรค จากความไม่สมดุลของร่างกายนี้ ทำให้สิวบางตำแหน่งหายยากขึ้น รวมถึงปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่พบบ่อย ที่ทำให้สิวขึ้นตามตำแหน่งต่าง ๆ บนใบหน้า เช่น

  • หน้าผาก – ผลิตภัณฑ์ใส่ผม, ผม หมวก ผ้าคาด ที่สัมผัสหน้าผาก
  • คาง – Hormones, Mask, ยาสีฟัน
  • จมูก – แว่น, Mask, การจับถูใบหน้า
  • แก้ม – ปลอกหมอน, Mask อบร้อน, โทรศัพท์แนบหน้า

▪️ในวัยรุ่นมักพบสิวบริเวณ T-zone เป็นหลัก (หน้าผาก – จมูก – คาง) เนื่องจากมีต่อมไขมันจำนวนมาก รวมถึงในช่วงวัยนี้เป็นวัยที่ฮอร์โมนเพศเพิ่มสูงขึ้น อาจกระตุ้นการผลิตน้ำมันมากกว่าปกติทำให้เกิดการอุดตันซ้ำๆ ร่วมกับปัจจัยพฤติกรรมการนอนดึก และความเครียด สิวจึงลุกลามอย่างรวดเร็วได้ง่าย

▪️ส่วนในวัยผู้ใหญ่ จะเป็นสิวบริเวณ คาง กราม และกรอบหน้า เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งมักสัมพันธ์กับรอบเดือน ความเครียด และการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ รวมถึงปัจจัยทางโรคเรื้อรังอื่นๆ ที่พบได้บ่อย เช่น 

 PCOS (ถุงน้ำรังไข่หลายใบ) ทำให้เกิดสิวเรื้อรัง ประจำเดือนผิดปกติ ผมบาง ขนดก ผิวมันง่าย น้ำหนักขึ้น อาจมีภาวะดื้ออินซูลิน อารมณ์แปรปรวน และนอนหลับไม่ดี เป็นต้น

วิธีดูแลรักษาสิวทางแผนปัจจุบัน

การรักษาทางแผนปัจจุบัน มีทั้งแบบทาและรับประทาน รวมถึงการเลเซอร์ต่างๆ โดยแบ่งตามความรุนแรงของสิว

สิวเล็กน้อย ; ใช้ยาสิวเช่น Benzoyl peroxide, Topical retinoids, Clindamycin, Erythromycin หรือ gel Salicylic acid Azelaic acid

สิวปานกลาง ; ใช้ยาทาในกลุ่มเดียวกับสิวเล็กน้อย ร่วมกับยารับประทานกลุ่ม tetracycline หรือยากลุ่ม erythromycin

สิวรุนแรง ;  ในกรณีที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธี มาตราฐาน 2-3 เดือน หรือเป็นสิวรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง

ตำแหน่งสิวบอกโรค ในวัยรุ่นมักพบสิวบริเวณ T-zone เป็นหลัก (หน้าผาก – จมูก – คาง) เนื่องจากมีต่อมไขมันจำนวนมาก รวมถึงในช่วงวัยนี้เป็นวัยที่ฮอร์โมนเพศเพิ่มสูงขึ้น อาจกระตุ้นการผลิตน้ำมันมากกว่าปกติทำให้เกิดการอุดตันซ้ำๆ ร่วมกับปัจจัยพฤติกรรมการนอนดึก และความเครียด สิวจึงลุกลามอย่างรวดเร็วได้ง่าย

วิธีดูแลรักษาสิวตามหลักแพทย์จีน

การรักษาทางแพทย์แผนจีนจะเน้นการรักษาแบบองค์รวม มีทั้งการฝังเข็ม จ่ายยาจีน ปรับอาหารและไลฟ์สไตล์ โดยจะพิจารณาเป็นรายบุคคลเพื่อช่วยให้ร่างกายสมดุลย์มากยิ่งขึ้น

การฝังเข็มช่วยเรื่องสิว

การรักษาด้วยการฝังเข็ม จะทําให้เกิดแผลรอยเล็กๆ ที่จะช่วยกระตุ้นการสร้าง คอลลาเจนและเลือดให้ไหลเวียนได้ดีขึ้น กระตุ้นการ ซ่อมแซมตัวเอง ลดรอยแดง กระตุ้นการตอบสนองของภูมิคุ้มกันเพื่อลดการอักเสบและการบวมของสิวได้

เหมาะกับใคร

การฝังเข็มเหมาะกับสิว mild-moderate โดยเฉพาะในคนที่ไม่อยากทานยาปฏิชีวนะ กรดวิตามินเอ หรือไม่สามารถใช้ยาปรับฮอร์โมนได้

สมุนไพรจีนช่วยเรื่องสิวได้จริงไหม

สมุนไพรจีนสามารถช่วยเรื่องสิวได้จริง โดยเฉพาะเมื่อรักษาร่วมกับการฝังเข็ม ยาจีนแต่ละชนิดมีสรรพคุณต่างๆ ที่ช่วยให้ร่างกายลดการสะสมความร้อน ระบายความชื้น ลดเสมหะคั่งค้าง กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและการขับถ่าย

เคล็ดลับเสริม ปรับสมดุลผิวและสุขภาพให้สิวไม่กลับมา

นอกเหนือจากการรักษาที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ก็สามารถช่วยส่งเสริมไม่ให้สิวกลับมาเป็นซ้ำได้ การดูแลตนเองจึงเป็นส่วนสำคัญมาก เช่น

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีค่า ดัชนีนํ้าตาลสูง / นม และผลิตภัณฑ์จากนม รวมถึงนํ้ามันที่มีการแปรรูปและไขมันทรานส์สูง
  • ผ่อนคลายความเครียด เช่น ฝึกการหายใจ ฝึก mindfulness 
  • ไม่นอนดึก และควรนอนให้ได้อย่างน้อย 7 ชม.

ฝังเข็มรักษาสิวที่ “ปิยชาติคลินิก”

ที่ปิยชาติคลินิก การรักษาสิวด้วยการฝังเข็มจะเน้นการปรับสมดุลภายในควบคู่กับการดูแลผิวภายนอก แนะนำรักษาต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 เดือน โดยจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงใน 3-5 ครั้งแรก

  • สิวอักเสบยุบเร็วขึ้น 
  • อาการปวด บวม แดง จากสิวลดลง
  • ผิวหน้าเนียนลื่นขึ้น
  • แต่งหน้าติดง่ายขึ้น
  • รอยแดง–รอยดำค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อรักษาต่อเนื่อง

หากท่านใดมีปัญหาเรื่องสิวเรื้อรัง แนะนำเข้ามาตรวจประเมิน และวางแผนการรักษากับแพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิกทุกสาขาได้เลยค่ะ

“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

Reference

Li Z, Peng J, Li L, Deng Y, Shi Y, editors. Zhong yi wai ke xue (New Century 3rd ed.). Beijing: China Traditional Chinese Medicine Press; 2015. ISBN: 978-7-80156-311-8.

Skintopia. ตำแหน่งสิวบอกโรค ได้จริงไหม ? | ACNE FIRST #6 [Internet]. 2025. Available from: https://youtu.be/8MCwrGqYr8k

Wattanakrai P. Update in acne management. Lecture handout. Department of Medicine, Division of Dermatology, Ramathibodi Hospital; 2016.

Darnwattanasirir T. เรื่อง…สิว สิว (ACNE). วิทยาศาสตร์และสุขภาพ. Faculty of Pharmacy, Srinakharinwirot University; [date unknown].

DONUT BEAUTY BRAINS. สิวขึ้นตรงนี้เกิดจากอะไร? [Internet]. 2023 Sep. Available from: https://vt.tiktok.com/ZSfxt1cVr/