สำหรับคนที่รักการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายเป็นประจำ การต้องหยุดกิจกรรมที่ชอบเพราะอาการบาดเจ็บคงเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นข้อเท้าแพลง กล้ามเนื้อตึง ปวดเอ็น หรืออาการบาดเจ็บเรื้อรังจากการใช้งานซ้ำ ๆ (Overuse Injury) เพราะนอกจากจะรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ยังอาจทำให้ต้องหยุดซ้อม หรือพลาดการแข่งขันที่เตรียมตัวมานาน
หลายคนจึงมองหาวิธีดูแลร่างกายนอกเหนือจากการพัก การใช้ยา และการทำกายภาพบำบัด หนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจคือ ฝังเข็มและการครอบแก้ว เราจึงมักเห็นนักกีฬาและคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำเลือกใช้ศาสตร์การแพทย์แผนจีนเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูร่างกาย
คำถามคือ ฝังเข็มรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา? วันนี้ปิยชาติคลินิกจะพาไปทำความเข้าใจว่า การฝังเข็มสามารถนำมาใช้ดูแลอาการบาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้อย่างไร ทั้งในมุมมองทางสรีรวิทยาและศาสตร์การแพทย์แผนจีน
กลไกการทำงาน ฝังเข็มรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้อย่างไร?
การฝังเข็ม คือการใช้เข็มขนาดเล็กกระตุ้นจุดต่าง ๆ ของร่างกาย โดยแพทย์จะเลือกตำแหน่งและวิธีการรักษาตามลักษณะอาการ ตำแหน่งที่บาดเจ็บ และการวินิจฉัยของผู้ป่วยแต่ละคน
ก่อนเริ่มการรักษา แพทย์จะซักประวัติและประเมินอาการก่อน เช่น ปวดบริเวณไหน เริ่มปวดตั้งแต่เมื่อไร เกิดจากการบาดเจ็บเฉียบพลันหรือสะสมมานาน มีอาการบวม ชา หรืออ่อนแรงร่วมด้วยหรือไม่ รวมถึงดูว่าการเคลื่อนไหวแบบใดทำให้อาการมากขึ้น
จากนั้นจึงวางแผนการฝังเข็มให้เหมาะสม ในบางรายอาจใช้การกระตุ้นไฟฟ้าร่วมกับการฝังเข็ม โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการและแนวทางการรักษาของแพทย์
กลไกการรักษาเนื้อเยื่อลดความเจ็บปวดสามารถแบ่งออกไปดังหัวข้อต่อไปนี้
- กระตุ้นการหลั่งสารลดปวดตามธรรมชาติ ในมุมมองทางสรีรวิทยา การฝังเข็มมีความเกี่ยวข้องกับระบบควบคุมความเจ็บปวดของร่างกาย รวมถึงสารระงับปวดตามธรรมชาติ เช่น Endorphin (เอ็นโดรฟิน) และ Enkephalin (เอนเคฟาลิน) ซึ่งมีส่วนช่วยลดการรับรู้ความเจ็บปวด สามารถลดปวดได้ทันทีเมื่อสารเหล่านี้หลั่งออกมาหลังจากการฝังเข็ม


- การกระตุ้นด้วยเข็มยังอาจส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดเฉพาะที่ (Blood Circulation ) ซึ่งมีบทบาทในการนำออกซิเจนและสารอาหารไปยังเนื้อเยื่อ = ปรับสมดุลการไหลเวียนของ “ชี่” (Qi)
ส่วนในมุมมองของแพทย์แผนจีนมีหลักว่า “不通则痛” หมายถึง “เมื่อการไหลเวียนติดขัด ย่อมเกิดความเจ็บปวด” เมื่อเกิดการบาดเจ็บจากการกระแทก การบิด การใช้งานหนัก หรือการใช้งานซ้ำเป็นเวลานาน ตามศาสตร์การแพทย์แผนจีนอาจเกิดภาวะลมปราณและเลือดติดขัด ทำให้มีอาการปวด บวม ตึง และเคลื่อนไหวไม่สะดวก
การฝังเข็มจึงมุ่งช่วยปรับการไหลเวียนของลมปราณและเลือดให้ร่างกายกลับสู่สภาวะสมดุล แก้ไขภาวะติดขัดของชี่ และฟื้นฟูสมดุลของร่างกาย ความสมดุลของหยิน-หยาง ความร้อน-ความเย็น เป็นต้น
โดยแพทย์จะเลือกจุดฝังเข็มให้เหมาะกับลักษณะอาการของผู้ป่วยแต่ละราย ตำแหน่งที่ฝังเข็มสามารถเป็นได้ทั้งจุดที่ใกล้เคียงกับอาการปวด หรือ จุดที่อยู่ไกลออกไปที่มีความสัมพันธ์ หรือ มีสรรพคุณในแง่ของการรักษา จุดจะวางตัวอยู่บนเส้นลมปราณ เพื่อรักษาร่างกายแบบองค์รวม ณ สภาวะนั้นๆของผู้ป่วยแต่ละท่าน ไม่ใช่ว่าผู้ที่ปวดตำแหน่งเดียวกันทุกคนจะต้องใช้จุดฝังเข็มเหมือนกันทั้งหมด


- คลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็ง: ช่วยลดปมกล้ามเนื้อ (Trigger Points) ที่ตึงรั้งจากการใช้งานหนัก ทำให้เคลื่อนไหวมากขึ้น เพิ่มพิสัยการเคลื่อนไหว
กล้ามเนื้อเมื่อถูกใช้งานหนักๆ โดยไม่ได้รับการยืดหรือคลาย ทำให้เกิดการเกร็งตัวค้างระดับเนื้อเยื่อ เมื่อเส้นใยกล้ามเนื้อหดตัวค้างนานๆ จะเกิดการบีบรัดเส้นเลือดเล็กๆ ที่เลี้ยงกล้ามเนื้อเอง ทำให้บริเวณดังกล่าวขาดพลังงาน อักเสบ และเป็นแผลเป็นในใยกล้ามเนื้อ ซึ่งสามารถคลำได้เป็นลักษณะก้อน หรือเป็นแถบตึง มีลักษณะกดเจ็บ เมื่อสะสมเรื้อรังสามารถทำให้ลดพิสัยการเคลื่อนไหว และทำให้ประสิทธิภาพกล้ามเนื้อมัดนั้นๆ ลดลงมีผลต่อการเคลื่อนไหวเชิงมุม และกำลังเนื่องจากความปวด นิยมใช้การฝังเข็มแบบแห้ง (Dry Needling) โดยจะฝังเข็มไปยังจุดกดเจ็บ ที่เรียกว่า Trigger Point *มักร่วมกับการใช้การกระตุ้นไฟฟ้าความถี่ต่ำ เพื่อให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัว-คลายตัว เป็นจังหวะ หวังผลการปั๊มเลือดเข้าไปยังบริเวณดังกล่าว เพื่อให้เซลล์กล้ามเนื้อที่อักเสบ ได้รับเลือด อ๊อกซิเจน สารอาหาร ให้ซ่อมแซมตนเอง และ กลับสู่ความยาวเดิมของมัดกล้ามเนื้อนั้น ๆ

ฝังเข็มรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา แบบไหนที่ “ฝังเข็ม” ช่วยได้?
โดยทั่วไป ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำหรือนักกีฬามักมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและสมรรถภาพร่างกายที่ดี เมื่อเกิดการบาดเจ็บที่ไม่รุนแรงและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ร่างกายมักมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการฟื้นตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของการบาดเจ็บ ระยะเวลาที่มีอาการ อายุ การพักฟื้น และพฤติกรรมการฝึกซ้อม
การฝังเข็มและครอบแก้วจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลอาการปวดและความตึงของกล้ามเนื้อในผู้ที่ออกกำลังกาย โดยเป็นวิธีการรักษาที่ไม่ใช้ยา
จากประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ ฝังเข็มรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา หมอพบว่าผู้ป่วยหลายรายตอบสนองต่อการรักษาได้ดี บางคนรู้สึกว่าอาการปวดหรือความตึงของกล้ามเนื้อลดลงตั้งแต่การรักษาครั้งแรก แต่ผลการรักษาของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน จึงควรได้รับการประเมินก่อนเริ่มรักษา
อาการที่มักพบในผู้ที่เล่นกีฬาและสามารถพิจารณาการฝังเข็มเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล ได้แก่ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และการใช้งานซ้ำ ๆ เช่น เอ็นร้อยหวายอักเสบ รองช้ำ (Plantar Fasciitis) และอาการปวดเอ็นสะบ้า (Jumper’s Knee) ซึ่งพบได้บ่อยในนักวิ่งหรือกีฬาที่ต้องใช้แรงจากขา กระโดด หรือเปลี่ยนทิศทางบ่อย
ส่วน Tennis Elbow และ Golfer’s Elbow เป็นปัญหาบริเวณเอ็นรอบข้อศอกที่พบได้ในผู้ที่ใช้แขนและข้อมือซ้ำ ๆ ไม่ได้เกิดเฉพาะในนักเทนนิสหรือนักกอล์ฟเท่านั้น แต่ยังพบได้ในผู้เล่นแบดมินตัน ผู้ที่ออกกำลังกายด้วยเวทเทรนนิ่ง หรือผู้ที่ทำงานซึ่งต้องใช้แขนซ้ำเป็นเวลานาน
อีกกลุ่มที่พบได้บ่อยคืออาการกล้ามเนื้อตึงหรือบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย เช่น กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (Hamstring) กล้ามเนื้อน่อง สะโพก หลัง รวมถึงคอ บ่า และหัวไหล่ ในผู้ป่วยบางราย การฝังเข็มอาจช่วยลดอาการปวดและความตึงของกล้ามเนื้อ ทำให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น
สำหรับอาการบาดเจ็บเรื้อรังจากการใช้งานซ้ำ หรือ Chronic Overuse Injury มักพบในคนที่มีอาการบาดเจ็บแล้วกลับไปซ้อมเร็วเกินไป หรือยังคงฝึกต่อเนื่องทั้งที่กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ อาการจึงเป็น ๆ หาย ๆ และกลับมาเป็นซ้ำได้ง่าย
ในกรณีนี้ ฝังเข็มรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูร่วมกับการพัก การปรับรูปแบบการฝึก การยืดกล้ามเนื้อ และการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพราะหากรักษาเพียงอาการปวด แต่ยังคงกลับไปใช้ร่างกายด้วยรูปแบบเดิม ปัจจัยที่ทำให้เกิดการบาดเจ็บก็ยังคงอยู่

อาการที่พบบ่อยในนักวิ่งมาราธอนและนักวิ่งระยะไกล
จากประสบการณ์ที่หมอพบในคลินิก กลุ่มคนไข้ที่เข้ามารักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาค่อนข้างบ่อยคือ นักวิ่งมาราธอนและนักวิ่งระยะไกล
อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ ปวดบริเวณเอ็นร้อยหวายและกล้ามเนื้อน่อง บางรายมีอาการบวมร่วมด้วย โดยมักสัมพันธ์กับการใช้งานกล้ามเนื้อขาอย่างหนักและต่อเนื่อง จนร่างกายมีเวลาฟื้นตัวไม่เพียงพอ
คนไข้หลายคนมีอาการเป็นๆหายๆ มานาน เพราะแม้จะเริ่มปวดแล้วก็ยังคงฝึกซ้อมต่อ บางคนกำลังเตรียมตัวแข่งขันจึงไม่อยากหยุดวิ่ง ขณะที่บางรายเพิ่มระยะทางหรือความเร็วเร็วเกินกว่าที่ร่างกายจะปรับตัวทัน เมื่อความหนักของการฝึกเพิ่มขึ้น แต่อัตราการฟื้นตัวตามไม่ทัน อาการจึงค่อยๆสะสมและกลับมาเป็นซ้ำ
ในผู้ป่วยกลุ่มนี้ การรักษาจึงไม่ได้ดูเฉพาะจุดที่ปวดเท่านั้น แต่ควรประเมินว่ากล้ามเนื้อส่วนใดตึง มีจุดกดเจ็บตรงไหน การเคลื่อนไหวแบบใดกระตุ้นอาการ รวมถึงลักษณะการฝึกซ้อมในช่วงที่ผ่านมา
ฝังเข็มลดอาการบาดเจ็บจากเล่นกีฬา อาจนำมาใช้เพื่อช่วยดูแลอาการปวดและความตึงของกล้ามเนื้อ แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือการปรับตารางฝึกและให้เวลาร่างกายฟื้นตัวอย่างเพียงพอ หากยังฝึกหนักต่อเนื่องโดยไม่ลดภาระการใช้งาน อาการอาจกลับมาได้แม้หลังการรักษาจะรู้สึกดีขึ้นแล้วก็ตาม
เวทเทรนนิ่งก็ทำให้เกิดการบาดเจ็บสะสมได้
อีกกลุ่มที่พบอาการบาดเจ็บได้บ่อยคือผู้ที่ออกกำลังกายด้วย เวทเทรนนิ่ง โดยอาการมักเกิดตามกลุ่มกล้ามเนื้อที่ใช้งานหนัก เช่น หัวไหล่ หลัง เอว สะโพก ต้นขา และเข่า
สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ การใช้น้ำหนักมากเกินความสามารถ การเพิ่มน้ำหนักเร็วเกินไป การออกกำลังกายด้วยท่าที่ไม่เหมาะสม หรือการฝึกกล้ามเนื้อกลุ่มเดิมซ้ำโดยไม่มีเวลาพักเพียงพอ ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการปวด ตึง หรือการบาดเจ็บสะสมตามมา
ดังนั้น การเลือกน้ำหนักให้เหมาะกับความแข็งแรงของร่างกาย การฝึกด้วยท่าที่ถูกต้อง และการจัดวันพักจึงมีความสำคัญ ไม่ควรฝึกหนักหรือใช้งานกล้ามเนื้อกลุ่มเดิมติดต่อกันจนร่างกายไม่มีเวลาฟื้นตัว
การยืดกล้ามเนื้ออาจมีประโยชน์ในบางกรณี แต่ควรเลือกให้เหมาะกับชนิดของการออกกำลังกายและช่วงเวลา ไม่จำเป็นว่าการยืดมากจะดีกว่าเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการบาดเจ็บเฉียบพลันหรือสงสัยกล้ามเนื้อฉีกขาด การฝืนยืดอาจทำให้อาการมากขึ้นได้
รักษาการฝังเข็มลดอาการบาดเจ็บจากเล่นกีฬาแล้ว ทำไมบางคนยังกลับมาเจ็บซ้ำ?
หนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยคือ ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นหลังรักษาแล้วรีบกลับไปออกกำลังกายด้วยความหนักเท่าเดิมทันที ความรู้สึกปวดที่ลดลงไม่ได้หมายความว่าเนื้อเยื่อทุกส่วนฟื้นตัวสมบูรณ์แล้วเสมอไป หากรีบกลับไปวิ่งระยะเดิม ยกน้ำหนักเท่าเดิม หรือฝึกด้วยความเข้มข้นสูงเกินไป อาการอาจกลับมาเป็นซ้ำได้
หลังการรักษาด้วยการฝังเข็มและครอบแก้ว การปรับรูปแบบการออกกำลังกายควบคู่กับการพักฟื้นจึงมีความสำคัญ บางคนอาจต้องลดระยะทาง ลดน้ำหนักที่ใช้ฝึก หรือพักกล้ามเนื้อบางกลุ่มชั่วคราวก่อนค่อยๆ เพิ่มความหนักขึ้นตามความพร้อมของร่างกาย
ในการดูแลผู้ป่วย หมอจึงไม่ได้มองเฉพาะบริเวณที่ปวด แต่จะประเมินลักษณะอาการ ตำแหน่งที่บาดเจ็บ ความตึงของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว และพฤติกรรมการฝึกซ้อม เพื่อค้นหาปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการ
เมื่อรักษาควบคู่กับการปรับการฝึกและให้เวลาร่างกายฟื้นตัวอย่างเหมาะสม คนไข้หลายรายมีอาการดีขึ้นและสามารถค่อยๆ กลับไปวิ่งหรือออกกำลังกายที่ชอบได้ แม้บางคนจะมีอาการเป็นมานานก็ตาม
ข้อเท้าแพลง ฝังเข็มได้เลยหรือไม่?
ข้อเท้าแพลง (Ankle Sprain) เป็นอาการที่พบได้บ่อยในนักกีฬา แต่ก่อนเริ่มการรักษาควรประเมินความรุนแรงก่อน
หากมีอาการบวมมาก ลงน้ำหนักไม่ได้ ข้อผิดรูป ปวดรุนแรง หรือสงสัยกระดูกหัก ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ก่อน เพราะการฝังเข็มไม่สามารถทดแทนการตรวจหากระดูกหัก ข้อเคลื่อน หรือการฉีกขาดรุนแรงของเส้นเอ็นได้
หลังจากประเมินแล้ว หากไม่มีภาวะที่ต้องได้รับการรักษาเฉพาะ การฝังเข็มจึงอาจพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตามระยะและความรุนแรงของอาการ

ทำไมต้องเลือก “ฝังเข็มรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา” ที่ “ปิยชาติคลินิก”?
ปิยชาติคลินิกให้ความสำคัญกับการประเมินผู้รับบริการก่อนเริ่มรักษา ทั้งการซักประวัติ ลักษณะอาการปวด การประเมินกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว รวมถึงการตรวจตามหลักแพทย์แผนจีน เช่น การตรวจชีพจรหรือ “แมะ” เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
นอกจากฝังเข็มรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา แพทย์อาจพิจารณาใช้ศาสตร์การรักษาอื่นร่วมด้วยตามความเหมาะสม เช่น การครอบแก้ว (Cupping)
ฝังเข็มรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา สามารถใช้กระตุ้นบริเวณกล้ามเนื้อที่มีความตึงหรือจุดกดเจ็บ รวมถึงกล้ามเนื้อในชั้นที่ลึกลงไป ส่วนการครอบแก้วเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใช้แรงดูดบริเวณผิวหนังและเนื้อเยื่อ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ทำการรักษารู้สึกผ่อนคลายและลดความตึงในผู้ป่วยบางราย
เมื่อนำทั้งสองวิธีมาใช้ร่วมกันอย่างเหมาะสมตามการประเมินของแพทย์ จึงอาจช่วยเสริมการดูแลอาการปวดและสนับสนุนกระบวนการฟื้นฟูของร่างกายได้
การฝังเข็มเป็นการรักษาที่ไม่ใช้ยา โดยอาศัยการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการตอบสนองตามธรรมชาติ ทางคลินิกใช้เข็มปลอดเชื้อแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง เพื่อความสะอาดและความปลอดภัย
ปิยชาติคลินิกมีหลายสาขา ผู้รับบริการสามารถเลือกสาขาที่เดินทางสะดวก ทั้งสาขาที่อยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะ MRT/BTS หรือเดินทางด้วยรถยนต์
1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ : 085-955-9646
2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ : 081-630-3180
3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี เบอร์ติดต่อ : 093-113-4718
4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี เบอร์ติดต่อ : 065-442-8987
สรุป: ฝังเข็มรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ได้จริงไหม?
การฝังเข็มสามารถเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับการดูแลอาการปวดและสนับสนุนการฟื้นฟูจากการบาดเจ็บทางกีฬา โดยเฉพาะอาการกล้ามเนื้อตึง อาการปวดในระบบกล้ามเนื้อและกระดูก และการบาดเจ็บจากการใช้งานซ้ำ
อย่างไรก็ตาม ฝังเข็มลดอาการบาดเจ็บจากเล่นกีฬา ไม่ควรพึ่งวิธีใดวิธีหนึ่งเพียงอย่างเดียว การพัก การปรับรูปแบบการฝึก การฟื้นฟูความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และการกลับไปออกกำลังกายอย่างค่อยเป็นค่อยไป ล้วนมีความสำคัญต่อผลการรักษาและการลดโอกาสบาดเจ็บซ้ำ
การฝังเข็มไม่สามารถทดแทนการตรวจวินิจฉัยในกรณีที่มีการบาดเจ็บรุนแรง เช่น กระดูกหัก ข้อเคลื่อน หรือเอ็นฉีกขาดรุนแรง การรักษาที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาตามชนิดและความรุนแรงของการบาดเจ็บ
หากมีอาการปวดจากการออกกำลังกายหรือมีอาการบาดเจ็บสะสม สามารถเข้ารับการประเมินและปรึกษาแนวทางการรักษากับทีมแพทย์แผนจีนที่ ปิยชาติคลินิก เพื่อวางแผนการดูแลให้เหมาะกับอาการของแต่ละบุคคล
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ หากมีอาการบาดเจ็บรุนแรง บวมมาก ข้อผิดรูป ชา อ่อนแรง หรือไม่สามารถลงน้ำหนักได้ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์
FAQ: คำถามที่พบบ่อยฝังเข็มรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
Q: เพิ่งวิ่งแล้วข้อเท้าแพลง สามารถฝังเข็มได้ทันทีไหม?
Q: ฝังเข็มเจ็บไหม?
Q: ฝังเข็มรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา ต้องรักษาบ่อยแค่ไหนถึงจะเห็นผล?
“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

English
中文 (简体字)
Lastest Post
ฝังเข็ม
วิธีรักษาอาการปวดสะโพกร้าวลงขา ด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก!
ฝังเข็ม
ปวดไหล่ตอนนอนจนสะดุ้งตื่น! รู้จักภาวะไหล่ติดกับการฝังเข็มทางเลือกรักษาที่ปิยชาติคลินิก
ฝังเข็ม
กล้ามเนื้ออักเสบ ฝังเข็มที่ไหนดี? ชี้เป้าคลินิกแพทย์แผนจีนที่ปิยชาติคลินิก