“ฟื้นฟูสุขภาพอย่างยั่งยืนด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนที่ ปิยชาตคลินิก ครบทั้งฝังเข็ม ครอบแก้ว และยาจีน ปรับสมดุลร่างกายจากต้นเหตุ ลดปวดเรื้อรัง เสริมภูมิคุ้มกัน และฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน“
หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์แบบเดียวกันคือ ปวดคอ บ่า ไหล่ กินยาแล้วดีขึ้น แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นอีก หรือรักษาผิวหนังอักเสบด้วยยาทาภายนอก แต่พอหยุดยา อาการก็กลับมาเหมือนเดิม คำถามคือ “ทำไมเราถึงรักษาไม่หายขาด?” ในมุมมองของแพทย์แผนจีน อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจาก “จุดที่ปวด” เพียงอย่างเดียว การพึ่งยาแก้ปวดแบบชั่วคราว มักไม่สามารถทำให้หายขาดได้ เพราะไม่ได้แก้ที่ “ต้นเหตุ” ของปัญหา ซึ่งมักมาจากความไม่สมดุลภายในร่างกาย เช่น การไหลเวียนของชี่ที่ติดขัด การทำงานของอวัยวะที่อ่อนแอ หรือสมดุลหยิน–หยางที่เสียไป สิ่งเหล่านี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้อาการต่าง ๆ เช่น อาการปวดเรื้อรัง หรือความอ่อนเพลีย กลับมาเป็นซ้ำได้อยู่เสมอ แม้จะรักษาที่ปลายเหตุแล้วก็ตาม
หัวใจของแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine: TCM) คือความเชื่อที่ว่าร่างกายของเรามีศักยภาพในการฟื้นฟูตัวเองอยู่แล้วตามธรรมชาติถ้าเราอยู่ในสภาวะสมดุล ต่างจากการแพทย์ตะวันตกที่มักแยกดูเป็นอวัยวะหรือระบบทีละส่วน แพทย์แผนจีนมองร่างกายมนุษย์เป็นระบบที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด ทั้งพลังงานการไหลเวียนของเลือดและชี่ ระบบอวัยวะต่าง ๆ จิตวิญญาณ และปัจจัยรอบตัว ล้วนส่งผลต่อกันสุขภาพที่ดี คือ “ความสมดุล” ในแพทย์แผนจีน สุขภาพที่ดีหมายถึง การที่ หยิน (เย็น สงบ ลึก) และ หยาง (อุ่น เคลื่อนไหว ภายนอก) อยู่ในสมดุล เมื่อหยิน–หยางสมดุล ร่างกายจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่เมื่อเสียสมดุล เช่น มีความเครียดสะสม ทานอาหารไม่เหมาะสม สภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ หรืออารมณ์ที่ถูกกดทับ ก็จะนำไปสู่การเกิดโรคและอาการต่าง ๆ การรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน จึงไม่ใช่แค่รักษาโรค แต่คืนสมดุลให้ร่างกายแพทย์แผนเน้นการปรับสมดุลและฟื้นฟูร่างกายจากภายใน ที่ปิยชาตคลินิก การรักษาจะไม่ได้มองแค่จุดที่ปวดหรือเพียงอาการที่เป็น แต่จะวิเคราะห์ทั้งระบบของร่างกาย ผ่านการซักประวัติ ตรวจร่างกาย ดูลิ้น และแมะตรวจชีพจร เพื่อหาว่าสมดุลตรงไหนที่เสียไป จากนั้นจึงใช้การรักษาแบบผสมผสาน 3 ศาสตร์หลัก ได้แก่
1. ฝังเข็ม (Acupuncture) → ปรับสมดุลระบบประสาทและชี่
2. ครอบแก้ว (Cupping) → คลายพังผืดและกระตุ้นการไหลเวียน
3. ยาจีน (Herbal Medicine) → ฟื้นฟูระดับอวัยวะภายใน
การผสานทั้ง 3 วิธีนี้ ช่วยให้การรักษาที่ต้นเหตุ และ ยั่งยืน มากกว่าการรักษาแบบแยกส่วน เพราะแต่ละการรักษาทำงานในระดับที่แตกต่างกัน และเสริมกันอย่างเป็นระบบ เมื่อทั้งสามวิธีทำงานร่วมกัน ร่างกายจะไม่เพียงแค่ หายปวดชั่วคราว แต่จะค่อย ๆ กลับเข้าสู่สมดุลตามธรรมชาติ

ฝังเข็มด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน (Acupuncture): ปรับสมดุล “ชี่” และระบบประสาท
การฝังเข็มเป็นหนึ่งในศาสตร์หลักของแพทย์แผนจีนที่มีมายาวนานกว่า 4,000 ปี โดยใช้เข็มขนาดเล็กพิเศษกระตุ้น “จุดฝังเข็ม” บนเส้นลมปราณ ซึ่งเป็นเส้นทางการไหลเวียนของพลังงานชีวิต หรือชี่ (Qi) ตามทฤษฎีการแพทย์แผนจีน
กลไกการรักษาโดยการฝังเข็มปัจจุบันมีการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ดังนี้
1.เข็มจะกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นโดฟิน (Endophine) และสารสื่อประสาทอื่นๆที่ช่วยระงับความเจ็บปวด สารเอ็นโดฟินจะหลั่งออกมาเมื่อมีการกระตุ้นเส้นประสาทจากการปักเข็ม ช่วยลดความเจ็บปวด พร้อมสร้างความรู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับดีขึ้น และลดความเครียด
2. ลดปวดผ่านระบบประสาท (Gate Control Theory) เข็มจะกระตุ้นเส้นประสาทรับความรู้สึกขนาดใหญ่ ส่งสัญญาณไปยังไขสันหลัง เพื่อ “ปิดประตูความเจ็บปวด” ทำให้การรับรู้ความเจ็บปวดลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ
3. ลดการอักเสบ คลายกล้ามเนื้อ การฝังเข็มช่วยกระตุ้นเนื้อเยื่อและการไหลเวียนเลือด ทำให้ร่างกายหลั่งสารต้านการอักเสบ ลดบวม ปวด และช่วยให้กล้ามเนื้อที่ตึงคลายตัวได้ดีขึ้น
ในแพทย์แผนจีน “ชี่ (Qi)” คือพลังชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ตามเส้นลมปราณทั่วร่างกาย เมื่อชี่ไหลเวียนได้ดี ร่างกายจะทำงานเป็นปกติ แต่ถ้าชี่ “ติดขัด” หรือไหลไม่สะดวกจะทำให้เกิดอาการต่าง ๆ เช่น ปวด ตึง ชา อ่อนเพลีย หรือรู้สึกไม่สบายตัว การฝังเข็มจะกระตุ้นจุดเฉพาะบนเส้นลมปราณ ช่วยให้การไหลเวียนของชี่และเลือดกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เปรียบเหมือน “การเปิดทางน้ำที่อุดตัน”เมื่อทางเดินถูกเปิด
- การไหลเวียนเลือดและลมปราณดีขึ้น
- อาการปวดลดลง
- ร่างกายเริ่มฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น
สอดคล้องกับในมุมมองทางการแพทย์ปัจจุบัน ที่เข็มช่วยกระตุ้นระบบประสาทและการไหลเวียนเลือด
ทำให้เนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น จึงช่วยลดอาการอักเสบและเร่งการซ่อมแซมของร่างกาย
ประโยชน์ของการฝังเข็ม
- ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ
- เพิ่มการไหลเวียนเลือด
- คลายความตึงเครียดของระบบประสาท
- ปรับสมดุลการนอน
- ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของพลังชี่ ทำให้หยิน–หยางกลับมาสมดุล
ฝังเข็มเหมาะกับใคร? ครอบคลุมโรคและอาการอะไรบ้าง
การฝังเข็มในศาสตร์แพทย์จีน ไม่ได้จำกัดแค่การรักษาอาการปวด แต่สามารถช่วยปรับสมดุลร่างกายในหลายระบบ ทั้งกล้ามเนื้อ ระบบประสาท ฮอร์โมน และอวัยวะภายใน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการหรือโรคดังต่อไปนี้
1. กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ ข้อต่อ และเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Musculoskeletal & Connective Tissue Disorders)
- ออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome)
- ปวดคอ ปวดบ่า (Neck pain)
- ปวดหลัง (Back pain)
- ปวดเข่า (Knee pain)
- ไหล่ติด (Frozen shoulder)
- นิ้วล็อก (Trigger finger)
- อาการบาดเจ็บจากกีฬา (Sports injury)
2. โรคทางระบบประสาท (Neurological)
- อาการชามือ–เท้า (Numbness)
- ไมเกรน (Migraines)
- อัมพฤกษ์ อัมพาต (Stroke)
- หน้าเบี้ยวครึ่งซีก (Bell’s palsy)
- ปวดแสบร้อนจากงูสวัด (Herpes zoster)
- หูตึง (SNHL) / หูอื้อ (Tinnitus)
- เวียนศีรษะ บ้านหมุน (Dizziness / Vertigo)
3. กลุ่มโรคทางจิตใจและการนอน (Psychological)
- นอนไม่หลับ (Insomnia)
- ภาวะซึมเศร้า (Depression)
- แพนิก (Panic disorder)
- วิตกกังวล (Anxiety)
4. โรคระบบทางเดินอาหาร (Digestive System)
- กรดไหลย้อน (GERD)
- ลำไส้แปรปรวน (IBS)
- ท้องผูก (Constipation)
- ท้องอืด แน่นท้อง (Flatulence)
5. โรคทางนรีเวช (Gynecological)
- ปวดประจำเดือน (Dysmenorrhea)
- ถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
- ภาวะมีบุตรยาก (Infertility)
- ประจำเดือนมาไม่ปกติ
- ภาวะวัยทอง (Menopause)
ฝังเข็มไม่ใช่แค่ “แก้ปวด” แต่ดูแลได้ทั้งร่างกาย การฝังเข็มจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ รักษาอาการเรื้อรังฟื้นฟูร่างกายจากภายใน และดูแลสุขภาพแบบองค์รวม เพราะในแพทย์จีน สุขภาพที่ดีไม่ได้หมายถึงแค่ไม่มีโรค แต่คือการที่ร่างกายทุกระบบทำงานอย่างสมดุลและแข็งแรง

ครอบแก้วด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน (Cupping): ดีท็อกซ์กล้ามเนื้อและเลือดลม
การครอบแก้ว (Cupping Therapy) เป็นศาสตร์ในแพทย์แผนจีนที่ใช้ “แรงดูดสุญญากาศ” สร้างแรงดันลบบนผิวหนัง ทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อถูกดึงขึ้นด้านบน กลไกนี้ช่วยกระตุ้น การไหลเวียนของเลือด (Blood circulation) และการระบายน้ำเหลือง (Lymphatic drainage) ส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัว ลดความตึงเครียด และช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูตัวเองได้ดีขึ้น
กลไกการลดปวดของการครอบแก้ว
การครอบแก้วช่วยบรรเทาอาการปวดผ่าน 4 กลไกหลักที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่
1. เพิ่มการไหลเวียนเลือด แรงดูดช่วยกระตุ้นเลือดให้ไหลเวียนดีขึ้น ทำให้ออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้มากขึ้น พร้อมช่วยขจัดของเสีย จึงลดการอักเสบและคลายปวด
2. คลายพังผืดและแรงกดทับ ช่วยแยกชั้นพังผืด (fascia) ลดการยึดติดของกล้ามเนื้อ ลดแรงกดทับเส้นประสาท ทำให้เคลื่อนไหวดีขึ้น และบรรเทาอาการปวดได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว
3. ปรับการส่งสัญญาณปวดของระบบประสาท การกระตุ้นผิวหนังช่วย “ปิดสัญญาณปวด” ที่ระดับไขสันหลัง (Gate Control) และกระตุ้นกลไกระงับปวดตามธรรมชาติของร่างกาย
4. กระตุ้นการหลั่งเอ็นดอร์ฟิน ช่วยให้ร่างกายหลั่งสารลดปวดตามธรรมชาติ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายตัว และลดความไวต่อความเจ็บปวด
ในมุมมองของ แพทย์แผนจีน (Traditional Chinese Medicine: TCM) การครอบแก้วไม่ได้เป็นเพียงการคลายกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่ถือเป็นกระบวนการ “ขับของเสีย” และ “ปรับสมดุลพลังงานภายใน” โดยแพทย์จีนเรียกว่า การระบายเลือดเสีย (Stagnant Blood) และความชื้นสะสม (Dampness)
เลือดเสีย (Blood Stasis) คืออะไร?
เลือดเสีย ในแพทย์แผนจีน หมายถึง ภาวะที่เลือดไหลเวียนไม่ดี เกิดการคั่งค้างในบางจุด มักแสดงออกเป็น
- อาการปวดตึงเฉพาะจุด
- ปวดเรื้อรัง เป็น ๆ หาย ๆ
- จุดกดเจ็บ หรือมีอาการหนักในบริเวณนั้น
ความชื้นสะสม (Dampness) คืออะไร?
ความชื้น เป็นหนึ่งในปัจจัยก่อโรคในแพทย์แผนจีน เมื่อสะสมมาก จะทำให้ร่างกายรู้สึก
- หนักตัว อ่อนเพลีย
- บวม หรือมีของเหลวคั่ง
- ปวดเมื่อยแบบตื้อ ๆ
- ระบบไหลเวียนน้ำเหลืองไม่ดี
การครอบแก้วใช้แรงดูดสุญญากาศ จะช่วยดึงเลือดและของเสียที่คั่งอยู่ในชั้นกล้ามเนื้อขึ้นมา กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนใหม่ เปิดทางให้ชี่และเลือดเดินสะดวกขึ้น
สิ่งที่การนวดทั่วไปทำไม่ได้
การครอบแก้วมีทั้ง “ความร้อน” และ “แรงดูดสุญญากาศ” ซึ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดได้ลึกกว่าการนวดทั่วไป แรงดูดจะช่วยดึงชั้นพังผืด (fascia) ให้คลายตัว ลดการยึดติดของกล้ามเนื้อ และเปิดทางการไหลเวียนในจุดที่ติดขัด นอกจากนี้ ยังช่วยดึงของเสียที่คั่งอยู่ในกล้ามเนื้อออกมา ซึ่งมักสังเกตได้จาก “รอยครอบแก้ว” ที่เกิดขึ้น จึงช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัวลึกขึ้น และลดอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เหมาะสำหรับใคร?
- ปวดเมื่อยรุนแรง
- กล้ามเนื้อตึงเรื้อรัง
- นักวิ่ง นักกีฬา
- ผู้ที่ต้องการ detox ระบบเลือดและน้ำเหลือง

ยาจีนและสมุนไพร (Herbal Medicine): ฟื้นฟูลึกถึงระดับอวัยวะภายใน
นี่คือหัวใจของการรักษาในแพทย์แผนจีน เพราะเป็นการรักษาจากต้นเหตุของการเกิดโรค ยาสมุนไพรจีนในศาสตร์แพทย์แผนจีนมีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลร่างกาย โดยยาแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ฤทธิ์เย็น ร้อน อุ่น หรือเป็นกลาง และออกฤทธิ์ตามเส้นลมปราณที่เชื่อมโยงกับอวัยวะต่าง ๆ จึงสามารถใช้เพื่อระบายความร้อน ขับพิษ ขับลม ขับเสมหะ หรือบำรุงชี่ เลือด หยิน และหยางได้อย่างเฉพาะเจาะจง
ยาจีนมักถูกจัดเป็นตำรับยา ที่ประกอบด้วยสมุนไพรหลายชนิด เพื่อเสริมฤทธิ์กันและลดผลข้างเคียง โดยแพทย์จะปรับสูตรให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย แม้เป็นโรคเดียวกันก็อาจได้ยาต่างกัน เช่น ไข้หวัดจากลมร้อนจะใช้ยาเย็น ในขณะที่ลมเย็นจะใช้ยาอุ่นหรือร้อน ทั้งหมดนี้เชื่อมโยงกับหลักหยิน–หยาง ซึ่งเป็นพื้นฐานของแพทย์แผนจีน หากสมดุลนี้เสียไป เช่น พักผ่อนน้อยทำให้หยินลดและหยางเด่น ก็จะเกิดอาการผิดปกติ เช่น ร้อนใน นอนไม่หลับ หรือกระหายน้ำ ดังนั้นยาจีนจึงไม่เพียงช่วยบรรเทาอาการ แต่ยังมุ่งฟื้นฟูสมดุลภายใน เพื่อให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงอย่างยั่งยืนจากภายใน
การวินิจฉัยเชิงลึกด้วยศาสตร์การ “แมะ” และการปรับตำรับยาจีนเฉพาะบุคคล
ต่อเนื่องจากแนวคิดการรักษาแบบองค์รวมของแพทย์แผนจีน ที่มุ่งฟื้นฟูร่างกายจาก “ต้นเหตุ” ไม่ใช่เพียงบรรเทาอาการภายนอก หนึ่งในหัวใจสำคัญของการรักษาคือศาสตร์การวินิจฉัยที่เรียกว่า “การแมะ” (Pulse Diagnosis) การแมะไม่ใช่เพียงการจับชีพจรทั่วไป แต่เป็นการประเมินสมดุลของอวัยวะภายใน ได้แก่
ตับ (Liver) ไต (Kidney) ปอด (Lung) ม้าม (Spleen) หัวใจ (Heart) แพทย์แผนจีนจะใช้การแมะร่วมกับการดูสีลิ้น ซักประวัติ และประเมินอาการโดยรวม เพื่อวิเคราะห์ว่า “ระบบใดในร่างกายกำลังเสียสมดุล” เช่น ตับแกร่งส่งผลต่อฮอร์โมนและอารมณ์ ม้ามอ่อนแอ ทำให้ระบบย่อยอาหารและพลังงานชี่ลดลง ปอดอ่อนแอ ส่งผลต่อภูมิคุ้มกันและระบบทางเดินหายใจ
การจัดตำรับยาจีนแบบเฉพาะบุคคล (Tailor-made)
เมื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงแล้ว แพทย์จะทำการจัด “ตำรับยาจีน” ให้เหมาะกับแต่ละบุคคล จุดเด่นของการรักษาแบบนี้คือ
- ไม่ใช้สูตรสำเร็จเดียวกันกับทุกคน
- ปรับยาให้ตรงกับสภาพร่างกายเฉพาะราย
- มุ่งฟื้นฟูจากภายในอย่างลึก
แม้ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายกัน แต่สาเหตุภายในอาจแตกต่างกัน จึงต้องใช้ตำรับยาที่ต่างกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เหมาะสำหรับการฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน การรักษาด้วยยาจีนแบบเฉพาะบุคคลนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น ฟื้นฟูปอดหลังการติดเชื้อ RSV หรือโรคทางเดินหายใจ ช่วยเสริมความแข็งแรงของปอดและภูมิคุ้มกัน ลดอาการไอ อ่อนเพลีย และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น รักษาเซ็บเดิร์ม (Seborrheic Dermatitis) ที่ต้นเหตุ
ไม่ใช่เพียงการกดอาการผิวหนัง แต่ปรับสมดุลภายใน เช่น ความร้อนและความชื้นสะสม ปรับสมดุลฮอร์โมน เหมาะสำหรับผู้ที่มีประจำเดือนผิดปกติ สิวเรื้อรัง หรือภาวะเครียดสะสม
การรักษาที่ลึกกว่าการบรรเทาอาการ เมื่อเชื่อมโยงกับการรักษาด้วย ฝังเข็มและครอบแก้ว ที่ช่วยปรับสมดุลการไหลเวียนภายนอก การใช้ยาจีนจึงเป็นการ “ฟื้นฟูจากภายใน” ที่ครบวงจร ภายนอกดีขึ้น ภายในเข้าสู่สมดุลแข็งแรงขึ้น ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำนี่คือหัวใจของการรักษาในแพทย์แผนจีน มุ่งเน้นการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก

ทำไมต้องเลือก “ปิยชาต คลินิก”?
1.การรักษาโดยแพทย์แผนจีนที่มีใบประกอบโรคศิลปะ
การรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนจะได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญที่มีมาตรฐานวิชาชีพที่ ปิยชาต คลินิก เราให้ความสำคัญทั้ง “คุณภาพการรักษา” และ “ความปลอดภัยของผู้ป่วย” ในทุกขั้นตอน
2. มาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัย
คลินิกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด โดยใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการฆ่าเชื้อทุกขั้นตอน
- เข็มฝังเข็ม ใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single Use)
- อุปกรณ์ครอบแก้วและเครื่องมือทุกชนิดผ่านการทำความสะอาดตามมาตรฐาน
- ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและเพิ่มความมั่นใจให้ผู้เข้ารับบริการ
3. การรักษาแบบผสมผสาน (Integrated Treatment)
การรักษาไม่ได้มองเพียง จุดที่ปวด แต่พิจารณาสุขภาพของร่างกายทั้งระบบ เช่น อาการปวดคอ อาจไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับ ความเครียดสะสม การนอนหลับที่ไม่มีคุณภาพ หรือความไม่สมดุลของอวัยวะภายใน ที่เป็นรากของอาการปวดคอ จึงมีการผสมผสานการรักษา ทั้งการฝังเข็มที่ช่วยปรับสมดุลระบบประสาทและชี่ ครอบแก้ว คลายพังผืดและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและของเสียที่คั่งค้างในร่างกาย
และยาจีน ที่เฉพาะบุคคลเพื่อฟื้นฟูอวัยวะภายใน ให้การรักษาครอบคลุมทั้งภายนอกและภายใน
ฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน คือคำตอบของการรักษาที่ยั่งยืน การรักษาอาการเพียงภายนอก อาจช่วย “บรรเทา” แต่ไม่สามารถ “แก้ปัญหา” ได้จริง ศาสตร์ของ แพทย์แผนจีน จึงมุ่งเน้นไปที่ การคืนสมดุลของร่างกาย การฟื้นฟูจากต้นเหตุ การป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ หากคุณกำลังมองหาการรักษาที่ต้นเหตุ และต้องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม
ปิยชาต คลินิก คือหนึ่งในทางเลือก ที่ผสานศาสตร์ดั้งเดิมเข้ากับความเข้าใจสุขภาพยุคใหม่ เพื่อให้ร่างกายของคุณกลับมาแข็งแรงอย่างแท้จริงจากภายในสู่ภายนอก ปิยชาติคลินิกพร้อมให้บริการโดยแพทย์จีนผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีน มากประสบการณ์กว่า 10 ปี ด้วยมาตรฐานการรักษาที่คุณมั่นใจได้ ครอบคลุมพื้นที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลโดยมีสาขาที่คุณสามารถเข้ารับการรักษาได้ดังนี้
1. สาขาพญาไท กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ : 085-955-9646
ตั้งอยู่ที่ ศูนย์การค้า The Seasons Mall ชั้น 2 ถนนพหลโยธิน พญาไท กรุงเทพฯ (ใกล้ รพ.พญาไท 2)
- เดินทางง่ายด้วย BTS สนามเป้า หรือ BTS อนุสาวรีย์ชัยฯ
- มีที่จอดรถสะดวกสบายในอาคารโครงการ ดูแผนที่คลิกที่นี่
2. สาขาพระราม 4 – สวนเพลิน กรุงเทพมหานคร เบอร์ติดต่อ : 081-630-3180
ตั้งอยู่ที่ 3654 โครงการสวนเพลินมาร์เก็ต ชั้น 1 ถนนพระราม 4 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ ตรงข้ามตึกช่อง 3 มาลีนนท์
- ใกล้ MRT ศูนย์สิริกิติ์ หรือ BTS พร้อมพงษ์
- เดินทางสะดวกทั้งรถส่วนตัวและขนส่งสาธารณะ ดูแผนที่คลิกที่นี่
3. สาขารังสิต – คลองสี่ ปทุมธานี เบอร์ติดต่อ : 093-113-4718
ตั้งอยู่ที่ 98/18 อาคารเดอะพอยท์พลาซ่า ตลาดกลางลาดสวาย ถนนไสวประชาราษฎร์ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกกา ปทุมธานี 12150
- ใกล้ BTS คูคต
- มีลานจอดรถฟรีขนาดใหญ่ของโครงการรองรับ ดูแผนที่คลิกที่นี่
4. สาขารัตนาธิเบศร์ – บางบัวทอง นนทบุรี เบอร์ติดต่อ : 065-442-8987
ตั้งอยู่ที่ 40/68 ถนนบางกราย-ไทรน้อย ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี 11110
- ใกล้ MRT สายสีม่วง สถานีบางพลู
- มีพื้นที่จอดรถสะดวก ดูแผนที่คลิกที่นี่
ฝังเข็ม ครอบแก้ว และยาจีน สามารถทำพร้อมกันในวันเดียวได้ไหม?
สามารถทำร่วมกันได้ และมักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพราะแต่ละวิธีช่วยส่งเสริมการรักษา ฝังเข็ม รักษากล้ามเนื้อชั้นลึกและปรับสมดุลระบบประสาท ครอบแก้ว ช่วยคลายกล้ามเนื้อชั้นตื้น ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนน้ำเหลือง ส่งเสริมการระบายของเสีย ยาจีนบำรุงอวัยวะภายใน โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
การรักษาด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีนต้องรักษากี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
บางอาการ เช่น ปวดเฉียบพลัน คอเคล็ด อาจดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก แต่การฟื้นฟู ระบบภายใน มักใช้เวลา 5-10 ครั้งขึ้นไป ขึ้นอยู่กับความเรื้อรังของอาการและสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล
ครอบแก้วจะทิ้งรอยนานไหม?
รอยครอบแก้วมักอยู่ประมาณ 3–7 วัน และจะค่อย ๆ จางลงเอง สีของรอยสะท้อนการไหลเวียนเลือด เช่น สีเข้มมักหมายถึงมีเลือดคั่งหรือการไหลเวียนไม่ดีในบริเวณนั้น ไม่ได้เป็นอันตรายแต่สะท้อน “ระดับเลือดคั่ง” หรือการไหลเวียนที่ไม่ดีในจุดนั้น
ยาจีนมีสเตียรอยด์ไหม? อันตรายหรือเปล่า?
ยาจีนที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ไม่มีสเตียรอยด์เป็นสมุนไพรธรรมชาติ และต้องอยู่ภายใต้การจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น
ทานยาจีนต่อเนื่องนานๆ จะเป็นอันตรายต่อตับและไตไหม?
หากใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ จะมีการปรับสูตรตามร่างกายจึงไม่เป็นอันตรายต่อตับและไต
ต่างจากการซื้อทานเองโดยไม่มีการวินิจฉัย
มีข้อห้ามสำหรับใครบ้างที่ไม่ควรเข้ารับการรักษาด้วยศาสตร์เหล่านี้?
ก่อนเข้ารับการรักษา ควรแจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่ทุกครั้ง โดยเฉพาะในกรณีที่
– กำลังตั้งครรภ์
– มีภาวะเลือดออกง่าย
– ใช้ยาละลายลิ่มเลือด
– มีโรคประจำตัวรุนแรง
เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินและปรับแนวทางการรักษาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยสูงสุด
“สงวนลิขสิทธิ์ ห้ามคัดลอกหรือเผยแพร่เพื่อการพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต”

English
中文 (简体字)
Lastest Post
ฝังเข็ม
5 อาการบาดเจ็บที่เจอบ่อยจาก HYROX และวิธีดูแลตัวเองด้วยศาสตร์แพทย์แผนจีน!!
ฝังเข็ม
HYROX คืออะไร? คู่มือมือใหม่ และการเตรียมร่างกายก่อนแข่ง Hyrox Bangkok 2026
ครอบแก้ว
สีของรอยครอบแก้ว บอกอะไรในร่างกาย? อ่านสัญญาณสุขภาพจากศาสตร์แพทย์แผนจีน